| Classic Post Cards | ||
เหตุการณ์บ้านเมืองเรา สถานที่ บุคคล ถูกบันทึกไว้เป็นภาพที่ระลึกให้กันและกัน ในรูปแบบPost Cards |
||
|
View All |
||
| เปิดกรุ ประสานรัก Review | ||
โครงการเปิดกรุ ประสานรัก Review |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นซุ้มมงกุฎประดับปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจกแพรวพราวสวยงามมาก วันนี้เป็นอีกวันที่ข้าพเจ้า ขอเที่ยวกรุงเทพมหานครฯ ไหนๆ ก็มีโพลสอบถามชาวต่างชาติแล้วให้คำตอบว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองน่าเที่ยว จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าน่าเที่ยวอย่างไร และเนื่องในโอกาสใกล้วันเข้าพรรษาก็คงต้องไปตระเวนสำรวจวัดกันดีกว่า และขอเลือกสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 5 กันสักหน่อย ซึ่งผู้ร่วมสำรวจกับข้าพเจ้าก็คือบล๊อกเกอร์สุภาวัลย์โดยตกลงใจว่าน่าจะไปเที่ยวที่ วัดราชบพิธ วัดประจำรัชกาลที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ข้างกระทรวงมหาดไทย ริมคลองคูเมืองเดิมนี่เอง .
พระอุโบสถด้านนอกซึ่งงดงามไม่แพ้ด้านใน เรานับว่าโชคดีมากที่ได้เข้าไปในพระอุโบสถ และโชคดีอีกซ้ำสองเนื่องจากมีพิธีอุปสมบทพอดี .
.
.
. วัดราชบพิธ มีชื่อเต็มๆ ว่า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร คำว่า ราชบพิธ หมายถึง พระราชาทรงสร้าง ซึ่งก็คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับพระอัครมเหสี พระราชเทวี และเจ้าจอมพระสนมเอกของพระองค์ ส่วน สถิตมหาสีมาราม ก็คือเป็นวัดที่ประดิษฐานเสมาขนาดใหญ่ และตามปกติแล้ว เสมาของวัดโดยทั่วไปจะอยู่ตามมุม หรือติดอยู่กับตัวพระอุโบสถ แต่เสมาของวัดนี้ตั้งอยู่บนกำแพงรอบวัดถึง 8 ด้าน จึงเป็นการขยายเขตทำสังฆกรรมของสงฆ์ให้กว้างขึ้น .
พระพุทธอังคีรส ....พระประธาน .
พระพุทธอังคีรส วัดนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 เท่านั้น แต่ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 7 อีกพระองค์หนึ่งด้วย เพราะในรัชสมัยของ รัชกาลที่ 7 มิได้มีการสร้างวัด แต่ท่านก็ได้รับพระราชภาระในการทำนุบำรุงและบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธนี้ด้วย ดังนั้นจึงถือวัดนี้เป็นวัดประจำพระองค์ด้วยเช่นกัน ชื่อเสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินมาเกี่ยวกับวัดนี้ก็คือ ความงดงามภายในอุโบสถจนกล่าวกันว่าภายนอกเป็นแบบไทย แต่ภายในเป็นแบบยุโรป ต้องเข้าไปดูด้วยตาตัวเองว่าจะงามขนาดไหนเพราะว่าปกติแล้วพระอุโบสถจะไม่ได้เปิดให้เข้า นอกจากวันสำคัญทางศาสนาและวันที่มีพิธีอุปสมบถ .
. แต่ก่อนอื่นขอเดินชมภายนอกอุโบสถที่ประดับตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์จากประเทศจีน .
ทวารบาล . บานประตูและหน้าต่างประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ ส่วนซุ้มประตูหน้าต่างเป็นซุ้มมงกุฎประดับปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจกแพรวพราวสวยงามมาก .
. ชมแค่ภายนอกข้าพเจ้างามยิ่งแล้ว เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปด้านใน พระอุโบสถ ท่านผู้อ่านจะพบสิ่งที่งามล้ำอยู่ภายใน สิ่งแรกที่รู้สึกก็คือ อลังการของสีทองที่สะท้อนเรืองรองยิ่ง .
