| Classic Post Cards | ||
เหตุการณ์บ้านเมืองเรา สถานที่ บุคคล ถูกบันทึกไว้เป็นภาพที่ระลึกให้กันและกัน ในรูปแบบPost Cards |
||
|
View All |
||
| พนมกุเลน ขุนเขาต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมบูชาเทวะ | ||
พนมกุเลน ขุนเขาต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมบูชาเทวะ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||
พิมพ์หน้านี้
|
10 ปี วิกฤติค่าเงินบาท...มิต้องหวาดกลัวกันอีก หากเรียนรู้จากบทเรียน!! การลอยตัวค่าเงินบาทของประเทศไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นการพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ เศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงและควรจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจของไทยโตอย่างรวดเร็วในอัตราเฉลี่ยถึง 7.6% ต่อปี ในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ถึง 2539 จนมีการคาดหมายกันว่า ไทย จะเป็นเสือตัวที่ห้า ในภูมิภาคเอเชีย เราคงจำกันได้ถึง NICs (New Industrial Countries) หากเปรียบเทียบ สถานการณ์ เศรษฐกิจปัจจุบัน กับในช่วงก่อนวิกฤต จะพบว่า ความแตกต่างอยู่ที่ว่า ช่วงก่อนวิกฤตินั้น เศรษฐกิจไทย อยู่ในภาวะฟองสบู่ โดยมีการเก็งกำไร โดยเฉพาะในตลาดหุ้นและภาคอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่การใช้จ่ายเกินตัวของภาคเอกชน ในประเทศ นำมาสู่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ก่อให้เกิดหนี้ต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ไร้ความยืดหยุ่นในขณะนั้น นอกจากจะทำให้หนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้ว ยังส่งผลกระทบถึงการส่งออกของประเทศด้วย แม้ว่าในขณะนั้น ประเทศไทยจะเข้าระบบตะกร้าเงิน(Basket of Currencies) แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เงินบาท มีการเคลื่อนไหวน้อยมากโดยยังยึดติดกับค่าเงินสหรัฐ ฯ ที่ระดับประมาณ 25.3 บาท/เหรียญสหรัฐ ในปี 2539 ในขณะที่เงินเยน ของญี่ปุ่นได้อ่อนตัวลง ช่วงปี 2538-2539 ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศไทย ปัจจัยต่างๆดังได้กล่าวไปแล้วนั้นส่งผลให้เป็นหัวเชื้อในการโจมตีค่าเงินบาท จนมาถึงการลอยตัวค่าเงินบาทในวันที่2 กรกฎาคม 2540 เงินบาทเริ่มอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็วใน ในขณะที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นๆ ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยช่วง 2540-2541
กราฟจากนสพ. ไทยโพสต์ 29 มิถุนายน 2550 ในอีกแง่หนึ่งเงินบาทที่อ่อนตัวลงนั้นได้ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกสูงขึ้น จนทำให้บัญชีเดินสะพัด กลับมาเกินดุลได้ และทยอยใช้หนี้ต่างประเทศที่ก่อไว้ช่วงฟองสบู่ได้ จนในปี 2547 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้หันมาปรับอัตราดอกเบี้ยในปี 2547 หลังจากดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ ตั้งแต่ปี 2541
เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะ ในปี 2549 สำหรับใน ปี 2550 แม้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหันมาปรับอัตราดอกเบี้ยลง เนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัวลง จากสถานการณ์การเมือง ที่ไม่แน่นอน แต่เงินบาทก็ยังเดินหน้าแข็งค่าขึ้น และมีแนวโน้มแข็งต่อเนื่องอีก สำหรับความท้าทายที่เราเผชิญอยู่นั้นคือการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาททท่ามกลางกระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนและความผันผวนของอัตราการแลกเงินของเงินสกุลต่างๆทั่วโลก อีกด้านหนึ่งคือการบริหารทุนสำรองของประเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด(ธปท.ยังคงต้องจ่ายชำระคืนเงินต้นของหนี้กระทรวงการคลังได้เข้าไปช่วยเหลือแก่กองทุนฟื้นฟูหลังวิกฤตเศรษฐกิจ) ในด้านของผู้ประกอบการไทยคือการปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินบาท โดยในระยะสั้น อาจจะบริหารความเสี่ยงด้วยเครื่องมือทางการเงิน ส่วนในระยะยาว ต้องทำการประเมินว่า ถ้าเงินบาทยังคงแข็งตัวอยู่ ต้องรับสถานการณ์ที่ได้ผลกระทบต่อรายได้ที่ลดลง ควรจะปรับอย่างไรบ้างเพื่อให้เกิดการลดต้นทุนการดำเนินการ และการเพิ่มมูลค่าของสินค้า นโยบายคุมเข้มทางเศรษฐกิจจาก คลัง
นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง การรับมือกับเศรษฐกิจวิกฤตรอบใหม่ เรื่องนโยบายทางมหภาค ยังต้องถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะในอดีตเมื่อ 10 ปี เรามีความผิดพลาดตั้งแต่ก้าวแรก ดิฉันมีความเห็นว่า การใช้นโยบายคลังของปีงบประมาณ น่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญปัญหาการเมือง นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การบริโภคเริ่มมีการขยายตัว ตั้งแต่ไตรมาส3 ปีนี้ ทางด้านรัฐบาลมีแผนที่จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และดำเนินการด้วยความโปร่งใส นอกจากนี้ ยังมีแผนแม่บทพัฒนาการขนส่งโดยมีงบประมาณ 2.6 พันล้านบาท จากงบปี 2551 เราลองมาดูว่ามาตรการการคลังของรัฐ ได้แก่อะไรบ้าง การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน การเบิกจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจ การจ่ายเงินกู้ต่างประเทศ โครงการเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามงบประมาณปี การบริหารหนี้สาธารณะและหนี้รัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ยังมี การจัดเก็บรายได้ให้กับรัฐ อันได้แก่ การจัดเก็บภาษี
ปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
| |||||||||||||||||||||||||