| Classic Post Cards | ||
เหตุการณ์บ้านเมืองเรา สถานที่ บุคคล ถูกบันทึกไว้เป็นภาพที่ระลึกให้กันและกัน ในรูปแบบPost Cards |
||
|
View All |
||
| เปิดกรุ ประสานรัก Review | ||
โครงการเปิดกรุ ประสานรัก Review |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ทิวทัศน์และธรรมชาติแบบกลางป่า ณ สระราฮาล
.
.
เราไปหมายเลข10กันมาแล้ว วันนี้อัปสรา ๒นาง คืออัปสราwansukและอ้ปสราดิน จะพาเราไป หมายเลข 7 และหมายเลข8 ตามมาค่ะ!!!!
บัตรผ่านประตูสู่เกาะแกร์
เกาะแกร์ .ศิลปะที่สำแดงความยิ่งใหญ่..ขอชิญชมศิลปะต้นแบบของปราสาทวิหารที่กำลังจะเป็นประวัติศาสตร์แห่งความเศร้าระดับชาติอันยาวนานกว่า๔๖ปี กลุ่มปราสาทเกาะแกร์ เป็นปราสาทช่วงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่๔ อยู่ไกลจากเสียมเรียบที่เราพัก ประมาณ ๘๐กิโลเมตร
ปราสาทเนียงเขมา กลุ่มปราสาทเกาะแกร์ เพิ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นานมานี้เองเนื่องจากเดิม ระยะทางจากเสียมเรียบถึงที่นี่ ๑๕๐ กิโลเมตร ไม่สามารถไป กลับได้ในวันเดียวและที่สำคัญยังมีกับระเบิดอยู่มากที่ยังไม่ได้เก็บกู้ ปัจจุบันใช้ถนนตัดใหม่ ซึ่ง ตัดจากบันทายศรี ผ่านพนมกุเลนแล้วไปบึงมาลา-มุ่งสู่เกาะแกร์ ช่วยย่นระยะทางเหลือประมาณ ๘๐กิโลเมตร ส่วนกับระเบิดก็ทำการเก็บกู้โดย CMAC และ Halo Trust เป็นปราสาทที่อยู่ ในป่าและสร้างด้วยกาเน้นถึงความใหญ่ และมีปราสาทน้อย ใหญ่อยู่กว่า ๑๐๐ หลัง ซึ่งอีกไม่นานเกาะแกร์น่าจะเป็นอีกแห่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของเขมรโบราณให้มนุษยชาติได้ศึกษา สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการศึกษาเล่าปราสาททั้งหลายก็คือจารึก ซึ่งจะมีจารึกบันทึกเรื่องราวต่างๆในครั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น จารึกที่พบในปราสาทกระวาน กล่าวถึงการสร้างเมืองโฉกเกยร์ไว้ว่า ก่อร่างสร้างด้วยพระเจ้าชัยวรมันที่๔ เป็นพระนครที่มั่งคั่งเฟื่องฟูของจักรวรดิ (หลังจากพระเจ้ายโศวรมันที่๑ สวรรคต พระเจ้าชัยวรมันที่๔ ซึ่งเป็นพระเชษฐา แต่ต่างมารดา ก็ประกาศตนขึ้นเป็นกษัตริย์ในปีพ.ศ. ๑๔๗๑ ทรงย้ายไพร่พลและผู้คนออกจากยโศธรปุระไปสร้างเมืองหลวงใหม่ เมืองโฉกเกยร์ หมายถึงเกาะแห่งความรุ่งโรจน์ ต่อมาเรียกในภาษาเขมรปัจจุบันว่า เกาะแกร์) เกาะแกร์เป็นราชธานีอยู่ได้เพียง ๓ รัชสมัย รวมเวลา ๒๓ปีเท่านั้นเอง ซ่งพถึงรัชสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่๒ พระญาติของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ ก็ย้ายเมืองหลวงกลับไปยโศธรปุระเช่นเดิม แม้เกาะแกร์เป็นเมืองหลวงม่นานแต่มีความรุ่งเรืองด้วนศิลปะ อันมีลักษณะเด่นคือ
๑. ความยิ่งใหญ่ในเรื่องของขนาด ซึ่งเหมือนกับะประกาศว่าศูนย์กลางเขมรคือที่นี่ ไม่ใช่เมืองพระนคร ดังจะเห็นได้จาก ปราสาทธม (ธม แปลว่าใหญ่) เป็นปราสาททรงปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในเขมร(มีความสูงเป็นอันดับ๒รองจากปราสาทนครวัด) เราเดินสำรวจกันก็หวังเอาไว้ว่าเผื่อจะเจอวัตถุโบราณขนาดใหญ่ตกหล่นหลงอยู่ในปราสาทละแวกนี้ กล่าวกันว่าโบราณวัตถุทั้งหลายที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ ส่วนมากนำมาจากปราสาทละแวกเกาะแกร์นี้เอง เรื่องราวของเกาะแกร์ดูเหมือนยังไม่มีรายละเอียดมาก เนื่องจากผู้คนเข้าไปสำรวจกันยังไม่มาก รอบๆก็มีแต่ป่าของเขตอุทยานแห่งชาติพนมกุเลน ตอนกลางของกลุ่มปราสาทมีบารายใหญ่ เรียกว่า ราฮาล
ภาพทิวทัศน์ของราฮาล ตะลึงกับมหาศิวลึงค์ ด้วยอิทธิพลของไศวนิกาย ที่เกาะแกร์จึงสร้างปราสาทมากหลังและรูปเคารพก็คือศิวลึงค์ขนาดใหญ่ยักษ์วงรอบก็คงจะราวกว่า ๓เมตร สมกับจารึกบางหลักที่เรียกเกาะแกร์ว่า ลึงคปุระ หรือนครแห่งศิวลึงค์
ครุฑ .