. ข้าพเจ้ามัวแต่ยืนทึ่งในความงามจนเกือบลืมการกราบประธาน ซึ่งพระประธานในพระอุโบสถนี้มีนามว่า พระพุทธอังคีรส แปลว่า มีรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าชื่อนี้เหมาะสมกับท่านที่สุดแล้ว พระพุทธอังคีรสประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากอิตาลี โดยที่ใต้ฐานพระได้บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ด้วยกัน เช่น พระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 .
.
สิ่งของที่ต้องเตรียมไว้สำหรับพิธีอุปสมบทในเมื่อมีการทำขวัญนาคด้วย ก็มีเครื่องบายศรี เครื่องกระยาบวด ไข่ขวัญกล้วยน้ำ 1 หวี ขันใส่ข้าวสาร เทียนชัย ขันน้ำมนต์ และอื่น ๆ อีกหลายอย่างตามที่โหรผู้จะทำพิธีสั่งให้จัดหาไว้ให้พร้อม พานน้ำมนต์ .
อุบะลูกปัด ประดับบานหน้าต่างอุโบสถ .
ที่กั้นบานหน้าต่างลายเทพพนม .
.
แจกันดอกไม้ถวายเป็นบูชาแด่พระประธาน .
. โคมไฟประดับ .
วัดนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 เท่านั้น แต่ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 7 อีกพระองค์หนึ่งด้วย .
.
บานประตูและหน้าต่างประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ .
. เพดานและผนังของพระอุโบสถตกแต่งด้วยสีทอง เป็นศิลปะยุโรปแบบโกธิค ที่มีคนกล่าวกันว่ามีลักษณะคล้ายพระที่นั่งแห่งหนึ่งในพระราชวังแวร์ซาย ผนังพระอุโบสถมีตราสัญลักษณ์ประจำรัชกาล ส่วนบนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าที่ให้แสงสีเหลืองอาบทุกสิ่งทุกอย่างจนกลายเป็นสีทองไปหมด ข้าพเจ้ารู้มาว่า เหตุที่ตกแต่งภายในเป็นแบบยุโรปก็เนื่องจากในช่วงยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 นั้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการล่าอาณานิคม พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริว่า หากไม่ปรับตัวเองแล้ว ประเทศไทยก็จะกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนในสายตาของผู้อื่น วัดราชบพิธแห่งนี้จึงได้มีช่างชาวต่างประเทศ เช่น อิตาลีและเยอรมันเข้ามาร่วมสร้างด้วย .
.
.
.
. มีพระภิกษุ อุปสมบทกัน ๒องค์ค่ะ
ปรากฎว่าผู้มาร่วมพิธี มีคุณตุ๊ก..ญาณี จงวิสุทธิ์ .
และคุณดี้ ชนาภา นุตาคม .
ข้าพเจ้าได้เก็บภาพไว้....ยังไม่พอ ยังมีเซอร์ไพร้ส์อีก.... .
และที่เซอร์ไพรส์คือ ปรากฏว่าภิกษุที่อุปสมบท นั้น องค์หนึ่งเป็นลูกของเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย....เจอกันตอนเสร็จพิธี ถึงกับกรี๊ด ลั่นพระอุโบสถเลย!!!! .
.
.
.
.
.
.
.
.
.
บานประตูประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ .
.
บานประตูและหน้าต่างประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ .
.
.
พิธีอุปสมบท .
. หลังจากกราบพระเสร็จ ข้าพเจ้านั่งชมสิ่งต่างๆ ภายในอุโบสถ ความสงบยิ่งช่วยเพิ่มความงามให้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกก็คือ ความเป็นตะวันตกและตะวันออกสำหรับพระอุโบสถแห่งนี้ข้าพเจ้ายืนยันได้ว่ากลมกลืนกันอย่างมีชีวิตชีวา การตกแต่งแบบยุโรปกับพระพุทธรูปศิลปะไทย สามารถผสมกลมกลืนกันได้อย่างงดงามไม่มีที่ติ .
เสร็จพิธีอุปสมบท ก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก .
.
.
.
.
นาฬิกาที่เป็นราชสักการะเนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประพาสยุโรป .
.
.
