• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 596
  • จำนวนผู้ชม : 409749
  • จำนวนผู้โหวต : 1194
  • ส่ง msg :
เปิดกรุ ประสานรัก Review

โครงการเปิดกรุ ประสานรัก Review

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



more
คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม 2551
พาตะลุยรับมงคลวันพระกันก่อนเข้าพรรษา..พิธีอุปสมบทในพระอารามหลวงกลางกรุงฯ..มีเซอร์ไพรส์!!!!(บล๊อกต๊อง๒๐)
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 407 , 16:30:44 น.   | หมวดหมู่ : เนื้อหา สาระดีๆ   lifestyle   ท่องเที่ยว ไม่เปลี่ยวใจ  
พิมพ์หน้านี้


ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นซุ้มมงกุฎประดับปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจกแพรวพราวสวยงามมาก

วันนี้เป็นอีกวันที่ข้าพเจ้า ขอเที่ยวกรุงเทพมหานครฯ ไหนๆ ก็มีโพลสอบถามชาวต่างชาติแล้วให้คำตอบว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองน่าเที่ยว จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าน่าเที่ยวอย่างไร และเนื่องในโอกาสใกล้วันเข้าพรรษาก็คงต้องไปตระเวนสำรวจวัดกันดีกว่า และขอเลือกสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 5 กันสักหน่อย ซึ่งผู้ร่วมสำรวจกับข้าพเจ้าก็คือบล๊อกเกอร์สุภาวัลย์โดยตกลงใจว่าน่าจะไปเที่ยวที่ “วัดราชบพิธ” วัดประจำรัชกาลที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ข้างกระทรวงมหาดไทย ริมคลองคูเมืองเดิมนี่เอง

.

พระอุโบสถด้านนอกซึ่งงดงามไม่แพ้ด้านใน เรานับว่าโชคดีมากที่ได้เข้าไปในพระอุโบสถ และโชคดีอีกซ้ำสองเนื่องจากมีพิธีอุปสมบทพอดี

.

.

.

.

วัดราชบพิธ มีชื่อเต็มๆ ว่า “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร” คำว่า “ราชบพิธ” หมายถึง พระราชาทรงสร้าง ซึ่งก็คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับพระอัครมเหสี พระราชเทวี และเจ้าจอมพระสนมเอกของพระองค์ ส่วน “สถิตมหาสีมาราม” ก็คือเป็นวัดที่ประดิษฐานเสมาขนาดใหญ่ และตามปกติแล้ว เสมาของวัดโดยทั่วไปจะอยู่ตามมุม หรือติดอยู่กับตัวพระอุโบสถ แต่เสมาของวัดนี้ตั้งอยู่บนกำแพงรอบวัดถึง 8 ด้าน จึงเป็นการขยายเขตทำสังฆกรรมของสงฆ์ให้กว้างขึ้น

.

พระพุทธอังคีรส ....พระประธาน

.

พระพุทธอังคีรส

วัดนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 เท่านั้น แต่ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 7 อีกพระองค์หนึ่งด้วย เพราะในรัชสมัยของ รัชกาลที่ 7 มิได้มีการสร้างวัด แต่ท่านก็ได้รับพระราชภาระในการทำนุบำรุงและบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธนี้ด้วย ดังนั้นจึงถือวัดนี้เป็นวัดประจำพระองค์ด้วยเช่นกัน

ชื่อเสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินมาเกี่ยวกับวัดนี้ก็คือ ความงดงามภายในอุโบสถจนกล่าวกันว่าภายนอกเป็นแบบไทย แต่ภายในเป็นแบบยุโรป ต้องเข้าไปดูด้วยตาตัวเองว่าจะงามขนาดไหนเพราะว่าปกติแล้วพระอุโบสถจะไม่ได้เปิดให้เข้า นอกจากวันสำคัญทางศาสนาและวันที่มีพิธีอุปสมบถ

.

.

แต่ก่อนอื่นขอเดินชมภายนอกอุโบสถที่ประดับตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์จากประเทศจีน

.

ทวารบาล

.

บานประตูและหน้าต่างประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ ส่วนซุ้มประตูหน้าต่างเป็นซุ้มมงกุฎประดับปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจกแพรวพราวสวยงามมาก

.

.