บางปราสาทมีอโรคยศาลา .
การประกอบฐานมีการจัดลำดับขั้นลาย .
แนวโคปุระ . มูรติทั้ง ๘ที่ปราสาทชลับ .
ให้ชมศิวลึงค์ในปราสาทก่อนซึ่งถูกตัดองค์ศิวลึงค์ไปเหลือแต่ฐาน เอ็นทรีหน้าได้ชม ศิวลึงค์ยักษ์ .
ศิลปะเกาะแกร์เน้นความใหญ่ ทับหลัง กรอบประตูที่มีประตูหลอก๑ด้าน
คลิกชมคลิป หมู่ปราสาทกลางไพร เกาะแกร์ ที่มีแนวโน้วอยู่ในรายชื่อขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
. คลิกชมคลิป หมู่ปราสาทกลางไพร ศิลปะเกาะแกร์ ต้นแบบศิลปะที่ปราสาทพระวิหาร
ศิลปะสถาปัตยกรรมทรงจั่ว ปราสาทกระจับ . ๒. ศิลปะทรงจั่ว ลักษณะสถาปัตยกรรมหน้าจั่วนี้ ได้ส่งผลถึงการสร้างจั่วอันสวยงามแห่งบันทายศรีและที่ปราสาทพระวิหาร(ซึ่งกลายเป็นความเศร้าระดับชาติอันยืดเยื้อมานานกว่า ๔๖ปี) ที่นี่ยังไม่มีวิวัฒนาการของการก่อสร้างหลังคาหินแบบที่ปราสาทนครวัด ดังนั้นโครงหลังคาจึงเป็นโครงไม้ และในกาลต่อมาก็เกิดการถล่มและพังทลายเหลือแต่ตัวจั่วไว้ให้เราเห็น .
พระยมเทพประจำทิศใต้ ทรงกระบือเป็นพาหนะ
ขออภัยที่ภาพไม่ชัด เพราะกล้องเสียค่ะ
จารึกที่ยังมีให้เห็น
.
. สิ่งที่ข้าพเจ้าได้จากการสำรวจที่นี่คงเป็นเรื่องของสัจธรรมที่ว่าเมื่อคนเรามีอำนาจ มีไพร่พล มีพลเมืองมาก ก็มิหยุดยั้งที่จะแสดงศักดา เพื่อให้โลกรู้ ด้วยการสร้างสัญลักษณ์ ให้ดูยิ่งใหญ่แม้บางทีก็ดูเกินจริงและบางทีก็ไม่ได้ลงรายละเอียดที่เหมาะสม ทำให้มีหลักฐานของการเอาหินทั้งแท่ง ยกมาจากที่อื่นมาตั้งไว้เป็นเสา ยังไม่ได้เข้ากรอบประตูและโกลนลายเสียด้วยซ้ำ ทำให้ดูเหมือนสิ่งแปลกปลอม.... .
. ข้าพเจ้าอยากให้ทุกๆโบราณสถานเป็นสมบัติที่มีคุณค่าของมนุษยชาติ ได้เรียนรู้ทั้งในแง่ของศิลปะ วัฒนธรรม คติความคิดจากประวัติศาสตร์ของแต่ละที่ แทนที่จะเป็นเพียงสมบัติเพื่อเรื่องของการท่องเที่ยวและมุ่งแต่หายรายได้และผลประโยชน์ มันคงยังไม่สายหากจะมองหาเส้นสมมุติ...แห่งการเป็นสมบัติของมนุษยชาติ มากกว่ามามองกันว่า เป็นสมบัติของชาติ หากมองเห็นเส้นสมมุตินี้ได้ คงไม่เกิดปัญหาเรื่องของการเอาสมบัติของมนุษยชาติ มาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจและที่น่าเศร้ายิ่งก็คือมันเป็นการตอกย้ำ บนความเศร้าแห่งการต่อสู้เรียกร้องและกลายเลยเถิดให้กลายเป็นเรื่องของชาตินิยมไป....เช่นนั้นแล้วมรดกโลกคืออะไร เอาเรื่องผลประโยชน์ออกไป ความผิดพลาดใครพลาดก็ต้องรับผิดชอบไป มองไปข้างหน้าว่าต่อแต่นี้จะทำอย่างไร อดีตเป็นบทเรียน แก้ไขไม่ได้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันหน้าเข้าหากันและคิดกันว่าจะทำกันอย่างไรดี เรื่องหินๆ ก็หนักอย่างนี้ล่ะค่ะ คุณค่า แห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ควรเป็นของมนุษยชาติมิใช่หรือและคงไม่แปลกใจที่ผลประโยชน์มาทับซ้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เราจึงต้องมีหน้าที่กำจัดความผิดพลาดเหล่านี้ออกไป ชมลึงคปุระตอน๒ หรือนครแห่งศิวลึงค์ยักษ์ ในบทความต่อไปค่ะ อ่านเรื่องย้อนหลังที่เกี่ยวข้อง แฉกรณีปราสาทพระวิหาร..วาทกรรมและภาพเชิงซ้อนของท่านนายกฯสมัคร..แล้วใครล่ะที่ควรรับผิดชอบกรณีขอเป็นมรดกโลก!!!! เมื่อผลประโยชน์มาทับซ้อนคุณค่าทางวัฒนธรรม |