. ข้าพเจ้าออกจากพระอุโบสถมาเพื่อมาไหว้พระเจดีย์ต่อ วัดแห่งนี้มีการจัดผังได้สวยงาม โดยมีพระเจดีย์เป็นศูนย์กลาง ล้อมรอบด้วยพระระเบียงวิหารคดเป็นวงกลม ด้านข้างจะมีทางเข้าไปในรอบๆ พระเจดีย์ได้ ส่วนพระอุโบสถกับพระวิหารซึ่งอยู่ตรงข้ามกันนั้น ตั้งอยู่ด้านนอกพระระเบียงอีกที ใครที่นึกภาพไม่ออกก็ให้ดูตัวอย่างจากวัดพระปฐมเจดีย์ เพราะการวางตัวของสิ่งก่อสร้างนั้นเป็นแบบเดียวกัน .
พระระเบียงวิหารคดเป็นวงกลม ด้านข้างจะมีทางเข้าไปในรอบๆ พระเจดีย์ได้
. พระเจดีย์ ที่ว่านี้เป็นเจดีย์ทรงกลม ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์สวยงาม บนยอดปลีเป็นลูกแก้วกลมครอบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ส่วนฐานเจาะเป็นซุ้มคูหา 16 ซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ สำหรับด้านในพระเจดีย์นั้น มีพระพุทธรูปศิลาสมัยลพบุรี ปางนาคปรกอยู่ด้วย 4 องค์ ซึ่งเล่ากันมาว่าขุดพบใต้ต้นตะเคียนริมคลองหลอด และเชื่อกันว่าคนที่อยากมีลูกให้มาขอพรที่นี่ก็จะได้มีลูกสมใจ . . คลิกเพื่อชมคลิป....กรุงเทพฯน่าเที่ยว หมายเหตุ สิ่งที่ผู้อุปสมบทต้องเตรียมให้มีไว้ คือเครื่องบริขาร 8 อย่างคือ 1. บาตร 2. อันตวาสก คือผ้าสบง 3. อุตตาสงฆ์ คือผ้าจีวร 4. สังฆาฏิ คือผ้าพาดบ่า หรือผ้าห่มซ้อน 5. กายพันธน์ คือผ้าประคดเอว 6. ธมการก คือหม้อกรองน้ำ 7. กล่องเข็มพร้อมกับด้าย 8. มีดโกนและหินลับ ทั้ง 8 อย่างนี้รวมเรียกว่า อัฐบริขาร นอกจากนั้นก็มีของใช้อย่างอื่น เช่น สบง จีวรสำรอบใช้ หม้อน้ำ คนโท น้ำดื่ม หมอน มุ้ง เสื่อ ผ้าอาบน้ำฝน และอื่น ๆ ตามสมควรแก่สมณเพศ กิจที่ผู้อุปสมบทต้องไปหาผู้เป็นอุปัชฌายะ หัดให้คุ้นเคยกับระเบียบแบบแผนต่าง ๆ ไว้ และท่องคำต่อไปนี้ให้จำได้จนขึ้นใย คือคำขอบรรพชาอุปสมบท วิธีทำพินทุ อธิษฐาน และวิธีวิกัปจีวร คำกรวดน้ำ วิธีแสดงอาบัติ คำอนุโมทนา คือบทยถาสัพพี คำพิจารณาปัจจัยสี่ และคำสวดทำวัตรเช้า-เย็น ทั้งหมดนี้คำขอบรรพชาและอุปสมบทสำคัญที่สุดต้องจำได้แม่นยำจริง ๆ พิธีอุปสมบท มีทั้งพิธีเอิกเกริกและพิธีเงียบ ๆ พิธีเอิกเกริกก็คือมีการออกบัตรเชิญมาร่วมพิธีอุปสมบท ทำขวัญนาค แห่นาค และฉลองพระบวชใหม่ ส่วนพิธีเงียบ ๆ ก็คือ การประกอบพิธีอุปสมบทเฉพาะแต่พิธีการทางสงฆ์ที่ทำในโบสถ์เท่านั้น เรียกง่าย ๆ ว่า โกนหัวเข้าวัด การอุปสมบทโดยมีพิธีนั้น วันทำพิธีจริง ๆ มีอยู่ 3 วันด้วยกัน คือวันเข้างาน มีการเชิญญาติมิตรสหายมาร่วมงานกินเลี้ยงกัน ตอนเย็นวันแรกที่พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ เจ้านาคโกนหัว นุ่งขาวห่มขาวเข้าสู่พิธีทำขวัญในตอนกลางคืน