• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : can_lek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 671
  • จำนวนผู้ชม : 235640
  • จำนวนผู้โหวต : 387
  • ส่ง msg :
สายใยไทยทั้งเมือง
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มกราคม 2551
เว็บบอร์ดสาธารณะ อิสระทางความคิดหรือสร้างกระแส
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 604 , 22:21:38 น.  
พิมพ์หน้านี้


 ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3971 (3171)
เว็บบอร์ดสาธารณะ อิสระทางความคิดหรือสร้างกระแส

รายงาน

ในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร เว็บบอร์ดสาธารณะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่กลายเป็นแหล่งนัดพบเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารตลอดจนความคิดเห็นของผู้คนในสังคม จนกลายเป็นพื้นที่หนึ่งที่เชื่อว่าเป็นพื้นที่แสดงอิสระทางความคิดของผู้คน

หลายปีมานี้เว็บบอร์ดได้กลายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสต่างๆ ในสังคมโดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง แม้กระทั่งการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือเอาปูนหมายหัวใครสักคนในสังคมที่เห็นได้ชัดก็กรณีอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ตามเว็บบอร์ดมักจะมีกลุ่ม "คนรักทักษิณ" และ "ทักษิณออกไป" ควบคู่กันอยู่ตลอดเวลา ยิ่งกระแสแรง สื่อยิ่งหยิบไปนำเสนอ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เกิดสาวกทางความคิดของทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นมากมาย

แต่นั่นอาจเป็นเรื่องของความแตกต่างทางความคิดอย่างแท้จริง แต่ขณะเดียวกันก็มีรูปแบบที่ใช้เว็บบอร์ดเป็นเครื่องมือในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม อย่างเป็นขบวนการหรือที่เรียกว่าจัดตั้ง ทำให้ราวดูกับว่าเป็นความคิดเห็นของสาธารณชนเพื่อสร้างกระแส

เช่น กรณี "เทพชัย หย่อง" ที่มีการตั้งกระทู้โจมตีในเว็บบอร์ดในการเข้ารับตำแหน่ง ผอ.ทีวีสาธารณะ และในกรณีของนักข่าวอาวุโสจากสำนักงานเอพีที่ปะทะคารมและอารมณ์กับนายสมัคร สุนทรเวช ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีการจุดประเด็นโจมตีในเว็บบอร์ดซึ่งในแวดวงการเมืองมองว่าเป็นเกมการโจมตีโดยอาศัยเวทีสาธารณะสร้างกระแส โดยที่มีหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในซีกความคิดเดียวกันหยิบกระแสในเว็บบอร์ดไปตีเป็นประเด็นข่าวหน้าหนึ่งอีกทอด

ทำให้ ณ วันนี้ ผู้ใช้เว็บบอร์ดหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า นี่เป็นการจัดฉากจัดประเด็นสร้างกระแสให้คนสนใจโดยสื่อมวลชน หรือการเกิดสภาวะโฆษณาชวนเชื่อในหมู่ผู้เสพข่าว ที่ภาษาวิชาการนิเทศศาสตร์เรียกว่า "agenda setting" หรือไม่

นายวรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล ผู้ดูแลเว็บบอร์ดของพันทิปดอทคอม เว็บบอร์ดสาธารณะที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เปิดเผยว่า การใช้เว็บบอร์ดเพื่อสร้างกระแสทั้งแง่การเมืองและธุรกิจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว จะมากจะน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมือง

สถานการณ์ในช่วงนี้ยังถือว่าอยู่ในระดับที่เป็นการแสดงความเห็นตาม

เสรีภาพที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อคนได้เสพข่าวตามสื่อต่างๆ ก็ต้องอยากที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีบางกรณีที่มีการใช้เว็บบอร์ดเพื่อสร้างกระแสและเช็กกระแสข่าวที่บางกลุ่มคนได้สร้างไว้ แม้แต่ในสื่อมวลชนบางกลุ่ม ก็ยังใช้วิธีนี้ แต่ยังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ผู้ดูแลเว็บบอร์ดของพันทิปดอทคอมกล่าวและว่า

