• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1002384
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน 2555
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 2888 , 18:42:05 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ฟ้าน่าน , rantang และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

         ผักสวยๆ ที่คนไทยซื้อกินไม่ว่าจะเป็นในซูเปอร์มาร์เก็ตห้างหรู หรือแผงตลาดสด ล้วนแล้วแต่เจือปนด้วยสารเคมีร้ายแรง ล่าสุดตรวจพบผักบางชนิดมีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานถึง 202 เท่า!!

 

  

      หลังจากเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ สำรวจผัก 7 ชนิดได้แก่ กะหล่ำปลี คะน้า ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักชี และพริกจินดา ใช้วิธีสุ่มซื้อจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากนั้นทีมงานส่งผักเหล่านี้ไปตรวจหาสารพิษที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

 

 

         ผลปรากฏว่าพบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลงตกค้างเกินมาตรฐาน 8 ตัวอย่างจาก 21 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 38 แม้กระทั่งผักในถุงประทับตราปลอดสารพิษ "คิว" (Q) ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตตามห้างสรรพสินค้า ก็ยังตรวจพบสารพิษตกค้างเกินถึงร้อยละ 43 ทั้งที่มีราคาขายแพงกว่าตลาดสด 2-10 เท่า โดยระบุถึงผักอันตรายที่ผู้บริโภคควรระวัง  4 ชนิดคือ

 

คะน้า ผักชี ถั่วฝักยาว และพริกจินดา โดยเฉพาะผักในตลาดย่านห้วยขวางนั้นพบ "ผักคะน้า" มีสารเคมีไดโครโทฟอส (Dicrotophos) ตกค้างสูงถึง 202 เท่า ส่วน "ผักชี" พบสารพิษ "อีพีเอ็น" (EPN) เกินถึง 102 เท่า (รายละเอียดในตาราง) 

 

 

        "ป้าพวง"  แม่บ้านวัย 53 ปี บอกกับ "คม ชัด ลึก" ขณะกำลังเลือกซื้อผักสดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านปทุมวันว่า ปกติชอบซื้อผักในซูเปอร์มาร์เก็ตเพราะสะดวก และคิดว่าสะอาดกว่า ส่วนเรื่องผักปลอดสารพิษที่ขายแพงกว่าผักทั่วไปนั้น ไม่เคยเชื่อว่าปลอดสารเคมีจริง เช่น ถั่วฝักยาวคงมียาฆ่าแมลงเยอะเพราะแมลงชอบ วิธีกินอย่างปลอดภัยคือก่อนทำอาหารจะล้างผักทุกชนิดในน้ำให้สะอาด บางครั้งแช่ด่างทับทิมหรือน้ำเกลือด้วย 

 

 

        ขณะที่ "วริษฐา" สาวทำงานวัย 28 ปี เชื่อว่าผักในห้างปลอดภัยกว่าตลาดสด เพราะมีการตรวจสอบคุณภาพมาแล้วระดับหนึ่ง และบางคนก็เชื่อว่า ผักในห้างไม่มีสารพิษตกค้างอยู่เลย จึงขายราคาแพงกว่า แต่ปกติไม่ค่อยซื้อผักชีและผักคะน้ากิน เพราะเคยได้ยินมาว่าเกษตรกรฉีดยาฆ่าแมลงเยอะ

 

 

        ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นหัวข้อ "การจัดทำหลักเกณฑ์ประเมินความเป็นอันตรายและผลกระทบภายหลังการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร" โดยเชิญตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม เช่น เครือข่ายผู้บริโภค ตัวแทนบริษัทขายยาฆ่าแมลง แพทย์ นักวิชาการเกษตร ฯลฯ รวมแล้วกว่า 100 คน นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สรุปผลการประชุมว่า ที่ผ่านมาเกณฑ์ควบคุมวัตถุอันตรายทางการเกษตรยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ทั้งยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ฯลฯ ผู้เข้าร่วมประชุมจึงเสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาเบื้องต้น คือ

 

 

        1.สารที่มีพิษเฉียบพลันสูง หมายถึง เมื่อรับเข้าร่างกายแล้วส่งผลทันที เช่น มึนเวียนหน้ามืด อาเจียน เกิดผดผื่นคัน ฯลฯ

        2.สารที่มีพิษเรื้อรัง หมายถึงมีผลต่อระบบประสาท สารก่อมะเร็ง พิษต่อระบบสืบพันธุ์ ฯลฯ

        3.สารที่มีพิษตกค้างสะสมในสิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และสิ่งมีชีวิต

        4.สารที่พบพิษตกค้างในผลิตผลเกษตรเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย

        5.สารทีมีการใช้ผิดหรือใช้ไม่ตรงตามคำแนะนำในฉลาก (MISUSE)