รุ่งขึ้นตอนเช้าถวายอาหารแด่พระสงฆ์ ตอนบ่ายมีการแห่นาค และทำพิธีบวช ตอนเย็นของวันนั้น มีการประกอบพิธีฉลองพระบวชใหม่ รุ่งขึ้นถวายอาหารบิณฑบาตเป็นอันเสร็จพิธี ถ้าจะรวบรัดให้สั้นเข้าก็มีการทำพิธีกันสองวัน คือ เช้าตรู่วันแรก เริ่มพิธีด้วยการทำขวัญนาค ตอนบ่ายมีพิธีอุปสมบท ตอนเย็นมีสวดฉลองพระบวชใหม่ รุ่งขึ้นถวายอาหารบิณฑบาต ก็เสร็จพิธีใช้ได้เหมือนกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพและผู้จะอุปสมบท สิ่งของที่ต้องเตรียมไว้สำหรับพิธีอุปสมบทในเมื่อมีการทำขวัญนาคด้วย ก็มีเครื่องบายศรี เครื่องกระยาบวด ไข่ขวัญกล้วยน้ำ 1 หวี ขันใส่ข้าวสาร เทียนชัย ขันน้ำมนต์ และอื่น ๆ อีกหลายอย่างตามที่โหรผู้จะทำพิธีสั่งให้จัดหาไว้ให้พร้อม
ซุ้มคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปหล่อของสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์มหาเถร) .
.
.
.
พระพุทธนิรันตราย ประดิษฐานบนฐานชุกชีเบญจาหน้าพระพุทธอังคีรส ฐานชุกชีเบญจาซีกเล็กนี้เคยเป็นฐานประกอบแท่นที่ทรงพระโกศพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์
หอกลอง อยู่ทางทิศตะวันตก รูปทรงแบบเดียวกับหอระฆัง ประดับด้วยกระจกสี กั้นฝนสาด 3 ด้าน ตั้งอยู่ใกล้ศาลาการเปรียญคณะใน .
ศาลาราย ที่มุมพระวิหารทั้งสี่ด้าน เป็นสถาปัตยกรรมแบบศาลาไทย2 ห้อง ตั้งอยู่หน้าอาคารทั้ง 4 ทิศ หน้าบันเป็นรูปเทพพนมอยู่ท่ามกลางลายกนก ผนังประดับประดาด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบชิ้นเล็ก . อ่านเรื่องที่ผ่านมาล่าสุด ถ้วยกาแฟหายากที่สุดในโลกในมุมที่สวยที่สุด..ท่าเตียน..ในวันที่ฟ้าครึ้มกับร้านแพไม้ท่าน้ำ!!!! .
. สิ่งที่น่าสนใจอย่างมากอีกอย่างหนึ่งที่วัดราชบพิธที่แตกต่างจากวัดอื่นๆ ก็คือ ที่วัดแห่งนี้มีสุสานหลวงตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก สุสานหลวง นี้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างไว้เพื่อประดิษฐานพระสรีรังคารแห่งสายพระราชสกุลในพระองค์ ซึ่งอนุสาวรีย์เหล่านั้นก็มีรูปทรงที่หลากหลาย มีทั้งแบบไทย แบบฝรั่ง หรือแม้แต่แบบขอมก็มี ซึ่งอนุสาวรีย์บางส่วนก็ได้สร้างขึ้นเองภายหลังบ้าง....โปรดติดตามในตอนต่อไป อ้างอิง ภาพบางส่วนอ้างอิงจากเรื่องของคุณสุภาวัลย์ เชิญแวะตามลิ้งค์ค่ะ เสน่ห์กรุงเทพ วัดราชบพิธ .. นอกเป็นไทย ในเป็นฝรั่ง (2) เสน่ห์กรุงเทพ วัดราชบพิตร .. นอกเป็นไทย ในเป็นฝรั่ง (1)
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000146083 http://commons.wikimedia.org/wiki/Image:Wat_rajabophit_a02.jpg http://www.dhammathai.org/store/sasana/h1_page2.php |