ช่วงที่ต้องถือว่าเกิดเหตุไม่ปกติขึ้นในเว็บบอร์ดคือ ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้วจนถึงช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายมีการจัดตั้งกองกำลังขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการตอบโต้กันบนเว็บบอร์ด โดยเฉพาะทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้ออกแผนการและผลการปฏิบัติการของกลุ่มงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก ลงวันที่ 26 ก.พ.2550 มีข้อปฏิบัติที่ 2.4 ได้ระบุให้มีการตอบโต้การถูกโจมตีทางอินเทอร์เน็ต

โดยมีแนวคิดเพื่อรักษาพื้นที่บน อินเทอร์เน็ตไม่ให้ถูกกระแสอำนาจเก่าเข้าครอบครอง ผ่านการโพสต์ข้อความต่อต้านหรือตอบโต้ข้อความที่พาดพิงตามเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม

"หลังจากมีประกาศดังกล่าว ทั้ง 2 ฝ่ายใช้ เว็บบอร์ดเพื่อโจมตีและแสดงความเห็นปะทะกันรุนแรงมาก รวมถึงมีการละเมิดกรอบกติกาของเว็บบอร์ดอยู่บ่อยๆ และมีการเรียกแทนกลุ่มที่อยู่ข้างเดียวกับ คมช.ว่า พวก 2.4 ซึ่งสำเนาของแผนการดังกล่าวสามารถค้นดูได้จากหลายเว็บไซต์ แม้แต่ในคลังกระทู้เก่าของห้องราชดำเนิน พันทิปดอทคอมก็มีเก็บไว้" นายวรพจน์กล่าวและว่า

นโยบายของพันทิปดอทคอมในการดูแลเว็บบอร์ดไม่ให้มีการสร้างกระแสทางการเมืองที่สำคัญคือ ห้ามการต่อว่าด่าทอคนที่มีความเห็นแตกต่าง ห้ามใช้สมญานามที่มีลักษณะทำให้ผู้อื่นได้รับการดูถูก เสียดสี หรือได้รับความเกลียดชัง ห้ามใช้เว็บบอร์ดในการนัดชุมนุม หากใครฝ่าฝืนจะถูกห้ามโพสต์ข้อความในระยะเวลาหนึ่ง หรืออาจถูกยึดสมาชิกภาพทันที

ขณะที่วงการธุรกิจก็ไม่น้อยหน้า ผู้ดูแลเว็บบอร์ดพันทิปเปิดเผยว่า มีการใช้เว็บบอร์ดเพื่อสร้างกระแสเยอะมาก โดยเฉพาะบรรดาค่ายเพลงค่ายหนังที่จะระดมสมัครสมาชิกและบัตรผ่านเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อตั้งกระทู้ให้ผู้คนในเว็บบอร์ดหันมาสนใจศิลปินหรือหนังของตน รวมถึงสำรวจกระแสความสนใจของผู้บริโภคด้วย

"ที่ผ่านมาถ้าไม่ใช่การโฆษณาที่น่าเกลียดมากนัก ทางผู้ดูแลก็จะไม่ลงโทษอะไร แต่บางช่วงที่มาโจมตีสร้างกระแสระหว่างกันมากถึงขนาดสร้างกระแสปล่อยข่าวทำลายอีกฝ่าย หรือเอาข่าวด้านลบมาขยายต่อ ผู้โพสต์ข้อความประเภทนี้ก็จะถูก ลงโทษด้วยการยึดสมาชิกภาพ ซึ่งที่ผ่านมาทางเว็บได้ยึดไปแล้วกว่า 200 ราย" นายวรพจน์กล่าว

"แม้จะมีการกลับมาสมัครสมาชิกใหม่ แต่ทางเว็บก็มีวิธีการตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมของสมาชิกได้ เราตามได้กระทั่งว่า login ที่ถูกยึดใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องใดบ้าง คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องมี login มาใช้กี่ชื่อ ฉะนั้นแม้จะเปลี่ยนชื่อมากี่ครั้ง เราก็ตรวจสอบได้ ที่สำคัญคือบรรดาสมาชิกที่ใช้เว็บบอร์ดอยู่ประจำก็มักจะจับพิรุธของการตั้งกระทู้แนวนี้ได้ และมักจะแจ้งให้ผู้ดูแลตรวจสอบ ผู้กระทู้ในแนวดังกล่าวอยู่เสมอ"

