| Classic Post Cards | ||
เหตุการณ์บ้านเมืองเรา สถานที่ บุคคล ถูกบันทึกไว้เป็นภาพที่ระลึกให้กันและกัน ในรูปแบบPost Cards |
||
|
View All |
||
| รีวิว....กิจกรรมปลูกป่าชายเลน บางขุนไทร | ||
กิจกรรมปลูกป่าชายเลน บางขุนไทร เพชรบุรี ระหว่างวันที่26-27 ก.ค.2551 |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
พระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่1(2454)
สีฝุ่นบนกระดาษแข็ง
เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ตระเวนห้างหรูแถวย่านไฮโซ ซึ่งเป็นความโชคดีที่สุดที่ได้ร่วมเข้าชมนิทรศการ The Galileo Chini Exhibition @ Central Chidlom100 ปี มรดกศิลป์ กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรสองแผ่นดิน ผู้รังสรรค์งานศิลป์ในพระที่นั่งอนันตสมาคมนัยว่าเป็นโอกาสร่วมฉลอง 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต และ การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม ไทย-อิตาลี (พ.ศ.2411 - 2551) ซึ่งเป็นการนำย้อนรอยประวัติศาสตร์ ผ่านผลงานศิลปะชิ้นล้ำค่า ซึ่งประเมินมูลค่ามิได้ ของศิลปินเอกชาวอิตาเลียน กาลิเลโอ คีนิ (Galileo Chini) อันมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงาน The Galileo Chini Exhibition @ Central Chidlom 100 ปี มรดกศิลป์ กาลิเลโอ คีนิจิตรกรสองแผ่นดิน ผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม
เรามาสัมผัสกาลิเลโอ คินี ย้อนยุคและชมผลงานอันล้ำค่าของเขากันค่ะ งานจัดขึ้นที่ ดิ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม จัดโดยความร่วมมือระหว่าง สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย, คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ร่วมสนับสนุนโดย กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงวัฒนธรรม, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ คานาดอย กรุ๊ป (Canadoil Group)
มีเครื่องดื่มและอาหารว่างแบบค้อกเทลน่าทานมาก แต่ข้าพเข้าไม่ได้ทานสักอย่างเพราะมัวแต่ตื่นเต้นและคอยสดับคำบรรยายของผศ. ดร.หนึ่งฤดี จนกระทั่งจบก็ยังสาละวนเดินเก็บภาพเพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้เก็บภาพ แล้วก็เจอปัญหาเล็นซ์กล้องเสีย อีก เหนื่อยเลย!!!! แรกที่ก้าวไปอยู่หน้างานโดยบังเอิญเห็นทีวีวงจรปิดของเซ็นทรัลว่ามีงานนิทรรศการก็เกิดความไม่กล้า เนื่องจากดูออกจะเป็นงานไฮโซ มีทั้งชาวต่างชาติและไฮโซวงการศิลปะของไทยที่คุ้นๆหน้า เลยกระมิดกระเมี้ยนถามนิสิตที่ลงทะเบียนว่าสามารถเข้าไปชมได้หรือไม่ น้องนิสิตก็ดีใจหายให้ลงชื่อแต่ขอให้รอพิธีเปิดเรียบร้อยก่อน เพราะหน้างานคนออและชุลมุน เดินเก้ๆกังๆหน้างาน
คุณนินา ปัจฉิมสัสดิ์ พิธีกรสาว มืออาชีพ
ตัวแทนของ ผู้สืบศิลป์ต่อจาก คินี มอบของที่ระลึกให้ตัวแทนประธานจัดงาน พลันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นหน้า คือบล๊อกเกอร์ทิวสน และโชคดีซ้ำสองคือเหลือบไปเห็นเพื่่อนรุ่นน้อง คุณโย (ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด )จึงใจชื้นขึ้นมาหน่อยและสุดท้ายก็ได้รับความเอื้อเฟื้อและอำนวยความสะดวกจากทั้งสองท่าน ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ถ่ายรูปกับบล๊อกเกอร์ทิวสนด้านหลังเป็นงานเซรามิค ล้ำค่าของคินี ซึ่งจะกล่าวถึงในตอนถัดไป จนได้เข้าไป ชมนิทรรศการ และตามเก็บเรื่องเล่าจาก ผศ. ดร. หนึ่งฤดี โลหผล หัวหน้าสาขาวิชาภาษาอิตาเลียน ภาควิชาตะวันตก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของ กาลิเลโอ คีนี มากว่า 16 ปี
