

พิธี เชงเม้ง ไหว้บรรพบุรุษ ชิงหมิง ( qing-ming ) หรือ เชงเม้ง เช็งเม้ง เป็นชื่อของสารท ( ใน1 ปีมี 24 สารท ) "เช็ง" หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และ "เม้ง" หมายถึง สว่าง รวมแล้วหมายความถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์ สารท เช็งเม้ง หรือ เชงเม้ง เริ่มต้นประมาณ 5 เมษา - 20 เมษา เป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะคลายความหนาวเย็น เริ่มเข้าสู่ความอบอุ่น ( ของประเทศจีน ) มีฝนตกปรอย ๆ มีบรรยากาศสดชื่น ท้องฟ้าใสสว่าง อันเป็นที่มาของชื่อ สารท เช็งเม้ง
เทศกาลเช็งเม้ง ประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ ไหว้บรรพบุรุษ ที่ สุสาน ( ฮวงซุ้ย หรือ ฮวงจุ้ย ) เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ ประเพณีนี้สืบทอดมายาวนานเป็นพันปี โดยขุนนาง สมัยราชวงศ์โจว โจวกงจีต้าน เป็นผู้กำหนด พิธีการจัดงานศพ



เทศกาลเช็งเม้ง ประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ ไหว้บรรพบุรุษ ที่ สุสาน ( ฮวงซุ้ย หรือ ฮวงจุ้ย ) เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ ประเพณีนี้สืบทอดมายาวนานเป็นพันปี โดยขุนนาง สมัยราชวงศ์โจว โจวกงจีต้าน เป็นผู้กำหนด พิธีการจัดงานศพ
สุสาน ( ฮวงจุ้ย / ฮวงซุ้ย ) ตระกูลเราอยู่ที่ สุสานฮกเกี้ยน บ้านบึง ชลบุรี ปีนี้เรานัดกันไปในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2551 ออกเดินทางกันแต่เช้า และแน่นอนรถติดกันพอสมควร ประโยชน์ของการไป ไหว้บรรพบุรุษ เทศกาลเชงเม้งนั้นก็เพื่อรำลึกถึงคุณความดี ที่บรรพบุรุษของเราได้กระทำไว้ ได้ดูแลเรา ลำบากเพื่ื่อเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต "เราสบาย เพราะพ่อแม่ บรรพบุรุษลำบาก" ยังจำได้ถึงคำพูดของแม่ ที่กล่าวถึงการทำทั้งงานบ้านและงานธุรกิจของครอบครัวเรา


การไปสุสานบรรพบุรุษในเทศกาลเชงเม้ง เป็นศูนย์รวมตระกูล ผังตระกูล (Family Tree) โดยทั่วไป การไหว้ที่ดีที่สุด ต้องนัดหมายไปไหว้พร้อมกัน ( วันและเวลาเดียวกัน ) ทำให้ลูกหลานที่อยู่กระจายกันไป ได้มาพบปะ สังสรรค์กันพร้อมหน้า เป็นการสร้างความสามัคคี สร้างจุดศูนย์รวม กล่าวได้ว่าเป็น วันรวมญาติ
เป็นกรอบถนนชีวิตของลูกหลานทุกคน "พ่อแม่ตายแล้ว ยังกำหนดชะตาชีวิตลูกหลาน" เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เน้นความกตัญญูที่มีต่อบุพการีและลูกหลานควรปฏิบัติตาม
เป็นการเตือนสติตน ความตายต้องเกิดขึ้นกับทุกคน และเป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน



ประเพณีปฏิบัติในวัน เช็งเม้ง การทำความสะอาด สุสาน ( เซ้าหมอ ) ลงสีที่ป้ายชื่อให้ดูใหม่ - คนตายแล้วลงสีเขียว หรือสีทองขลิบเขียว คนเป็นลงสีแดง ( ห้ามถอนหญ้า - อาจกระทบตำแหน่งห้าม เช่น ทิศอสูร ทิศแตกสลาย ทิศดาวเบญจภูติ )
บ้างก็ตกแต่งด้วย กระดาษม้วนสายรุ้ง ( สุสานคนเป็น - แซกี - ใช้สายรุ้งสีแดง :: สุสานคนตาย - ฮกกี - ใช้หลากสีได้ ) ห้ามปักธง ลงบนหลังเต่า เท่ากับทิ่มแทงหลุม และบางความเชื่อ ทำให้หลังคาบ้านของบรรพบุรุษรั่ว
กราบไหว้ เจ้าที่ เป็นการให้เกียรติ และขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองดูแล
การจัดวางของไหว้ ( เรียงลำดับจากป้าย )
เทียน 1 คู่ + ธูป 5 ดอก ( อาจปักลงบนฟักได้ ) ชา 5 ถ้วย เหล้า 5 ถ้วย ของไหว้ต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ผลไม้ ควรงดเนื้อหมู - เพราะเคยมีปรากฎว่า เจ้าที่เป็นอิสลาม กระดาษเงิน กระดาษทอง กราบไหว้ ระลึกถึงพระคุณ ของพ่อแม่ บรรพบุรษ ตั้งเครื่องบูชาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่าน
การจัดวางของไหว้ ( เรียงลำดับจากป้าย - จะต่างกับข้างต้น )
ชา 3 ถ้วย เหล้า 3 ถ้วย ของไหว้ต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ผลไม้ ปีนี้ เรามีมะม่วงน้ำดอกไม้จากสวนบ้านเราไปเป็นเข่งเลยค่ะ 
* ของไหว้ ตามความเชื่อประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็น ขนมถ้วยฟู - ฮวกก้วย *
กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯ เทียน 1 คู่ + ธูป ตามจำนวนบรรพบุรุษ ท่านละ 1 ดอก ปกติแล้ว ห้ามวางของตรงแท่นหน้า เจีี๊ยะปี ( ป้ายหิน ที่จารึกชื่อ บรรพบุรุษ ) เพราะเป็นที่เข้าออกของ วิญญาณบรรพบุรุษ ไม่ใช่เก้าอี้นั่ง อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

พิธีเชงเม้ง ผู้อาวุโส เป็นผู้นำกราบ ไหว้จนเทียนใกล้หมดก้าน ลูกหลานตีวงล้อมด้วยหวาย เผา กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯ เป็นการกำหนดขอบเขตว่า สิ่งเหล่านี้ลูกหลานส่งให้ บรรพบุรุษของครอบครัว นั้น ๆ เป็นการเฉพาะ ป้องกันการแย่งชิง ( ผู้ตีวงล้อม ต้องเป็นลูกหลานเท่านั้น ) เป็นอันเสร็จพิธี บางครอบครัวก็จะมานั่งล้อมวงทานอาหารกันต่อ เพื่อเป็นการ แสดงความสมานสามัคคีแก่ บรรพบุรุษ เราไปกันที่โรงอาหารรวมกันค่ะ 




|