ผู้ดูแลเว็บบอร์ดพันทิปกล่าวว่า การใช้เว็บบอร์ดสร้างกระแสให้เกิดปรากฏการณ์ในสังคม เหมือนดังที่ "โหมโรง" เคยทำได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าของไม่ดีจริง หรือเอาความเท็จมาจุดประเด็น ทุกอย่างก็จะมาเร็วไปเร็ว เพราะสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นสังคมที่เปิดกว้าง การค้นคว้าข้อมูลมาหักล้างสามารถทำได้ง่าย ความจริงเท่านั้นที่จะคงอยู่
 

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02com02310151&day=2008-01-31§ionid=0209

**************

ขอเก็บเอาไว้เป็น "ข้อมูล" ว่างๆ ผมจะแกะความจำออกมาเขียนในมุมมองของผมกับราชดำเนิน

ท่านสมาชิกอยากวิพากษ์ "ราชดำเนิน" ตามสบายนะครับ ผมขอฟังก่อน

เพราะเท่าที่ฟังคุณวรพจน์ ให้สัมภาษณ์ มันช่างขัดกับความรู้สึกของผมเอง

โดยเฉพาะ กระทู้ที่ "Pantip.com" เขียนเปิดใจช่วงหลังจากเกิดเหตุการณ์ 19 กย. 49
( ผมมีข้อมูลส่วนนี้ จะนำมาเปรียบเทียบกับคำสัมภาษณ์ของคุณวารพจน์ ผู้ดูแลเว็บบอร์ดราชดำเนิน )

อ้อ...สมาชิกเสรีไทยเว็บบอร์ด อดีตสมาชิกราชดำเนิน ที่ถอนยวงออกไปเปิดชุมชนคนรักการเมือง
กำลังแสดงความคิดเห็นเป็นรูปแบบ "กระทู้" ที่นี่ครับ

http://forum.serithai.net/index.php?topic=21561.0 

*************************

อีกกระทู้หนึ่งเล่นกันเรื่องเว็บ เสรีชน กับ เสรีไทยเว็บบอร์ด

http://forum.serithai.net/index.php?topic=21541.0

แคน ไทเมือง

"ประชาธิปไตย"บนออนไลน์-หายไปไหน? (กระทู้ที่ราชดำเนินไม่ชอบ)
กระทู้นี้เปิดที่ราชดำเนิน อ้างอิงข้อเขียน "กาแฟดำ" แต่ถูกลบโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีคนช่วยเก็บเนื้อหาทั้งกระทู้ไปไว้ในห้องสมุด
http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=5851.0 

เนื้อหากระทู้ หลังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 จากเจ้าของพันทิปที่เปิดห้องราชดำเนินอีกครั้ง
หลังจากปิดไป ร่วมๆ 2 สัปดาห์มีเนื้อหาดังนี้ อาจไม่ตรงกับที่คุณวรพจน์ให้สัมภาษณ์นะครับ
******

กระทู้ของ pantip.com ( หลายคนบอกว่าคุณวันฉัตร เขียนเอง )
เป็นกระทู้เกิดขึ้นหลังจากปิดเว็บช่วง 19 ก.ย. 49
*************************************

ขอตั้งกระทู้แรกในห้องราชดำเนิน

เปิดกระทู้แรกคงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่า ให้เหตุผลว่าทำไมจึงต้องปิด
เพราะในกระทู้ที่ถามระหว่างที่พลัดถิ่นไปอาศัยไร้สังกัดก็มีถามเข้ามา
จึงขอใช้โอกาสที่เปิดกลับมานี้ไขข้อข้องใจแบบตรงไปตรงมา
การที่ผมต้องปิดห้องราชดำเนิน เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้

