วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
พระเอกผู้มากับโอกาส...ต้องเข้าให้ถึงใจ สังคม
Posted by
feng_shui
,
ผู้อ่าน : 572
, 02:11:18 น.
| หมวดหมู่ :
การเมือง เรื่องง่ายๆ
พิมพ์หน้านี้

ขอบคุณภาพจากครูทิพย์ | ว่ากันว่า มนุษย์จะเลือกตัดสินใจทำสิ่งผิดกฎหมาย หรือคุณธรรม ขึ้นอยู่กับว่าตนเองประเมินแล้วว่าจะได้ มากกว่า เสีย หากได้ มากกว่าเสียแล้ว ร้อยทั้งร้อย เขาทำแน่นอน ที่ว่า ได้ ในที่นี้คือได้ประโยชน์จากการโกหก เช่น การเป็นข่าวดัง ซึ่งก็คือการสร้างราคาให้ตนเอง หรือการเอาดีเข้าตัว ส่วนด้านเสีย ... โดยทั่วๆไป การโกหก ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเป็นสิ่งไม่ดี ทำลายเกียรติภูมิ ของตนเอง นักการเมืองที่คุ้นและอยู่ในวังววนแห่งมายาคติ ย่อมประเมินผลเสียข้อนี้ ไว้ต่ำมาก เพราะถูกหล่อหลอมกันมาและมีโลกทัศน์ปลอบใจตนเองว่า หากแม้นว่าตนผิดจริง ก็เอาหลักฐานมาพิสูจน์กัน การถูกจับโกหกก็ดูเป็นไปยากเหลือเกิน เมื่อผลเสีย ของการโกหก ชั่งกับผลได้แล้วจะมีน้อยมากในสายตาของคนเหล่านั้น เราจึงเห็นโกหกคำโตของทุกวันไม่มีวันจบสิ้น นอกจากนี้นักการเมืองที่ประสบความสำเร็จ มักจะสร้างประเด็นข้อกังขาของประชาชน แปลงเป็นการกระตุ้นต่อมอารมณ์ปลุกเร้าให้เกิดความถูกใจของประชาชนอีกกลุ่มได้ ด้วยคุณสมบัติพิเศษ จะแพ้ชนะใจกันก็ที่ปลุกเร้าอารมณ์ด้วยอารมณ์นี่แหละ สุดท้ายคือถูกใจประชาชนกลุ่มหนึ่ง แต่ถูกต้องหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 
ภาพจากสำนักข่าว CNN |
ข้าพเจ้าเฝ้าติดตามนายกฯ สมัคร เมื่อวันอาทิตย์ หวังว่าท่านจะพูดถึงเศรษฐกิจแบบที่ท่านได้เคยสัมภาษณ์ไว้กับผู้สื่อข่าว ซีเอ็นเอ็น และ อัลจาไซร่า ว่าจะเป็นเรื่องหลักที่อาจเป็นหัวใจของรัฐบาล ของคุณสมัครเลยทีเดียว (ในโอกาสหน้าจะลองวิเคราะห์เรื่องเศรษฐกิจประเทศไทย ภายใต้รัฐมนตรีหมอเลี๊ยบ ที่คุณสมัครได้ตอบคำถามนักข่าวต่างประเทศไว้) กาลกลับ เป็นว่าท่านพูดจริง แต่พูดแบบเปลือก อธิบาย เลาะเล็ม ไม่มีภาพของความเป็นมหภาคให้เราได้ตื่นเต้นกันเลย
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เนื่องด้วยกาลเวลาและผลประโยชน์ไปกันได้หรือไม่ เฉกเช่นเมื่อก่อน ขวาพิฆาตซ้าย เดี๋ยวนี้ ขวาสมานฉันท์กับซ้ายได้เสียแล้ว หนำซ้ำยังเปลี่ยนผู้ร้ายเป็นปราชญ์ชาวบ้าน อันเป็นพวกที่มีแนวคิดหลักเหตุผลของตนเอง และเพื่อให้พระเอก เป็นพระเอกในใจ ประชาชนที่รักการใช้สำนวนหรูๆแบบปลุกเร้าของพระเอก สุดท้ายก็ยังคงเป็นพระเอกในสังคมอยู่นั่นเอง ในสังคมของการแลกเปลี่ยน สื่อสาร ย่อมมีคนได้เปรียบ กับเสียเปรียบ คนที่รู้จักฉวยโอกาส สร้างราคาให้ตนเอง ทำให้ข้าพเจ้าคิดถึงตอนสมัยเรียน ซึ่งมักจะมีการมอบหมายงานกลุ่มให้ทำเป็นกลุ่มๆ และมักจะมีคนที่ฉลาดพอที่จะมีความสามารถในการลงแรงน้อยที่สุดแต่ได้ผลงานตามน้ำของงานกลุ่มอยู่เสมอๆ เรามักเรียกคนประเภทนี้ว่า ฟรีไรเดอร์ หรือนักฉกฉวยโอกาส ทำอย่างไรได้ สังคมยังชื่นชอบผู้มีฝีปาก และรักคนเฉลียวฉลาดทางธุรกิจ มากกว่าคนซื่อสัตย์ แล้วฟรีไรเดอร์ มันจะผิดตรงไหน หากไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ |
|