ชมแค่ภายนอกข้าพเจ้างามยิ่งแล้ว เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปด้านใน พระอุโบสถ ท่านผู้อ่านจะพบสิ่งที่งามล้ำอยู่ภายใน สิ่งแรกที่รู้สึกก็คือ อลังการของสีทองที่สะท้อนเรืองรองยิ่ง

.

.

ข้าพเจ้ามัวแต่ยืนทึ่งในความงามจนเกือบลืมการกราบประธาน ซึ่งพระประธานในพระอุโบสถนี้มีนามว่า “พระพุทธอังคีรส” แปลว่า มีรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าชื่อนี้เหมาะสมกับท่านที่สุดแล้ว พระพุทธอังคีรสประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากอิตาลี โดยที่ใต้ฐานพระได้บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ด้วยกัน เช่น พระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7

.

.

สิ่งของที่ต้องเตรียมไว้สำหรับพิธีอุปสมบทในเมื่อมีการทำขวัญนาคด้วย ก็มีเครื่องบายศรี เครื่องกระยาบวด ไข่ขวัญกล้วยน้ำ 1 หวี ขันใส่ข้าวสาร เทียนชัย ขันน้ำมนต์ และอื่น ๆ อีกหลายอย่างตามที่โหรผู้จะทำพิธีสั่งให้จัดหาไว้ให้พร้อม

พานน้ำมนต์

.

อุบะลูกปัด ประดับบานหน้าต่างอุโบสถ

.

ที่กั้นบานหน้าต่างลายเทพพนม

.

.

แจกันดอกไม้ถวายเป็นบูชาแด่พระประธาน

.

.

โคมไฟประดับ

.

วัดนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 เท่านั้น แต่ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 7 อีกพระองค์หนึ่งด้วย

.

.

บานประตูและหน้าต่างประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

.

.

เพดานและผนังของพระอุโบสถตกแต่งด้วยสีทอง เป็นศิลปะยุโรปแบบโกธิค ที่มีคนกล่าวกันว่ามีลักษณะคล้ายพระที่นั่งแห่งหนึ่งในพระราชวังแวร์ซาย ผนังพระอุโบสถมีตราสัญลักษณ์ประจำรัชกาล ส่วนบนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าที่ให้แสงสีเหลืองอาบทุกสิ่งทุกอย่างจนกลายเป็นสีทองไปหมด ข้าพเจ้ารู้มาว่า เหตุที่ตกแต่งภายในเป็นแบบยุโรปก็เนื่องจากในช่วงยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 นั้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการล่าอาณานิคม พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริว่า หากไม่ปรับตัวเองแล้ว ประเทศไทยก็จะกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนในสายตาของผู้อื่น วัดราชบพิธแห่งนี้จึงได้มีช่างชาวต่างประเทศ เช่น อิตาลีและเยอรมันเข้ามาร่วมสร้างด้วย

.

.

.

.

.

มีพระภิกษุ อุปสมบทกัน ๒องค์ค่ะ

ปรากฎว่าผู้มาร่วมพิธี มีคุณตุ๊ก..ญาณี  จงวิสุทธิ์

.

และคุณดี้  ชนาภา   นุตาคม

.

ข้าพเจ้าได้เก็บภาพไว้....ยังไม่พอ ยังมีเซอร์ไพร้ส์อีก....

.

และที่เซอร์ไพรส์คือ ปรากฏว่าภิกษุที่อุปสมบท นั้น องค์หนึ่งเป็นลูกของเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย....เจอกันตอนเสร็จพิธี ถึงกับกรี๊ด ลั่นพระอุโบสถเลย!!!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

บานประตูประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

.

.

บานประตูและหน้าต่างประดับด้วยมุกที่ทำเป็นลายไทยเครื่องราชอิสริยาภรณ์

.

.

.

พิธีอุปสมบท

.

.

หลังจากกราบพระเสร็จ ข้าพเจ้านั่งชมสิ่งต่างๆ ภายในอุโบสถ ความสงบยิ่งช่วยเพิ่มความงามให้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกก็คือ ความเป็นตะวันตกและตะวันออกสำหรับพระอุโบสถแห่งนี้ข้าพเจ้ายืนยันได้ว่ากลมกลืนกันอย่างมีชีวิตชีวา การตกแต่งแบบยุโรปกับพระพุทธรูปศิลปะไทย สามารถผสมกลมกลืนกันได้อย่างงดงามไม่มีที่ติ

.

เสร็จพิธีอุปสมบท ก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

.

.