1. กลัวเว็บถูกปิด
2. กลัวเป็นที่นัดกันไปตาย
3. มันไม่ใช่ราชดำเนินที่ควรเป็น


ข้อแรกเลยกลัวเว็บถูกปิดนั้นคงเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด
จากที่เข้าไปรับคำชี้แจงจากกระทรวง ICT ในวันที่ 21 นั้นค่อนข้างชัดเจนว่า
ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องมีหน้าที่ดูแลเนื้อหา โดยต้องให้ไม่ปรากฏ การอ้างอิงสถาบันฯ
กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองหรือก่อให้เกิดความแตกสามัคคีของคนในชาติ
ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ดูแลเว็บไซต์จะต้องรับผิดชอบ
รวมไปถึงผู้ที่เขียนข้อความ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย และจะมีความจำเป็นในการสกัดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์
โดยการบล๊อคนั้นไม่สามารถทำเฉพาะที่ห้องราชดำเนินแต่ต้องทำทั้งเว็บไซต์

ดังนั้นการกลัวถูกปิดเว็บพันทิปจึงเป็นเหตุผลข้อที่หนึ่งในการตัดสินใจปิดห้องราชดำเนิน
และจัดให้มีการดูแลกระทู้อย่างเข้มงวด
เพราะถ้าหากสมาชิกในห้องราชดำเนินเกิดคุมอารมณ์ไม่อยู่จนเป็นเหตุให้กระทรวง ICT ต้องปิดเว็บขึ้นมาจริงๆ
จะมีคนอื่นที่ไม่ได้มีความเห็นร่วม แต่กลับต้องได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วยอีกมากมาย

ข้อที่สองกลัวนัดกันไปตาย อันนี้เป็นความกลัวส่วนตัวของผม
ไม่ต้องให้ใครมาบอก เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าระยะหลังๆ คนที่เขียนในราชดำเนินเป็นฝ่ายทักษิณ

ดังนั้นในช่วงต้นของการเปลี่ยนแปลง หลายๆท่านที่ยังทำใจไม่ได้ คงหนีไม่พ้นนัดกันเคลื่อนไหว ซึ่งผมมองว่ามันไม่มีข้อดีเลย

หากแต่ยิ่งทำให้เกิดการกระเพื่อมที่ทำให้ประเทศเสียหายมากขึ้นไปอีก
ทั้งที่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว ขนาดของการเคลื่อนไหวที่มีผลระดับที่ให้นายกทักษิณของท่านได้กลับมาได้นั้น
อย่างย่อมๆ ก็ระดับสงครามกลางเมือง การเคลื่อนไหวต่ำกว่านั้นก็เป็นเพียงความเสียหายต่อชาติที่สูญเปล่าเท่านั้นเอง

อันนี้ถ้าตั้งสติให้ดีทุกท่านคงประเมินได้ แต่ในเวลาที่อารมณ์อยู่เหนือสติ ผมเกรงว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่ควรเกิด

ข้อที่สาม บอร์ดราชดำเนิน ไม่ใช่ราชดำเนินที่ควรเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังๆ
เวลาไปไหนมาไหน มีแต่คนบ่นว่า ทำไมเดี๋ยวนี้กระทู้ในราชดำเนินมีแต่เชียร์ทักษิณ

เว็บพันทิปถูกไทยรักไทยซื้อไปแล้วหรือเปล่า เว็บพันทิปยังเป็นกลางอยู่จริงหรือ  ฯลฯ
ซึ่งตรงนี้สภาพ ที่ปรากฏออกไปก็ทำให้เราเองก็พูดไม่ออก เถียงไม่ได้

แม้จะมีสมาชิกจำนวนหนึ่งพยายามช่วยกันถ่วงดุลย์ความเห็นเพื่อให้มีความเป็นกลาง
แต่ก็หนีไม่พ้นภาษิตน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ และยังพบมีการด่าว่าเสียๆหายๆกับผู้ที่มีความเห็นในทางตรงข้าม
ซึ่งผมถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้

นอกจากนั้นลักษณะการเขียนแบบที่ไม่มีประโยชน์ อันได้แก่
เสียดสี ล่อเป้า ก้าวร้าว บิดเบือน  สุมไฟ ศรีธนญชัย ฯลฯ ก็มีปรากฏอยู่มากมาย 
จนทำท่าว่าจะกลายเป็นวัฒนธรรมของเวทีไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายมากสำหรับผมคนที่ต้องรับผิดชอบเวทีแห่งนี้

สรุปแล้วต้องยอมรับว่าห้องราชดำเนินก่อนที่จะถูกปิดไป
ไม่ได้มีอะไรเหลือให้เสียดายนัก เพราะคุณค่าของมันได้ถูกทำลายไปก่อนนั้นนานแล้ว



การเปิดกลับขึ้นมาครั้งนี้ หลักใหญ่คือการพยายามคืนคุณค่าให้กับห้องราชดำเนินอีกครั้ง

ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่นั้นก็ยังเป็นคำถามอยู่


จากคุณ : PANTIP.COM

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P4767527/P4767527.html

******


"ประชาธิปไตย"บนออนไลน์-หายไปไหน? ร่วมสร้างชุมชนใหม่
 
11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 01:22:00
 
ลองตั้งประเด็นหัวเรื่อง"ประชาธิปไตยบนออนไลน์-หายไปไหน?" แล้วเข้าอินเทอร์เน็ตพยายามค้นหาเวบไซต์ต่างๆ ที่มีเวบบอร์ดสนทนาการเมืองและปัญหาบ้านเมือง ค่อนข้างน่าห่วงว่าบรรยากาศการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเชิงสร้างสรรค์แทบไม่หลงเหลืออยู่เลย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เวบบอร์ด"ราชดำเนิน"ในเวบไซต์ www.pantip.com ที่เคยมีชื่อเสียงบทบาทในฐานะเวทีเสรี-ประชาธิปไตยบนออนไลน์ ในการวัดกระแสความรู้สึกของผู้คนในสังคมต่อปัญหาต่างๆ ในสังคม แต่ปัจจุบันเวบบอร์ดราชดำเนินไม่ใช่ "สถานที่สาธารณะ" ในการแสดงความคิดเห็นอีกต่อไปแล้ว
หลังจากเวบมาสเตอร์ได้ประกาศหลังวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ปิดตายไม่ให้แสดงความคิดเห็นไปประมาณ 2 สัปดาห์ตามคำขอร้องของฝ่ายทหารและกระทรวงไอซีที

เมื่อตัดสินใจเปิดเวบบอร์ดราชดำเนินให้ตั้งกระทู้ใหม่ได้ กลับไม่เปิดให้เแฟนๆ พันทิปประเภทขาจรที่ไม่ได้ลงทะเบียนสมาชิกเข้าไปอ่านได้อีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ "ผู้ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่" ถูกรุมทำร้ายกลางเวบบอร์ด หากรู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้าไปตั้งกระทู้ด่าคุณทักษิณ

ในช่วงสถานการณ์ความแตกแยกอย่างรุนแรงระหว่าง "คนรักทักษิณ" กับ "คนชังทักษิณ" ในช่วงปลายปี 2548 สมาชิกขาประจำในเวบบอร์ด "ราชดำเนิน" แห่งนี้ได้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงไม่แตกต่างจากสังคมภายนอก

บรรยากาศเวทีแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเสรีบนออนไลน์ นับจากนั้นได้สูญหายไปโดยสิ้นเชิง

ผมได้เคยคุยกับคุณวันฉัตร ผดุงรัตน์เจ้าของเวบไซต์ชื่อดังแห่งนี้ ค่อนข้างเห็นใจและพอจะแก้ต่างแทนได้ว่าเวบบอร์ดราชดำเนินไม่ได้ถูกซื้อด้วย "เงิน" จากคุณทักษิณ แม้ว่าจะถูกยึดครองเบ็ดเสร็จเป็นเขตทหาร-คนชังทักษิณห้ามเข้าไปแล้ว

แต่น่าจะเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังของสมาชิกกลุ่มหนึ่งที่รักและศรัทธาคุณทักษิณอย่างรุนแรง ผสมโรงกับขบวนการจัดตั้งเดิมของพรรคไทยรักไทยที่มีทีมงานสร้างกระแสบนออนไลน์อยู่แล้ว

แม้ในปัจจุบันว่า"โลกจริง"บนถนนราชดำเนินกับสวนจตุจักร ยังไม่มีการชุมนุมของ 2 ฝ่ายเกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวต่อเนื่องเพราะอยู่ในภาวะกฎอัยการศึก แต่ใน "โลกเสมือนจริง" บนออนไลน์กลับยังมีการชุมนุมแบ่งฝ่ายกันอย่างคึกคัก นับวันจะยืนคนละข้างห่างกันมากขึ้น

ประชาธิปไตยบนออนไลน์หายไปแล้วจริงๆ สภาพปัจจุบันบน "โลกเสมือนจริง" เป็นการแบ่งฝ่ายตอบโต้กันอย่างรุนแรง

กลุ่มรักคุณทักษิณสามารถยึดเวบบอร์ดราชดำเนินในพันทิปไปได้แบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2549
จึงทำให้ในช่วงประมาณเดือนเมษายน กลุ่มสมาชิกเวบบอร์ดที่ "ชังทักษิณ" ได้แยกตัวออกมาเปิดเวทีใหม่ในชื่อ www.serithai.net หรือ http://forum.serithai.net/


ใช้ชื่อว่าขบวนการเสรีไทยเวบบอร์ดที่มีสมาชิกก่อตั้ง 9 คนในนามคณะกรรมการขบวนการเสรีไทยเวบบอร์ดที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่เป็นกลางทางการเมืองและจะเคลื่อนไหวต่อต้านคุณทักษิณจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แต่นโยบายเวบไซต์เสรีไทยยังจะเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

ในขณะที่กลุ่มรักทักษิณบนออนไลน์กำลังใช้กลยุทธ์เดิมจากความสำเร็จในการยึดเวบบอร์ดราชดำเนินของพันทิป แฝงตัวเข้าไปยึดครองพื้นที่เวบบอร์ดของเวบไซต์สื่อทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญคือ www.prachathai.com ที่มีจุดยืนต่อต้านการรัฐประหารเช่นกัน

เวบไซต์แห่งนี้ก่อตั้งโดยอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2547 ในรูปแบบมูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาชุมชนที่ไม่ได้แสวงหากำไรทางธุรกิจ โดยได้เงินสนับสนุนเริ่มต้นจากกองทุนส่งเสริมสุขภาพ(สสส.)และองค์กรระหว่างประเทศ

เวบไซต์นี้มีบทบาทสูงยิ่งในช่วงรัฐบาลทักษิณที่มีการปิดกั้นและควบคุมสื่อกระแสหลักอย่างหนัก ด้วยการวิพากษ์รัฐบาลทักษิณค่อนข้างรุนแรง ในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการแทรกแซงสื่อ แต่เมื่อเกิดการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน ผู้คนในชุมชนออนไลน์แห่งนี้ได้ชูประเด็นต่อต้านรัฐประหารมากกว่าการเล่นงานคุณทักษิณในประเด็นเดิมๆ

กลุ่มรักทักษิณกับกลุ่มประชาไท จึงกลายเป็น"แนวร่วมมุมกลับ"ต่อต้านคมช.กับรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ในทุกๆ เรื่อง

จนแทบจะกล่าวได้ว่าเวบไซต์นี้กำลังจะกลายเป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ของ "คนรักทักษิณ" บนโลกเสมือนจริงที่มีความน่าเชื่อถือในเชิงวิชาการได้มากกว่าเวบบอร์ดราชดำเนินที่ "คนชังทักษิณ" ไม่กล้าย่างกรายเข้าไปอีกแล้ว

ยังดีที่เวบไซต์ประชาไทยังมีบทความและข้อเขียนคุณภาพจำนวนมากจากกลุ่มนักคิด นักวิชาการ สื่ออิสระและนักเอ็นจีโอที่ส่วนใหญ่แม้สุ้มเสียงไม่เอาด้วยกับรัฐประหาร แต่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับระบอบทักษิณแต่อย่างใด

ผมได้ลองเข้าไปตรวจสอบเวบไซต์ในแนวการเมืองอีกหลายเวบไซต์ พอจะแนะนำให้ไปลองเปิดเข้าไปอ่านดูจะรู้ทันกระแสมากกว่าการอ่านจากกระแสสื่อหลัก

www.manager.co.th เลือกข้างต่อต้านทักษิณหัวชนฝา ไม่เปิดโอกาสให้คนคิดต่างเขียนกระทู้ "คำชมทักษิณ-ด่าสนธิ"จะไม่มีวันได้อ่านจากเวบบอร์ดของเวบไซต์นี้

www.thaiinsider.com ,www.fm9225radio.net , www.tvthai.net อยู่ในกลุ่มต่อต้านทักษิณหัวชนฝาเช่นกัน ภาษารุนแรง บางครั้งหันกลับมาเล่นงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคุณสนธิ ลิ้มทองกุล

เวบไซต์ของค่ายประชาธิปัตย์ 2 เวบไซต์ที่เล่นงานคุณทักษิณอยู่เป็นประจำคือ www.abhisit.org ของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ www.korbsak.com ของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุที่นั่งเขียนเรื่องจาก"ริมปายรีสอร์ท"แม่ฮ่องสอน

ส่วนกลุ่มรักทักษิณได้เริ่มเปิดเวบไซต์ www.saturdayvoice.com เป็นเครื่องมือถ่ายทอดเสียงการเคลื่อนไหวคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการทุกวันเสาร์และเสาร์ที่ผ่านมาประกาศไว้บนเวบไซต์ว่าจะสัมภาษณ์สดคุณทักษิณ ชินวัตรจากออสเตรเลียในเวลา 14.00 น.

บนเวบไซต์ระดับโลกอย่าง www.youtube.com ก็มีการต่อสู้กันระหว่างรักทักษิณกับชังทักษิณที่มีการส่ง VDO Clip ไปให้คนทั้งโลกได้ดู น่าเสียดายที่ทีมงานของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ไม่รู้จักใช้เวบไซต์นี้ ลองเปิดเข้าไปจะไม่พบ VDO Clipของพล.อ.สุรยุทธ์ที่มีปาฐกถาภาษาอังกฤษดีๆ หลายชิ้นแล้ว แต่บทสัมภาษณ์คุณทักษิณผ่านโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นมีให้ดูเต็มๆ

คณะวอร์รูมของอาจารย์ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ตั้งรับไว้ดีๆ อีกไม่นานคงจะเห็นคุณทักษิณใช้เวบไซต์เปิดศึกรอบใหม่

บรรยากาศการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ทั้งใน "โลกเสมือนจริง" กับ "โลกจริง" ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในยุคคุณทักษิณได้ทำลายรากฐานประชาธิปไตยไปหมดสิ้นเชิง ทั้งในโลกเสมือนจริงบนออนไลน์กับโลกจริงในสังคมไทย

เครือเนชั่นในฐานะ "สื่อมวลชนอิสระ" ที่ได้พิสูจน์ตัวเองถึงความเป็นกลางในนิยามกล้าเลือกข้าง ยืนข้างความถูกต้อง ไม่ใช่เป็นกลาง แต่ไม่มีจุดยืนและไม่กล้าชี้ผิดชี้ถูก

จึงอยากจะสร้างเวบไซต์แห่งใหม่แนวคิด Weblog หรือ Blog ที่เป็นเวบไซต์สายพันธุ์ใหม่ในโลกออนไลน์ ผสมผสานกับแนวคิด Citizen Reporter ทุกคนเป็นนักข่าวได้ ทดลองเปิดเวบไซต์ใหม่ www.oknation.net/blog เพื่อสร้างชุมชนออนไลน์แห่งใหม่ในรูปแบบ BLOG ที่เปิดกว้างให้กับทุกคนเข้ามาสร้าง"บ้าน"บนออนไลน์

Blog หรือ"บ้านบนเวบไซต์สายพันธุ์ใหม่" นี้จะขึ้นอยู่กับ "เจ้าของ"จะเขียนแบบไหน ตกแต่งอย่างไร เปิดกว้างแค่ไหน ฯลฯ เพียงแต่ทุกคนจะต้องเคารพในสิทธิส่วนบุคคลและการเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้อื่น

ขอเชื้อเชิญให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าไปแวะอ่าน BLOG ที่มีกว่า 500 blogs แล้ว เปิดเข้าไปใน www.oknation.net/blog เพื่อลงทะเบียนเปิด BLOG ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แนะนำ blogger ในกลุ่มข่าวร้อนการเมืองที่เป็นสมาชิกบุกเบิกไฟแรงในชุมชนใหม่แห่งนี้ อาทิเช่น

"ตรงไปตรงมา" ใน www.oknation.net/blog/kittinunn ที่ไม่ใช่ "คนข่าว" แต่เขียนจาก "คนเสพข่าว" ที่ได้มุมมองใหม่

"สายใยไทยทั้งเมือง"ใน www.oknation.net/blog/canthai ที่ใช้ชื่อว่า "Canไทเมือง" เป็นมือเก่าบนเวบบอร์ด ราชดำเนิน

"จันทร์เสี้ยว บางนรา"ใน www.oknation.net/blog/kt ที่เป็น "คนข่าว" คนใต้ จึงได้มุมมองลุ่มลึกปัญหาชายแดนภาคใต้

"ปรีชา"ใน www.oknation.net/blog/preecha ที่เป็นบก.อาชญากรรมของสำนักข่าวเนชั่น ข่าวลึกๆ ที่ไม่ได้ตีพิมพ์

"Darknews"ใน www.oknation.net/blog/darknews กลุ่มนักข่าวภาคสนามสำนักข่าวเนชั่นจะให้เบื้องลึกมากกว่าหนังสือพิมพ์

อย่าพลาดบทกลอนขนาดยาว"ทักษิณาวัตรอัสดง"ใน www.oknation.net/blog/naitiwa ที่เยี่ยมมากทั้งฝีมือเขียนกลอนกับมุมมองวิพากษ์ระบอบทักษิณ

และขอแนะนำเป็นพิเศษกับ blog ของคุณสุทธิชัย หยุ่นที่มีผู้เข้าชมอันดับหนึ่ง www.oknation.net/blog/black ที่มีทั้งข้อเขียนใหม่ๆ ไม่ได้ตีพิมพ์และ blogtalk วิจารณ์การเมืองโดยเสียงคุณสุทธิชัย

สมาชิกล่าสุดที่ไม่ใช่แนวการเมือง แต่จะออกแนว POP culture กับ "คอบอล" ของคุณนันทขว้าง สิรสุนทร จากจุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ เปิดเข้าไปได้ที่ www.oknation.net/blog/nantakwang กับ www.oknation.net/blog/nantakwanglovemanu

ขอเชื้อเชิญให้ผู้อ่านทุกท่านเข้ามาร่วมสร้างชุมชนออนไลน์แห่งใหม่ที่จะมีเสรีภาพเต็มเปี่ยม เปิดกว้างและสร้างสรรค์ ในรูปแบบ Blog ที่ทุกคนมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์กับเจ้าของแต่ละ Blog หรือเจ้าของบ้านได้ตามความสมัครใจ ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 

http://www.bangkokbiznews.com/2007/02/11/WW12_1239_news.php?newsid=3903

หมายเหตุไทเมือง : ผมคงไม่สรุปนะครับ ขอให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณว่า
"เสรีภาพบนโลกออนไลน์หายไปไหน"

จากวันนั้น 11 กุมภาพันธ์ 2550 ที่มีสมาชิก 500 คน
ถึงวันนี้ OKNATION ครบรอบ 1 ปี สถิติเป็นดังนี้

จำนวนสมาชิกทั้งหมด 25,561 คน 
จำนวนเรื่องทั้งหมด 169,497 เรื่อง

2 กุมภาพันธ์ 2551

ข้อมูลและความเห็นอันหลากหลายของฝ่ายที่ถอนตัวจากเเว็บบอร์ด ราชดำเนิน ติดตามอ่านได้ครับ

นายวรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล เล่าถึงสองฝ่าย ในรดน. ระหว่าง 2.4 และพวกอำนาจเก่า 
http://forum.serithai.net/index.php?topic=21561.0 



/1
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31