        6.สารที่ประกาศห้ามใช้ในบางประเทศ

        7.สารเคมีเฝ้าระวังตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ 2 ฉบับ ได้แก่ "อนุสัญญารอตเตอร์ดัมส์" ว่าด้วยการควบคุมนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายต้องห้าม และ "อนุสัญญาสตอกโฮล์ม" ว่าด้วยสารมลพิษตกค้างยาวนาน   

 

    ด้านตัวแทนเครือข่ายเฝ้าระวังสารเคมีเกษตร "วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ" ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ยืนยันว่า ในวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องห้ามไม่ให้ขึ้นทะเบียนยาฆ่าแมลงอันตรายที่หลายประเทศทั่วโลกห้ามใช้แล้ว 4 ชนิดคือ 1.คาร์โบฟูราน 2.เมโทมิล 3.ไดโครโตฟอส และ 4.อีพีเอ็น เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรหลงเป็นเหยื่อบริษัทสารเคมียักษ์ข้ามชาติ ซึ่งใช้โฆษณาล่อหลอกให้ซื้อสารพิษทั้ง 4 ชนิดมาใช้ในแปลงพืชผักอย่างแพร่หลาย ทั้งที่บางตัวเป็นสารที่ให้ใช้ในดอกไม้ไม่ใช่ในผัก 

 

        "ไพรัช จงแก้ว" อายุ 50 ปี ตัวแทนชาวนานครสวรรค์ ที่เข้ามาร่วมประชุม เล่าจากประสบการณ์จริงให้ฟังว่า เคยลองใช้สารเคมีมาหลายชนิด รวมถึงคาร์โบฟูรานด้วย แต่ใช้ครั้งเดียวก็เลิกเพราะส่งผลรุนแรงต่อร่างกาย ทำให้มึนหัวและหนังตากระตุก จากนั้นเปลี่ยนมาใช้เกษตรอินทรีย์แทน ชีวิตดีขึ้นไม่ห่วงเรื่องสารพิษตกค้าง แต่ชาวนาเพื่อนบ้านอาศัยอยู่พื้นที่เดียวกันยังคงใช้ยาฆ่าแมลงจำนวนมาก ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ปลาตายลอยขึ้นมาเป็นระยะๆ  กบเขียดเคยพบเห็นตามนาข้าวหายไปหมด จึงเข้าร่วมประท้วงไม่อยากให้มีการใช้ยาฆ่าแมลงพิษร้ายเหล่านี้อีกต่อไป!!

 รายงานพิเศษ

คมชัดลึก

14/08/2555

+++++++++++++

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
nongkoy วันที่ : 08/05/2021 เวลา : 09.02 น.
https://bakery.wiki/
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

https://oven360.home.blog/

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 03/04/2013 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

มารับรู้ข้อมมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Hiriotappa วันที่ : 06/09/2012 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

จุดประสงค์ของการปลูกผักคงไม่ใช่ทำไว้เพื่อความสวยงาม
แต่เพื่อให้มันสวยงามในหมวดหมู่ของคำว่าผักด้วยกัน
เรื่องแบบนี้จึงเกิดขึ้น หากเข้าใจว่า ปลูกไปเพื่ออะไร และ สรา้งความเข้าใจเสียใหม่ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น การปลูกผักที่มีคุณภาพ หรือ มาจากที่ที่น่าเชื่อถือหรือมีคุณภาพ นั่นไม่ได้หมายถึงแหล่งที่จะมีคนส่งผักไปจำหน่าย หรือ มีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหน้าตาและความน่ากินของผักแต่อย่างใด คนละเรื่องกันครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนขายปุ๋ย วันที่ : 04/09/2012 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

ผักที่ได้ตัวคิว (Q) คือผักที่ได้รับรองจาก กระทรวงเกษตรฯ ยังมีสารปนเปื้อน ก็อย่าหวังเลยครับ ว่าจะแก้ไขยังไง....

สาเหตุหลักของผักไม่ปลอดสารพิษ...คือ "คุณธรรม"

วิธีการป้องกันสำหรับผู้บริโภคนะครับคือ ปลูกไว้ทานเอง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 03/09/2012 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ใครมีพื้นที่ สนับสนุนให้ปลูกผักกินเองดีกว่า สะอาดและปลอดภัย สบายใจดี...ผักหลายชนิดห้ามนำเข้าสหภาพยุโรปก็เพราะเหตุนี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 03/09/2012 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

บอกวิธีแก้ไขด้วยซิคะ
เราไม่มีทางรู้ได้ว่าผักนั้นมีสารพิษหรือไม่ แต่เราล้างพิษนั้นออกไปได้ใช่ไหมคะ
บอกด้วยซิคะว่าต้องทำอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 03/09/2012 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ฮ่วย...ไทยหนอไทย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน