
เศรษฐศาสตร์และตลาดแห่งความรัก....เร่เข้ามาจ๊ะ เร่เข้ามา!!!! โปรดคลิกเปิดเพลงจากplaylistด้านล่างเพื่อเข้ากับบรรยากาศ ช่วงแห่งความหวาน สุขสดชื่นเห็นจะไม่พ้นช่วงเวลาที่เขาเรียกกันว่าวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก วันนี้ ข้าพเจ้าขอนำชมแง่มุมการตลาดและเศรษฐศาสตร์แห่งวันนี้ด้วยการรายงานสด เกี่ยวกับธุรกิจการขายของในช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก อันเป็นบทสัมภาษณ์สด ผู้ขายดอกไม้ ต้นไม้ และของที่ระลึก อันเนื่องเกี่ยวกับความรัก และตีแผ่ธุกิจดอกกุหลาบที่เป็นสัญลักษณ์ของวันนี้ 
การซื้อขายดอกกุหลาบในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ในปีนี้ยังคงคึกคักเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนให้ดอกกุหลาบขายดีในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ คือ ราคาที่ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆ แม้ว่าจะมีการปรับราคาขึ้นบ้างในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ อย่างน้อย สองเท่าตัว และคุณภาพของดอกกุหลาบในปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนี้เนื่องจากแหล่งผลิตกุหลาบในประเทศไทยสามารถผลิตกุหลาบออกมาป้อนตลาดได้ในปริมาณมาก และมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนกุหลาบที่นำเข้าทั้งจากเนเธอร์แลนด์ก็มีราคาไม่แพงเหมือนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้ประสบกับปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวนจนกระทบต่อปริมาณการผลิตที่สำคัญ มีกุหลาบนำเข้าจากจีนหรือที่เรียกกันว่ากุหลาบคุนหมิง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงระยะ4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ดอกกุหลาบคุนหมิงก็มีปริมาณมาก ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับกุหลาบนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ อีกทั้งยังมีคุณภาพดี ทำให้กุหลาบคุนหมิงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และเข้ามาตีตลาดกุหลาบไทย ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบของไทยเร่งปรับคุณภาพการผลิตกุหลาบเพื่อแข่งขันกับกุหลาบจีน เนื่องจากปัจจุบันราคาของกุหลาบไทยที่มีคุณภาพดีนั้นอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับราคากุหลาบจีน 
ในปัจจุบันจีนเป็นผู้ผลิตไม้ตัดดอกและผู้ใช้ไม้ตัดดอกรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยปริมาณการผลิตไม้ตัดดอกของจีนคิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตไม้ตัดดอกของโลก กล่าวคือในปัจจุบันเนื้อที่ปลูกไม้ตัดดอกของจีนนั้นสูงถึง 122,400 เฮกตาร์(765,000 ไร่) และในแต่ละปีสามารถผลิตไม้ตัดดอกได้ 2.7 ล้านตัน(น้ำหนักสด) และยอดจำหน่ายไม้ตัดดอกในประเทศนั้นสูงถึง 54 พันล้านหยวน และมีมูลค่าส่งออกไม้ตัดดอก 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยูนานเป็นแหล่งปลูกไม้ตัดดอกแหล่งใหญ่ของจีน โดยมีสัดส่วนการผลิตไม้ตัดดอกถึงร้อยละ 50 ของปริมาณการผลิตไม้ตัดดอกทั้งหมดของจีน นอกจากนี้ยูนานยังเป็นแหล่งศูนย์กลางการค้าไม้ตัดดอกของจีนด้วย ซึ่งการขยายตัวของการผลิตไม้ตัดดอกของยูนานนั้นเพิ่มขึ้นเกือบ 20 เท่าตัวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากยูนานอยู่ภายใต้โครงการ International Trade Centre-Yunnan Flower Project ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีนและสวิตเซอร์แลนด์ 
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ตัดดอกในยูนาน โดยในยูนานนั้นมีพื้นที่ปลูกไม้ตัดดอก 3 แหล่งคือ คุนหมิง สิบสองปันนา และลี่เจียง(Lijiang) ซึ่งคุนหมิงนั้นเริ่มเป็นแหล่งปลูกไม้ตัดดอกที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อคุนหมิงเป็นสถานที่จัดงาน International Horticulture Expo ครั้งที่ 14 ในปี 2543 ซึ่งไม้ตัดดอกที่ส่งออกในปัจจุบัน คือ กุหลาบ คาดว่าในอนาคตคุนหมิงจะเป็นแหล่งสำคัญของการส่งออกดอกเบญจมาศด้วย เนื่องจากปัจจุบันทางเนเธอร์แลนด์มีโครงการร่วมกับผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ของเซี่ยงไฮ้ที่จะขยายการผลิตดอกเบญจมาศที่คุณภาพเพื่อการส่งออก สาเหตุที่คุนหมิงเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศในการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกไม้ตัดดอก เนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสม และต้นทุนการผลิตอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเฉพาะต้นทุนด้านที่ดินและค่าจ้างแรงงาน 
ในปี 2550 ยูนานผลิตไม้ตัดดอกได้เป็นมูลค่า 845.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งออกไม้ตัดดอกมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าเนื้อที่ปลูกไม้ตัดดอกในปี 2550 จะเพิ่มขึ้นเป็น 14,000 เฮกตาร์( 87,500 ไร่) จากเดิมในปี 2549ที่มีอยู่เพียง 10,600 เฮกตาร์(66,250 ไร่) และทาง ITC มีนโยบายสนับสนุนให้มีการจัดตั้งตลาดประมูลไม้ตัดดอกที่คุนหมิง 
ปัจจุบันไม้ตัดดอกของยูนานนั้นส่งเข้าไปจำหน่ายในตลาดประมูลดอกไม้ที่สำคัญของโลกในเนเธอร์แลนด์ ในนามของ"ดอกไม้จากยูนาน" ซึ่งนอกจากตลาดยุโรปแล้วตลาดส่งออกเป้าหมายของไม้ตัดดอกจากยูนานคือ ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ 
ส่วนการปลุกกุหลาบของไทยในปัจจุบันจะมุ่งการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ และทดแทนการนำเข้า ตลาดใหญ่ของกุหลาบยังเป็นที่ปากคลองตลาด ซึ่งจะมีกุหลาบจากภาคกลาง และกุหลาบจากอำเภอพบพระเป็นหลัก กุหลาบมีคุณภาพปานกลางถึงต่ำ การกำหนดราคาขึ้นลงขึ้นอยู่กับผู้รับซื้อ ผลผลิตมีปริมาณไม่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาวะอากาศ ส่วนมากจะล้นตลาดช่วงฤดูฝน ส่วนเกษตรกรที่ผลิตกุหลาบคุณภาพสูง เกษตรกรจะส่งโดยตรงกับร้านดอกไม้หรือส่งผ่านผู้ขายส่ง ผลผลิตสม่ำเสมอมากกว่า 
ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบหลายรายเน้นการผลิตกุหลาบคุณภาพสูงจำนวนสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ไม่เน้นเฉพาะช่วง เช่น วันวาเลนไทน์ เพราะผลผลิตได้ราคาดีตลอดทั้งปี
ในระยะต่อไปเมื่อการเจรจาเขตการค้าเสรีของไทยเริ่มครอบคลุมสินค้าไม้ดอกไม้ประดับ ก็จะทำให้ภาษีการนำเข้าไม้ตัดดอกจากจีนจะมีแนวโน้มลดลง กุหลาบของไทยจะต้องแข่งขันกับกุหลาบคุนหมิง ซึ่งมีพัฒนาการผลิตกุหลาบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเกษตรกรของไทยผู้ผลิตกุหลาบคุณภาพสูงจะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขันจึงเป็นงานหนักของทั้งเกษตรกร ภาคเอกชน และภาครัฐที่จะสนับสนุนเพื่อให้เกษตรกรปลูกกุหลาบในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเฉพาะการจัดนิคมปลูกไม้ดอกเมืองหนาว โดยจำกัดพื้นที่และรักษาสภาพแวดล้อมให้มากที่สุด ประกอบกับส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สนับสนุนการลงทุน พัฒนาระบบการตลาดและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพกุหลาบของไทยให้สามารถแข่งขันกับกุหลาบจีนได้จะเห็นได้ว่า ธุรกิจดอกไม้เองก็ต้องอยู่ในวงจรแห่งการแข่งขัน ไม่เพียงต้องแข่งกับตัวเอง แต่ยังต้องแข่งกับนานาชาติ เมื่อเรามีพัฒนาการเข้ามาสู่ยุคของโลกที่ไร้พรมแดนขึ้นทุกวัน 
คลิก เพื่อชมคลิป สัมภาษณ์ผู้ค้าสินค้าประเภทดอกกุหลาบและต้นไม้ ณ บริเวณห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ณ วันที่ 14ก.พ.2551 ช่วงเช้า
โปรดปิดเครื่องเล่นเพลงด้านล่างเสียก่อน เพื่่อความราบรื่นในการชม |

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกุหลาบจากเว็บไซต์มิส ลิลลี่ 
กุหลาบ จะมีราคาเป็น 2เท่าจากราคาปกติ ในวันวาเลนไทน์ และจากราคาที่ปากคลองตลาด ราคาปกติกำละ 150 บาท จะขึ้นเป็นราคากำละ 250 บาทในโอกาสพิเศษเช่นนี้ |