• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 536
  • จำนวนผู้ชม : 318211
  • จำนวนผู้โหวต : 1043
  • ส่ง msg :
พนมกุเลน ขุนเขาต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมบูชาเทวะ

พนมกุเลน ขุนเขาต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมบูชาเทวะ

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม 2551
การเตรียมความพร้อมสำหรับพระเมรุมาศ … คลิป พระราชจริยวัตร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1067 , 05:20:21 น.   | หมวดหมู่ : เนื้อหา สาระดีๆ  
พิมพ์หน้านี้


“คุณหญิงไขศรี” เร่งประเมินความพร้อมของเวชยันตราชรถสำหรับเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ภายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ เตรียมเสนอข้อมูลให้รัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ด้านความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการจัดสร้างพระเมรุนั้น ได้มีการประชุมคณะกรรมการกรมศิลปากร โดยมีมติแต่งตั้งคณะทำงานของกรมศิลปากรในการจัดสร้างพระเมรุ 

เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.30 น.มีรายงานจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ว่าคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมการสำรวจและเตรียมความพร้อมในการนำเวชยันตราชรถที่จะใช้สำหรับเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ภายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ ว่า วันนี้ตนและอธิบดีกรมศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและประเมินความพร้อมในการจัดเก็บดูแลรักษาพระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ ราชรถน้อย และยานมาศ 3 คานหาม ซึ่งเป็นพาหนะสำหรับใช้เคลื่อนพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ หรือพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ไปยังพระเมรุมาศ หรือพระเมรุบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นพระราชประเพณีที่ถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ตนได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากร ว่า จะต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง รวมถึงการทำความสะอาด โดยตนจะนำสรุปข้อมูลต่างๆ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการงานพระราชพิธีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในส่วนของรัฐบาลที่มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม จะต้องประเมินความพร้อมในส่วนงานที่รับผิดชอบเพื่อให้รัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป

ในส่วนของ กระทรวงวัฒนธรรม ต้องเตรียมความพร้อมทำการบ้านล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องการสรุปข้อมูลต่างๆ นำเสนอรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดสร้างพระเมรุ และความพร้อมของเวชยัตราชรถที่จะใช้ในการเคลื่อนพระศพไปยังพระเมรุต่อไป เนื่องจากมีเวลาน้อยต้องศึกษาและรวบรวมข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งนี้ ดิฉันจะรายงานความคืบหน้าในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อรัฐบาลหารือจนได้ข้อสรุปแล้วเชื่อว่าจะทำหนังสือทูลเกล้าฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งต้องรอว่าพระองค์จะโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการอย่างไร วธ.ก็พร้อมรับสนองงาน” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

ด้าน นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากรได้ดำเนินการตรวจสอบราชรถ ที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีพระศพ ประกอบด้วย พระมหาพิชัยราชรถ พระเวชยันตราชรถ และราชรถน้อย โดยจะประสานทางทหารให้มาช่วยตรวจสภาพของ ล้อ เพลา กลไกของราชรถ ว่า มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ส่วนในเรื่องของศิลาภรณ์นั้น ทางกรมศิลปากรจะมอบหมายให้ สำนักช่างสิบหมู่ เป็นผู้ประเมินตรวจดูสภาพทั้งหมด ส่วนจะมีการใช้ราชรถองค์ไหนนั้น ก็สุดแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ

นายเกรียงไกร กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการจัดสร้างพระเมรุนั้น ได้มีการประชุมคณะกรรมการกรมศิลปากร โดยมีมติแต่งตั้งคณะทำงานของกรมศิลปากรในการจัดสร้างพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แล้ว ประกอบด้วย นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น เป็นประธานคณะทำงาน และมีอดีตอธิบดีกรมศิลปากร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดสร้างพระเมรุร่วมเป็นคณะทำงาน ได้แก่ นายสุวิชญ์ รัศมิภูติ นายเดโช สวนานนท์ นายทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ นายอารักษ์ สังหิตกุล และทีมงานจากสำนักช่างสิบหมู่ สำนักสถาปัตยกรรม ซึ่งคณะทำงานชุดดังกล่าวจะเป็นผู้ดูแลการออกแบบ รูปแบบสถาปัตยกรรมของพระเมรุ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการจัดสร้าง

“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมศิลปากรได้เตรียมความพร้อมของข้อมูลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระเมรุ ราชรถ การจัดทำบันทึกจดหมาย ที่ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี เพื่อเตรียมนำเสนอข้อมูลต่อ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ต่อไป” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงประวัติและความหมายของ “พระมหาพิชัยราชรถและเวชยันตราชรถ” ว่า ราชรถ เป็นคำภาษาบาลี มาจากคำว่า ราช + รถ หมายถึง ทางรถหรือทางเดินของพระราชาหรือพระเจ้าแผ่นดิน โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าราชรถ คือ รถศึกของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งตรงกับความหมายของคำว่า ราชรถในวรรคดี แต่ราชรถ ในที่นี้จัดเป็นเครื่องประดับราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ เป็นเครื่องราชูปโภคที่แสดงออกถึงฐานะและบทบาทอันเป็นสมมติเทพ หรือเทวราชาของพระเจ้าแผ่นดิน ตามคติศาสนาพราหมณ์ที่เชื่อกันว่าพระมหากษัตริย์จะได้รับการยกย่องให้มีฐานะเปรียบเสมือนเทพเจ้า ที่สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่สถิตของเหล่าเทพยดา ดังนั้น ราชรถจึงมีลักษณะสูงใหญ่ เปรียบเป็นเข้าพระสุเมรุ มีพระวิมาณ คือ บุษบก ตั้งอยู่ตรงกลางเป็นส่วนสำคัญที่สุดทำให้เกิดความสง่างาม ปัจจุบันมีราชรถ 7 หลังเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ในโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำหรับ พระมหาพิชัยราชรถ มีความสูง 1,120 ซม. ยาว 1,530 ซม.สร้างในรัชกาลที่ 1 ประมาณ พ.ศ.2338 ใช้สำหรับทรงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น เคยใช้ทรงพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เพื่อเชิญออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง พ.ศ.2339 เคยใช้ทรงพระบรมศพรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารบก ดำเนินการซ่อมบูรณะพระมหาพิชัยราชรถ เพื่อใช้ในการถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2539 ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง

     ส่วนเวชยันตราชรถ มีความสูง 1,170 ซม.ยาว 1,750 ซม.สร้างในรัชกาลที่ 1 ราว พ.ศ.2342 สำหรับทรงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งทรงศักดิ์สูง ในรัชกาลที่ 1 ได้ใช้ทรงพระโกศสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์คู่พระโกศสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี ซึ่งทรงพระมหาพิชัยราชรถ ออกพระเมรุท้องสนามหลวงคราวเดียวกัน เมื่อ พ.ศ.2342 กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมให้งดงามและใช้ในการอัญเชิญพระบรมศพของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เมื่อ พ.ศ.2528 เมื่อซ่อมเสร็จแล้วประมาณว่า มีน้ำหนัก 40 ตัน ต้องใช้กำลังคนในการลากจูงและดึงถึง 206 คน แบ่งเป็นข้างหน้า 160 คน และข้างหลัง 46 คน และในครั้งนั้นได้ออกหมายเรียกว่า พระมหาพิชัยราชรถตามโบราณราชประเพณี นอกจากนี้ ในส่วนของราชรถน้อย มีทั้งหมด 3 หลัง สร้างในรัชกาลที่ 1 ใช้เป็นรถสมเด็จพระสังฆราชชักโยงพระศพ และเป็นรถพระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์ประทับโปรยข้าวตอกดอกไม้ จะเป็นรูปแบบเดียวกับพระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ แต่ต่างกันที่ขนาดเล็กลงมา และเศียรนาคจะเป็นเศียรเดียวเท่านั้น

คลิป พระราชจริยวัตร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นคุณูปการต่อพสกนิกร สมดั่งเป็นราชสกุล

ความยาว 22 นาที

เรื่องแนะนำ

อาดูร....สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ 

พระเสด็จสู่สวรรคาลัย.........พระเมรุมาศ ตอนที่๑ 

อ้างอิง ภาพราชยานฯ จาก website ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและ

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000001319


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
หมีปิศาจ วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 16.13 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

รู้แล้ว หยุดไปทัวร์หัวใจสีชมพูนี่เอง
ความคิดเห็นที่ 13
TFYMK วันที่ : 06/01/2008 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/tfymk

ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้มาก ๆ เลย
ความคิดเห็นที่ 12
นิธิวติฯ วันที่ : 06/01/2008 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/nitivati

หายหน้าไปหลายวันครับ แต่มีโอกาสแวะมาเยือนทีไร
ก็ได้อ่านเรื่องดีดีทุกที

ถึงจะยุ่ง แต่ก็ติดตามผลงานอยู่เสมอนะครับ

เคยได้ทราบรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของคุณสุ่ยในวันนี้อยู่บ้าง เลยขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับข้อสังเกตของคุณ Auguzzy ตามความเห็นที่ 8 ดังนี้ครับ

การปฏิบัติต่อราชรถนั้น มีแบบแผนธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องอยู่หลายด้านครับ แม้แต่การจะเคลื่อนราชรถออกจากโรงเก็บสักครั้ง ก็จะมีพิธีกรรมบวงสรวงกันเป็นเรื่องเป็นราว

ปรกติแล้ว ของที่ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพนั้น เมื่อเสร็จจากงานคราวหนึ่ง ก็จะถูกนำไปเก็บรักษาเอาไว้ โดยไม่มีการบูรณะซ่อมแซมหรือดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จนเมื่อรู้แน่แล้ว ว่าจะต้องมีการนำมาใช้งานอีกครั้งนั่นแหละ จึงจะมีการตั้งกองบูรณะกันอีกครั้ง

ธรรมเนียมข้อนี้ คงเป็นที่เข้าใจได้แหละครับว่ามีที่มาจากอะไร เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยหลักของสิ่งของเหล่านี้

เมื่อกว่า 15 ปีก่อน ภายหลังพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จย่า บริษัทแปซิฟิก อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ผลิตสารคดีความยาว 45 นาที เรื่อง "ลิขิตไว้ในแผ่นดิน" เนื้อหาเกี่ยวข้องกับแบบแผนธรรมเนียมพระราชพิธีพระบรมศพเอาไว้อย่างละเอียด ตั้งแต่วันสวรรคตจนถึงภายหลังพระราชพิธีถวายพระเพลิง นำเสนอด้วยบทบรรยายที่ไพเราะงดงามไม่ยืดยาดน่าเบื่อเป็นวิชาการ เต็มไปด้วยภาพที่ถ