• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 566
  • จำนวนผู้ชม : 363520
  • จำนวนผู้โหวต : 1120
  • ส่ง msg :
เปิดกรุ ประสานรัก Review

โครงการเปิดกรุ ประสานรัก Review

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2551
พระเสด็จสู่สวรรคาลัย...พระเมรุมาศ ตอนที่๒ ชม คลิปพิเศษ เบื้องหลัง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระพี่นางฯ
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1219 , 06:55:44 น.   | หมวดหมู่ : เนื้อหา สาระดีๆ   เพลงนั้นคือชีวิต  
พิมพ์หน้านี้


พระเสด็จสู่สวรรคาลัย.........พระเมรุมาศ ตอนที่๒

พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอุดลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร

เมื่อพระราชวงศ์สิ้นพระชนม์ จะทรงประกอบพระราชพิธิพระราชทานเพลิงศพตามโบราณราชประเพณี ณ ท้องสนามหลวง เรียกกันว่า 'การพระเมรุท้องสนามหลวง'

เกี่ยวกับโบราณราชประเพณีดังกล่าว ในพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงขอนำพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพจอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เมื่อครั้งทรงเป็นเจ้าฟ้ามหิดลอุดลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร เมื่อเดือนมีนาคม 2472(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 46 หน้า 4,608 วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2472) มาเล่าสู่กันฟังพร้อมภาพสะสมของข้าพเจ้าประกอบ

พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอุดลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร ด้วยมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ว่า ถึงเวลาอันสมควรที่จะพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานตกแต่งพระเมรุที่ท้องสนามหลวงโดยสมควรแก่พระเกียรติยศอันสูงศักดิ์ พร้อมสรรพด้วยสร้างสำหรับพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม กับพลับพลาพระที่นั่งทรงธรรมเป็นที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ศาลาลูกขุนและศาลานางใน โดยรอบพระเมรุมีราชวัติทึบปักฉัตรนากทองเงิน 5 ชั้น และที่พระเมรุปักฉัตรทองฉลุล่าย 7 ชั้นกับบังแทรกรอบพระเมรุมาศที่หน้าพระมรุด้านตะวันออก เปลื้องพระโกศทองใหญ่ เชิญพระลองชิ้นประดิษฐานเหนือพระจิตกาธานในพระเมรุประกอบพระโกศจันทน์ไว้

โปรดเกล้าฯ ให้สังฆการีเชิญเสด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะที่จักสวดศราทธพรตขึ้นยังอาสนบนพระที่นั่งทรงธรรม 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนพัดสังเค็ตแด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า แล้วประทับพระราชบัลลังก์ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้าถวายพระธรรมเทศนา พระสงฆ์ราชาคณะ 30 รูป มีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นประธานสวดศราทธพรตจบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 31 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์แล้ว ทรงประเคนใบจตุปัจจัยไทยธรรมเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระสังฆราชเจ้าถวายอติเรก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พระเมรุ ทหารเป่าแตรนอนเคารพพระศพจบแล้ว พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอุดลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร ทหารกองต่างๆ ในกระบวนแห่พระศพกระทำวันทยาวุธ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย เจ้าพนักงานประโคมสังข์แตรกลองชะนะธรรมเทศนาแล้ว ประทับพระราชบัลลังก์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม และโปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ สุประภาต จุดเครื่องทองน้อย

เมื่อสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์แสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว พระสงฆ์ 20 รูปมีพระธรรมปิฎกวัดพระเชตุพนเป็นประธานสวดศราทธพรต

ครั้นสวดจบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 21 รูปสดับปกรณ์แล้ว ทรงประเคนใบจตุปัจจัยไทยธรรมเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ถวายอติเรกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนบูชาธรรมที่พระแท่นสวดพระอภิธรรมแล้ว

เวลา 18 นาฬิกาเสด็จพระราชดำเนินกลับพระราชวังดุสิต เจ้าพนักงานกงเต๊กเชิญเครื่องสังเวยขึ้นตั้งบรรพชิตอนัมและจีนขึ้นสวดสังเวยแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ทรงทอดฟ้าไตรสลับแพร 35 ไตรบรรพชิตอนัมและจีนสดับปกรณ์เสร็จแล้ว กลับลงไปสวดกงเต๊กต่อไป

วันที่ 16 มีนาคม เวลา 14 นาฬิกาเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาขาว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนตร์พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตยังท้องพระโรงวังสวนกุหลาบ ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 20 รูป มีพระสังฆกิจคุณ เจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพเป็นประธานสดับปกรณ์ถวายอนุโมทนาและถวายอติเรกแล้ว เสด็จฯกลับพระราชวังดุสิต