.

.

.

นาฬิกาที่เป็นราชสักการะเนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประพาสยุโรป

.

.

.

.

ข้าพเจ้าออกจากพระอุโบสถมาเพื่อมาไหว้พระเจดีย์ต่อ วัดแห่งนี้มีการจัดผังได้สวยงาม โดยมีพระเจดีย์เป็นศูนย์กลาง ล้อมรอบด้วยพระระเบียงวิหารคดเป็นวงกลม ด้านข้างจะมีทางเข้าไปในรอบๆ พระเจดีย์ได้ ส่วนพระอุโบสถกับพระวิหารซึ่งอยู่ตรงข้ามกันนั้น ตั้งอยู่ด้านนอกพระระเบียงอีกที ใครที่นึกภาพไม่ออกก็ให้ดูตัวอย่างจากวัดพระปฐมเจดีย์ เพราะการวางตัวของสิ่งก่อสร้างนั้นเป็นแบบเดียวกัน

.

พระระเบียงวิหารคดเป็นวงกลม ด้านข้างจะมีทางเข้าไปในรอบๆ พระเจดีย์ได้

.

พระเจดีย์ ที่ว่านี้เป็นเจดีย์ทรงกลม ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์สวยงาม บนยอดปลีเป็นลูกแก้วกลมครอบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ส่วนฐานเจาะเป็นซุ้มคูหา 16 ซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ สำหรับด้านในพระเจดีย์นั้น มีพระพุทธรูปศิลาสมัยลพบุรี ปางนาคปรกอยู่ด้วย 4 องค์ ซึ่งเล่ากันมาว่าขุดพบใต้ต้นตะเคียนริมคลองหลอด และเชื่อกันว่าคนที่อยากมีลูกให้มาขอพรที่นี่ก็จะได้มีลูกสมใจ

.

.

คลิกเพื่อชมคลิป....กรุงเทพฯน่าเที่ยว

หมายเหตุ

สิ่งที่ผู้อุปสมบทต้องเตรียมให้มีไว้ คือเครื่องบริขาร 8 อย่างคือ

1. บาตร

2. อันตวาสก คือผ้าสบง

3. อุตตาสงฆ์ คือผ้าจีวร

4. สังฆาฏิ คือผ้าพาดบ่า หรือผ้าห่มซ้อน

5. กายพันธน์ คือผ้าประคดเอว

6. ธมการก คือหม้อกรองน้ำ

7. กล่องเข็มพร้อมกับด้าย

8. มีดโกนและหินลับ

ทั้ง 8 อย่างนี้รวมเรียกว่า “อัฐบริขาร” นอกจากนั้นก็มีของใช้อย่างอื่น เช่น สบง จีวรสำรอบใช้ หม้อน้ำ คนโท น้ำดื่ม หมอน มุ้ง เสื่อ ผ้าอาบน้ำฝน และอื่น ๆ ตามสมควรแก่สมณเพศ กิจที่ผู้อุปสมบทต้องไปหาผู้เป็นอุปัชฌายะ หัดให้คุ้นเคยกับระเบียบแบบแผนต่าง ๆ ไว้ และท่องคำต่อไปนี้ให้จำได้จนขึ้นใย คือคำขอบรรพชาอุปสมบท วิธีทำพินทุ อธิษฐาน และวิธีวิกัปจีวร คำกรวดน้ำ วิธีแสดงอาบัติ คำอนุโมทนา คือบทยถาสัพพี คำพิจารณาปัจจัยสี่ และคำสวดทำวัตรเช้า-เย็น ทั้งหมดนี้คำขอบรรพชาและอุปสมบทสำคัญที่สุดต้องจำได้แม่นยำจริง ๆ พิธีอุปสมบท มีทั้งพิธีเอิกเกริกและพิธีเงียบ ๆ พิธีเอิกเกริกก็คือมีการออกบัตรเชิญมาร่วมพิธีอุปสมบท ทำขวัญนาค แห่นาค และฉลองพระบวชใหม่ ส่วนพิธีเงียบ ๆ ก็คือ การประกอบพิธีอุปสมบทเฉพาะแต่พิธีการทางสงฆ์ที่ทำในโบสถ์เท่านั้น เรียกง่าย ๆ ว่า “โกนหัวเข้าวัด” การอุปสมบทโดยมีพิธีนั้น วันทำพิธีจริง ๆ มีอยู่ 3 วันด้วยกัน คือวันเข้างาน มีการเชิญญาติมิตรสหายมาร่วมงานกินเลี้ยงกัน ตอนเย็นวันแรกที่พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ เจ้านาคโกนหัว นุ่งขาวห่มขาวเข้าสู่พิธีทำขวัญในตอนกลางคืน รุ่งขึ้นตอนเช้าถวายอาหารแด่พระสงฆ์ ตอนบ่ายมีการแห่นาค และทำพิธีบวช ตอนเย็นของวันนั้น มีการประกอบพิธีฉลองพระบวชใหม่ รุ่งขึ้นถวายอาหารบิณฑบาตเป็นอันเสร็จพิธี ถ้าจะรวบรัดให้สั้นเข้าก็มีการทำพิธีกันสองวัน คือ เช้าตรู่วันแรก เริ่มพิธีด้วยการทำขวัญนาค ตอนบ่ายมีพิธีอุปสมบท ตอนเย็นมีสวดฉลองพระบวชใหม่ รุ่งขึ้นถวายอาหารบิณฑบาต ก็เสร็จพิธีใช้ได้เหมือนกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพและผู้จะอุปสมบท สิ่งของที่ต้องเตรียมไว้สำหรับพิธีอุปสมบทในเมื่อมีการทำขวัญนาคด้วย ก็มีเครื่องบายศรี เครื่องกระยาบวด ไข่ขวัญกล้วยน้ำ 1 หวี ขันใส่ข้าวสาร เทียนชัย ขันน้ำมนต์ และอื่น ๆ อีกหลายอย่างตามที่โหรผู้จะทำพิธีสั่งให้จัดหาไว้ให้พร้อม