การจัดนิทรรศการครั้งนี้ มีที่มาสืบเนื่องจาก เมื่อปีพุทธศักราช 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญ กาลิเลโอ คีนิ ศิลปินเอกชาวอิตาเลียน ผู้มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรม เข้ามารับงานตกแต่งพระที่นั่งองค์ใหม่ในพระนคร นั่นคือ พระที่นั่งอนันตสมาคม
เขานับเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นและประสบความสำเร็จในวงการศิลปะของประเทศอิตาลียุคนั้น ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลายรูปแบบทั้ง จิตรกรรมบนผืนผ้าใบ จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องเคลือบดินเผา จิตรกรรมประดับอาคาร เป็นต้น
มีวงดนตรีขับกล่อม เข้ากับบรรยากาศแบบคลาสสิก กระทั่งปลายฤดูร้อน พุทธศักราช 2454 กาลิเลโอ คีนิ ได้ออกเดินทางจากประเทศอิตาลี มุ่งหน้าสู่สยาม การเดินทางอันยาวไกลจากโลกตะวันตกสู่โลกตะวันออกในครั้งนี้ ไม่เพียงเพื่อรับงานเขียนภาพผลงานชิ้นเอกครั้งสำคัญในชีวิตเท่านั้น หากแต่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยที่เขาได้สัมผัส ยังมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะของเขาในเวลาต่อมา จนทำให้ กาลิเลโอ คีนิกลายเป็นศิลปิน ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน คลิกชมคลิป ซำเหมาลุยถิ่นไฮโซชมนิทรรศการ๑๐๐ปี "กาลิเลโอ คีนิ"(๑) ผู้บรรยายคือ ผศ.ดร.หนึ่งฤทัย และพิธีกร คุณนินา
กาลิเลโอ คีนิ ได้เดินทางเข้ามายังเมืองพระนครตรงกับปีแรกของรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสบการณ์ในโลกตะวันออกได้หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งในตัวศิลปิน ราวกับได้เติมเต็มการรับรู้ของเขาด้วยแสงและสีสัน อันสุกสว่าง รูปทรง เส้นสายลวดลายที่แปลกตา สยามในการรับรู้และความทรงจำ มีผลชัดเจนต่อภาษาศิลปะของกาลิเลโอ คีนิ ศิลปินเอกผู้ที่ชีวิตไม่เคยอยู่ห่างศิลปะ แม้ในช่วงบั้นปลายชีวิต ผลงานศิลปะชิ้นประวัติศาสตร์ของศิลปิน กาลิเลโอ คีนิ ได้นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งแบ่งเป็น 6 โซน โดยเริ่มตั้งแต่บันทึกการเดินทางสู่สยามด้วยภาพถ่ายขาวดำ เบื้องหลังการวาดภาพจิตรกรรมแบบเฟรสโก้บนเพดานโดม พระที่นั่งอนันตสมาคม ผลงานจิตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นระหว่างที่พำนักในสยาม จนถึงงานที่เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อเดินทางกลับไปยังประเทศอิตาลีแล้ว งานศิลป์ของคีนิในระยะหลังได้สะท้อนความทรงจำถึงสยามประเทศอันงดงามของคีนิตลอดชีวิตการเป็นศิลปิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานการออกแบบฉากมหาอุปรากร ตูรันดอท (Turandot) ของคีตกวีเอก ปุชชินี่ (Puccini) ซึ่งกลายเป็นมรดกศิลป์อันล้ำค่า
หลายผลงานไม่เคยนำออกจัดแสดงที่ใดมาก่อน หลายผลงานไม่เคยได้รับอนุญาตให้นำออกจากประเทศอิตาลี และหลายผลงานได้จำหน่ายเป็นลิขสิทธิ์ของนักสะสมไปแล้ว ผู้จัดงานรวบรวมนำมาจัดแสดงในงานนี้ และถึงแม้ว่าจะเดินทางไปชมถึงประเทศอิตาลี ก็อาจไม่มีโอกาสได้ชมผลงานอย่างครบถ้วน
แผนที่กรุงเทพ โซนที่ 1 สู่สยามประเทศ พุทธศักราช ๒๔๕๓ กาลิเลโอ คีนิ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ให้รับหน้าที่เป็นช่างเขียนภาพจิตรกรรมตกแต่งพระที่นั่งอนันตสมาคม ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ปีแรกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เขาจึงได้เดินทางออกจากบ้านเกิดในประเทศอิตาลี โดยสารเรือเดินสมุทรสายยุโรปเหนือ-ตะวันออกไกล เดอร์ฟลิงเงอร์ มุ่งสู่พระนครหลวงของสยามประเทศ ระหว่างการเดินทางและการพำนักในประเทศสยามรวมเวลา๒ ปี
บรรยากาศเมื่อครั้งระหว่างคินีเดินทางสู่สยาม ทางเรือ มีการขายถ้วยชาม