เจ้าพนักงานเปลื้องพระโกศทองใหญ่ออก ชาวพนักงานประโคมสังข์แตรกลองชะนะ ตำรวจหลวงเชิญพระลองทรงพระศพออกจากท้องพระโรงไปประดิษฐานบนรถพระวิมานแล้ว เชิญออกจากวังสวนกุหลาบไปยังหน้าวัดพระเชตุพน เชิญขึ้นประดิษฐานบนเกรินเวชยันตราชรถประกอบพระโกศทองใหญ่ประดับพุ่มยอดและเฟือง

โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอกรมขุนชัยนาทนเรนทร เสด็จไปทรงทอดผ้าขาว พระสงฆ์วัดพระเชตุพน 20 รูป มีพระวิเชียรธรรมคุณาธาร เป็นประธานสดับปกรณ์แล้ว เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินขึ้นบันไดนาค เชิญพระโกศประดิษฐานในบุษบกเวชยันตราชรถ เดินกระบวนแห่พระศพพร้อมด้วยกองราชอิสสริยยศ (ดั่งแจ้งอยู่ในหมายกำหนดการพระเมรุนั้นแล้ว) มีกองราชเสนาเป็นกองหน้า คือทหารม้า 2 กองร้อย ทหารปืนใหญ่ 2 กองร้อย ทหารมหาดเล็ก 1 กองพันกับแตรวงธงประจำกอง ทหารเรือ 1 กองพันพร้อมด้วยแตรวงธงประจำกองกับกองบังคับการผู้กำกับกระบวน

สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ขึ้นราชรถเล็กอ่านพระอภิธรรมนำพระศพสู่พระเมรุท้องสนามหลวง โดยทางถนนสนามชัย ถนนราชดำเนินและถนนพระจันทร์

วันที่ 14 มีนาคม พุทธศักราช 2472 เวลา 16 นาฬิกาเศษได้พระฤกษ์ยกยอดพระเมรุ โหรบูชาฤกษ์มีศีร์ษะสุกร บายศรีตอง 3 ชั้นซ้ายขวาเหนือศาลเพียงตา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ เสด็จทรงชักรอกยกฉัตร 5 ชั้นขึ้นที่ยอดพระเมรุ เจ้าพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์แตรเครื่องดุริยางค์

วันที่ 15 มีนาคม เจ้าพนักงานเชิญพระลองพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าฯกรมหลวงสงขลานครินทร ขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง ณ ท้องพระโรงวังสวนกุหลาบ ประกอบพระโกศทองใหญ่ ประดับพุ่มยอดและเฟื่อง ภายใต้เบ็ญจปฎลเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องราชอิสสริยยศ ชาวพนักงานประโคมสังข์แตรกลองชะนะ

เวลา 17 นาฬิกา 15 นาฑี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศใหญ่ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ประดับเครื่องราชอิสสริยาภรณ์สายสะพายจุลจอมเกล้า เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนตร์ พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตสู่วังสวนกุหลาบทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการและทรงประเคนพัดสังเค็ดแก่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ ผู้จักถวายพระ

เวลา 16 นาฬิกา 15 นาฑี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศทหารเรือ ทรงประดับเครื่องราชอิสสริยาภรณ์สายสะพายมหาจักรีบรมราชวงศ์ เสด็จพระราชดำเนิรพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยรถม้าพระที่นั่งเทียมม้า 6 แต่พระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวัง มีนายทหารราชองครักษ์เชิญธงกระบี่ธุช ธงพระครุฑพาห์ขึ้นม้านำ ทหารม้าแห่นำตามเสด็จออกประตูวิเศษชัยศรีไปเทียบรถพระที่นั่งที่ถนนหน้าพระธาตุ เสด็จขึ้นประทับพลับพลาพระที่นั่งทรงธรรมณพระเมรุท้องสนามหลวง

กระบวนแห่งพระศพกองราชเสนาเดินถวายตัวผ่านหน้าพระที่นั่งตรงไปออกนอกราชวัติด้านใต้ เลี้ยวไปตั้งแถวที่สนามหญ้าหน้าพระเมรุด้านตะวันออก กองทหารปืนใหญ่ไปตั้งอยู่ที่ด้านเหนือพระเมรุกองราชอิสสริยยศหยุดเทียบเวชยันตราชรถที่ถนนพระจันทร์ตรงช่องราชวัติ เจ้าพนักงานเชิญพระโกศเลื่อนลงทางเกรินบันไดนาคประดิษฐานเหนือพระยานมาศสามลำคานเสร็จแล้ว

สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ขึ้นเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระธรรมนำพระศพ แห่เวียนพระเมรุพร้อมด้วยกองราชอิสสริยยศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงพระราชดำเนิรตามพระศพพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เวียนพระเมรุโดยอุตตราวรรตครบ 3 รอบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นประทับพลับพลา เจ้าพนักงานเทียบพระยานทหารปืนใหญ่ 2 กองร้อยยิงปืนพร้อมกันเป็นกองร้อยๆ ละ 3 ครั้งสลับกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับประทับพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จขึ้นพระราชทานเพลิง และพระบรมวงศ์นุวงศ์ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในเสด็จขึ้นถวายพระเพลิงต่อไป

เวลา 18 นาฬิกา 20 นาฑี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิรกลับพระราชวังดุสิตโดยรถยนตร์พระที่นั่ง เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์ถวายพระเพลิงแล้ว คณะทูตข้าทูลละอองธุลีพระบาทและพระสงฆ์ขึ้นถวายพระเพลิงต่อไป แล้วเจ้าพนักงานได้ปิดพระฉากรักษาพระเพลิงสุมพระอัฏฐิไว้คืนหนึ่ง

ตั้งแต่ได้เชิญพระศพขึ้นประดิษฐานบนพระเมรุ พระพิธีธรรมได้เข้าประจำสร้างทั้งสี่ ผลัดเปลี่ยนกันสวดพระอภิธรรม และชาวพนักงานประโคมยามจนถึงเวลาเชิญพระอัฏฐิกลับ

วันที่ 17 มีนาคม เวลาเช้า เจ้าพนักงานกรมวังเลี้ยงพระสงฆ์ที่สวดประจำสร้างทั้งสี่รวม 32 รูป เจ้าพนักงานภูษามาลาดับพระเพลิงประมวญพระอัฏฐิถวายคลุมไว้ ตั้งพระสุคนธ์ขันสรงและพระโกศทองลงยาสำหรับทรงพระอัฏฐิ 

เวลา 7 นาฬิกา 40 นาฑี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระภูษาขาว ประดับเครื่องราชอิสสริยาภรณ์สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ เสด็จพระราชดำเนิรพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยรถยนตร์พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตมายังพระที่นั่งทรงธรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุเจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดคลุม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสรงพระอัฏฐิสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทรด้วยพระสุคนธ์แล้ว เจ้าพนักงานแจงและแปรพระรูปถวายคลุมไว้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพระเมรุไปประทับพระที่นั่งทรงธรรม โปรดเกล้าฯ ให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาทราชสกุลราชินีกุล (ดั่งรายนามที่แจ้งอยู่แล้วในหมายกำหนดการ) เดิรสามหาบ 3 สำรับเวียนพระเมรุโดยอุตตราวรรต 3 รอบแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุ ทรงทอดไตรแพรสามหาบและโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงทอดต่อไป
พระสงฆ์สดับปกรณ์ไตรสามหาบ คือ (1) สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (2) สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (3) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (4) พระธรรมวโรดม (5) พระเทพมุนี (6) พระปัญญาพิสารเถร ได้ขึ้นไปสดับปกรณ์ตามลำดับแล้วกลับไป ณ อาสนสงฆ์ที่พระที่นั่งทรงธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรยเงินและทรงเก็บพระอัฏฐิสรงน้ำพระสุคนธ์ประมวญลงในพระโกศทองลงยาแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศขึ้นเหนือพานทองสองชั้น เชิญลงจากพระเมรุไปประดิษฐานในบุษบกบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง ณ พระที่นั่งทรงธรรม และประมวญพระอังคารลงในพระอะอบประดิษฐานบนพานทองพักไว้ในพระเมรุ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับพระที่นั่งทรงธรรมทรงประเคนภัตตาหารสามหาบ ครั้นพระสงฆ์กระทำภักตกฤตย์เสร็จถวายอนุโมทนา และสมเด็จพระสังฆราชเจ้าถวายอติเรกกลับแล้ว ทรงทอดผ้าไตรสังเค็ต 4 กับไตรเปล่า 46 ไตร พระสงฆ์ 50 รูป มีพระเทพมุนี เจ้าอาวาสวัดเบ็ญจมบพิตรเป็นประธานสดับปกรณ์แล้ว

โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฏฐิจากบุษบกแว่นฟ้าทองไปประดิษฐานเหนือพระเสลี่ยงกง มีกระบวนพระราชอิสสริยยศ (ดั่งแจ้งอยู่ในหมายกำหนดการพระเมรุนั้นแล้ว) เชิญพระอัฏฐิจากหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ออกทางช่องราชวัติพระเมรุด้านเหนือ ไปตามถนนพระจันทร์ ถนนราชดำเนินและถนนสนามชัย เข้าประตูเทวาพิทักษ์เทียบพระเสลี่ยงกงที่เกยหน้าบันไดพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ปราสาทเบื้องอุดรทิศ

เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฏฐิขึ้นไปประดิษฐานพักไว้ในบุษบกแว่นฟ้าบนพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ปราสาท ส่วนพระผะอบพระอังคารนั้นเจ้าพนักงานได้เชิญขึ้นพระเสลี่ยงพนักงาไปประดิษฐานพักไว้ในพระวิหารวัดราชบพิธ

มื่อกระบวนแห่พระอัฏฐิเดิรพ้นราชวัติพระเมรุไปแล้ว เวลา 9 นาฬิกา 15 นาฑี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชีนี เสด็จกลับพระราชวังดุสิต

งานพระอัฏฐิ 

วันที่ 25 มีนาคม เจ้าพนักเตรียมการในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ได้เชิญพระโกศพระบรมอัฏฐิพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระโกศพระบรมอัฏฐิสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ออกประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฏิลมหาเศวตฉัตร และเชิญพระโกศพระอัฏฐิสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทรมาประดิษฐานนณเตียงลาหน้าพระราชบัลลังก์ ตั้งเครื่องราชอิสสริยูปโภค ต้นไม้ทองเงินเครื่องราชสักการกับพระแท่นทรงกราบ กับได้เชิญพระพุทธปฏิมาประจำพระชนมวารอันคู่ด้วยพระบรมอัฏฐิ และพระพุทธปฏิมาของสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร มาประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทอดเครื่องนมัสการและพระแท่นทรงกราบไว้พร้อมสรรพ 

เวลา 17 นาฬิกา 35 นาฑี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศทหารเรือ ทรงประดับเครื่องราชอิสสริยาภรณ์สายสะพายมหาปรมาภรณ์ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนตร์พระที่นั่ง แต่พระราชวังดุสิตมายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการถวายบังคมพระบรมอัฏฐิแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ 20 รูปมีสมเด็จพระวันรัตเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นประธานสวดพระพุทธมนตร์ 

ครั้นจบแล้วพระพิมลธรรมเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุถวายพระธรรมเทศนาจบแล้ว ทรงทอดผ้าไตรสังเค็ต พระสงฆ์ 21 รูปสดับปกรณ์พระอัฏฐิสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร แล้วทรงประเคนใบจุตปัจจัยไทยธรรมเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ สมเด็จพระวันรัตถวายอติเรก

สมเด็จพระพุฒาจารย์ถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 4 ไตรและผ้าขาว 26 พับ พระสงฆ์ 30 รูปสดับปกรณ์พระบรมอัฏฐิแล้วถวายอนุโมทนา พระราชาคณะถวายอติเรก ถวายพระพรลา เวลา 19 นาฬิกา 30 นาฑี เสด็จพระราชดำเนิรกลับพระราชวังดุสิต

วันที่ 26 มีนาคม โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ทรงประเคนภัตตาหารแก่พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนตร์เมื่อวานนี้ ครั้นพระสงฆ์กระทำภักตกฤตย์เสร็จแล้ว เวลา 12 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องเต็มยศทหารมหาดเล็ก ทรงประดับเครื่องราชอิสสริยาภรณ์สายสะพายจุลจอมเกล้า เสด็จพระราชดำเนิรโดยรถยนตร์พระที่นั่ง จากพระราชวังดุสิตมายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการถวายบังคมพระบรมอัฏฐิ และทรงเครื่องนมัสการแล้ว ทรงประเคนใบจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระวันรัตถวายอติเรก สมเด็จพระพุฒาจารย์ถวายพระพรลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระเทพมุนีเจ้าอาวาสวัดเบ็ญจมบพิตร ถวายพระธรรมเทศนาจบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรสังเค็ตสำหรับพระเทศน์กับผ้าไตรสำหรับพระรับสัพพี 4 ไตร พระสงฆ์ 5 รูปสดับปกรณ์แล้ว ทรงประเคนใบจตุปัจจัยไทยธรรมเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ พระเทพมุนีถวายอติเรกถวายพระพรลา โปรดเกล้าฯให้พระเยาวราชวงศ์ทอดผ้ารายร้อย พระสงฆ์