ซุ้มคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปหล่อของสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์มหาเถร)

.

.

.

.

พระพุทธนิรันตราย ประดิษฐานบนฐานชุกชีเบญจาหน้าพระพุทธอังคีรส ฐานชุกชีเบญจาซีกเล็กนี้เคยเป็นฐานประกอบแท่นที่ทรงพระโกศพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์

หอกลอง อยู่ทางทิศตะวันตก รูปทรงแบบเดียวกับหอระฆัง ประดับด้วยกระจกสี กั้นฝนสาด 3 ด้าน ตั้งอยู่ใกล้ศาลาการเปรียญคณะใน

.

ศาลาราย ที่มุมพระวิหารทั้งสี่ด้าน เป็นสถาปัตยกรรมแบบศาลาไทย2 ห้อง ตั้งอยู่หน้าอาคารทั้ง 4 ทิศ หน้าบันเป็นรูปเทพพนมอยู่ท่ามกลางลายกนก ผนังประดับประดาด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบชิ้นเล็ก

.

อ่านเรื่องที่ผ่านมาล่าสุด

ถ้วยกาแฟหายากที่สุดในโลกในมุมที่สวยที่สุด..ท่าเตียน..ในวันที่ฟ้าครึ้มกับร้านแพไม้ท่าน้ำ!!!!

.

.

สิ่งที่น่าสนใจอย่างมากอีกอย่างหนึ่งที่วัดราชบพิธที่แตกต่างจากวัดอื่นๆ ก็คือ ที่วัดแห่งนี้มีสุสานหลวงตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก สุสานหลวง นี้เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างไว้เพื่อประดิษฐานพระสรีรังคารแห่งสายพระราชสกุลในพระองค์ ซึ่งอนุสาวรีย์เหล่านั้นก็มีรูปทรงที่หลากหลาย มีทั้งแบบไทย แบบฝรั่ง หรือแม้แต่แบบขอมก็มี ซึ่งอนุสาวรีย์บางส่วนก็ได้สร้างขึ้นเองภายหลังบ้าง....โปรดติดตามในตอนต่อไป

อ้างอิง ภาพบางส่วนอ้างอิงจากเรื่องของคุณสุภาวัลย์ เชิญแวะตามลิ้งค์ค่ะ

เสน่ห์กรุงเทพ … วัดราชบพิธ .. นอกเป็นไทย ในเป็นฝรั่ง (2)

เสน่ห์กรุงเทพ … วัดราชบพิตร .. นอกเป็นไทย ในเป็นฝรั่ง (1)

http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000146083

http://commons.wikimedia.org/wiki/Image:Wat_rajabophit_a02.jpg

http://www.dhammathai.org/store/sasana/h1_page2.php