เขาได้ถ่ายภาพ รวมทั้งได้เก็บสะสมภาพถ่ายและโปสการ์ดที่บัดนี้นับเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า โดยเฉพาะภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงการศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมของเมืองสยาม เพื่อการรังสรรค์ภาพจิตรกรรมประดับท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคม นอกจากนั้นยังมีภาพการเดินทางที่ยาวนานร่วมเดือนจากอิตาลีถึงเมืองบางกอก ภาพผู้คนและภูมิทัศน์เมืองสยามเมื่อกว่า ๑๐๐ ปีก่อน ภาพสถาปัตยกรรมและนาฎศิลป์ในความสนใจของกาลิเลโอ คีนิ ตลอดจนภาพชีวิตของช่างศิลป์ชาวอิตาเลียนที่เข้ามารับราชการในเมืองสยามยุคนั้นเอกสารทางประวัติศาสตร์ชุดนี้ เปาลา โปลิโดริ คีนิ หลานปู่ของกาลิเลโอ คีนิ ได้มอบให้เป็นสมบัติของประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยให้เก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพฯ
โซนที่ 2กาลิเลโอ คีนิ กับพระที่นั่งอนันตสมาคม
ภาพจิตรกรรมฝาผนังชนิดปูนเปียก (เฟรสโก)
ภาพจิตรกรรมฝาผนังชนิดปูนเปียก (เฟรสโก)
ภาพจิตรกรรมฝาผนังชนิดปูนเปียก (เฟรสโก)
ภาพเขียนจิตรกรรมและแบบร่างต้นฉบับในห้องนี้ แสดงให้เห็นถึงเบื้องหลังการเตรียมงานเพื่อการรังสรรค์งานศิลป์ชิ้นเอกของช่างเขียนกาลิเลโอ คีนิ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๔๕๔ เมื่อกาลิเลโอ คีนิ เดินทางเข้ามาถึงสยามประเทศ กรมโยธาธิการได้ดำเนินการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคมเต็มองค์แล้ว
แต่ยังไม่ได้มุงกระเบื้องทองแดงบนหลังคาและยังเพิ่งเริ่มการประดับตกแต่งอาคาร ในช่วงแรกคีนิได้เริ่มขั้นตอนการศึกษาเพื่อเตรียมการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังชนิดปูนเปียก (เฟรสโก) เล่าถึงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสำคัญในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ละพระองค์ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕
ศิลปินชาวอิตาเลียนท่านนี้ ได้รับพระบรมราชานุญาตผ่านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ผู้อำนวยการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ให้ศึกษาข้อมูลและรายละเอียดสำคัญต่างๆ อาทิ พระที่นั่งพระราชยานพุดตานทอง เครื่องราชกกุธภัณฑ์
มหาดเล็กหลวงในขบวนพระบรมราชอิสสริยยศ(2454) และเครื่องแบบของข้าราชบริพารในตำแหน่งต่างๆ นอกจากนั้น เขายังได้มีโอกาสชมโบราณสถานสำคัญในบริเวณเมืองพระนครและกรุงศรีอยุธยา เพื่อเก็บข้อมูลอันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในพระที่นั่งอนันตสมาคม เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖เมื่อกาลิเลโอ คีนิ ทำงานสำเร็จลุล่วงแล้ว เขาได้นำภาพศึกษาเหล่านี้ติดตัวกลับไปยังบ้านเกิดในประเทศอิตาลี ผลของการศึกษาและการทุ่มเททำงานในครั้งนั้น ปรากฎเป็นที่ประจักษ์ตราบจนทุกวันนี้ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งปรากฎงดงามวิจิตรด้วยภาพจิตรกรรมประดับเพดานและโดมจากบริเวณห้องโถงบันไดด้านทิศตะวันออกถึงท้องพระโรงด้านบนทั้งหมด ผลงานศิลปะของกาลิเลโอ คีนิ และผู้ช่วยของเขา (คาร์โล ริโกลิ และโจวันนิ สะกวันชิ) นับเป็นงานศิลป์ชิ้นเอกคู่แผ่นดินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ เปาลา โปลิโดริ คีนิ ได้นำพิมพ์เขียวต้นฉบับ ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อเป็นสมบัติของประเทศไทยสืบไป โซนที่ 3 กาลิเลโอ คีนิ กับเมืองสยาม
ศึกษาพระบรมสาธิสลักษณ์ ร.1 และราชกุธภัณฑ์(2454) สีฝุ่นบนกระดาษแข็ง
ภาพศึกษาพระมหาพิชัยมงกุฎ(2454-2455)
ภาพSketchบันทึกงานพระราชพิธี กาลิเลโอ คีนิ ในฐานะที่เป็นช่างเขียนหลวงเขายังได้รับมอบหมายให้เขียนภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย ดังจะเห็นได้จากภาพศึกษาฉลองพระองค์รัชกาลที่ 6
ศึกษาฉลองพระองค์รัชกาลที่ 6
|