พิมพ์หน้านี้
|
สภาเดือด! 'หมัก' สาบานถ้าเกี่ยวข้อง 6 ตุลา ให้มีอันเป็นไป 'ชวน' กรีดซัดพวก 'เนรคุณพรรค' วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 - เวลา 15:14:19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ได้มีการถกเถียงกันถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 และอดีตของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในตอนหนึ่งของการอภิปรายนโยบายรัฐสภา ว่า เรื่องของสื่อสารมวลชน ไม่อยากใช้ว่าเป็นมิตร แต่เคารพในการทำหน้าที่ ผมเห็นที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ ก็คิดว่าเป็นสิทธิของท่าน ทั้งนี้ อย่าลืมว่าช่วงที่ท่านเป็น รัฐมนตรีมหาดไทยมีปัญหามาก อย่าให้เกิดการต่อต้านจนเกิดวิกฤตแบบนั้น (วันที่ 6 ตุลาคม 2519) ที่มีการปิดหนังสือพิมพ์ แต่ขณะนี้มีการแทรกแซงที่แนบเนียนผ่านกลไกของเอกชน นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับสื่อนั้นสั้นมาก มีคนให้ข้อสังเกตว่า ไม่ได้พูดเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่ร่างเก่ากลับเขียนเรื่องนี้เอาไว้ก่อนการแถลง ซึ่งยุคหลังที่แทรกแซงสื่อนั้น ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐเข้าไปปิดแบบในอดีต ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า วิธีแทรกแซงคือ สร้างความกลัวว่า ถ้าไปแสดงความเห็นที่ไม่ถูกใจกับรัฐบาลจะทำให้ทำธุรกิจต่อไม่ได้ กรณีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ทราบว่าคิดไม่ตรงกันกับนายกฯและรัฐบาล นายเจิมศักดิ์ได้รับการติดต่อของบริษัท ที่ได้รับสัมปทานแล้วสื่อสารว่าอาจมีปัญหา อย่าไปสรุปว่าเลิกจัดรายการเอง 'สืบเนื่องมาจากที่นายกฯสัมภาษณ์สื่อ ต่างประเทศว่ามีผู้เสียชีวิตคนเดียว ซึ่งญาติก็แย้งว่าไม่จริง นายเจิมศักดิ์นำหนังสือนายวีระ มุกสิกพงษ์ มาเล่า แต่ไม่ทราบว่าเป็นความกลัวของใคร การพูดว่า เรื่องนี้จบแล้วมีการถอนตัวไป เพราะทุกคนกลัว คลื่น 105 วิสดอมเรดิโอกำลังจะต่อสัญญา แต่ไม่น่าจะกลัว เรื่องนี้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทราบดี ช่วงนั้นที่เป็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ (นปก.) เค้าก็ไม่กลัว ออกมาก็จัดต่อ ทำไมไม่บอกว่าจัดต่อได้ อย่างนี้สิถึงจะถือว่าสนับสนุนสิทธิเสรีภาพจริง' นายอภิสิทธิ์ กล่าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะสะดุดทุกครั้งเมื่อมีเรื่องทุจริต ถ้าอยากให้บ้านเมืองเดินต่อไป ต้องชัดเจนว่าไม่มีการทุจริต ทั้งหมดต้องสามาถพิสูจน์จากกระบวนการยุติธรรมได้ ช่วงหาเสียงกล่าวไว้ว่าจะยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตอนนี้ไม่ได้พูด แต่ก็ไม่ได้สนับสนุน คตส. เรื่องนี้ควรจะทำ เพื่อให้คนที่ทุจริตได้รับโทษอย่างตรงไปตรงมา เมื่อมาดำรงตำแหน่งนี้แล้ว สิ่งที่ตอกย้ำเรื่องอำนาจที่แท้จริง คือ ท่านทำหน้าที่ปกป้องอดีตผู้นำหรือไม่ ควรให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป ส่วนเรื่องมือที่มองไม่เห็น ไม่ใช่หน้าที่ ต้องจัดการความขี้เหร่ ความเลวร้ายที่มองเห็น เวลาก้าวลงมาก็จะสมบูรณ์แบบ นายกฯอั้นฉี่ตอบโต้ อ้างได้1ล.เสียงชนะผู้ว่ากทม. 'ผมยอมรับว่าผมเกิดจากพรรคนี้ เกิดก็คือพรรคประชาธิปตย์ ตอนเลือกตั้งขณะที่ผมอยู่พรรคประชากรไทย ผมได้ 29 เสียง ประชาธิปัตย์ได้ 1 เสียง ผมเห็นใจในสถานะ ของการอยู่พรรคพลังประชาชน คำว่าขี้เหร่ของคณะรัฐมนตรีหมายความว่าคนอื่นเขาไม่กล้าเข้ามาทำหน้าที่เพราะไม่ชอบเรื่องกฎหมาย ผมมี 315 คน แต่ต้องตั้ง 36 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก' นายสมัคร กล่าว นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ว่า 'เรื่อง 6 ตุลา มีฝรั่งมาถามผม ผมก็ตอบเท่าที่รู้และเห็นว่ามีคนตาย1 คน ซึ่งถูกเผากลางสนามหลวง ฝรั่งถามผมในกรณี ไอ้ฆาตรกรมือเปื้อนเลือด ผมถามกลับว่าคุณอายุเท่าไหร่และใครจ้างมาให้ถาม คำว่าฆาตรกรมือเปื้อนเลือดเคยถูกเอามาใช้ในช่วงที่ผมสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ผมฟ้องศาล และศาลก็บอกให้ไกล่เกลี่ย วันนั้นฆาตรกรมือเปื้อนเลือดได้คะแนน 1 ล้านเศษๆ คู่ต่อสู้ได้ 5 แสน ดังนั้น ผมจึงขอใช้สิทธิ์พาดพิง อีกทั้งผมต้องทนอั้นฉี่อยู่ร่วมชั่วโมงครึ่ง สุดท้ายกลับโดนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อบรม ส่วนเรื่องนโยบาบผมขอพูดในวันที่ 3 วันนี้จึงขอใช้สิทธิ์การพาดพิง' 'หมัก-มาร์ค'โต้เดือด 'นึกว่าเก่งกาจนักหรือ' หลังจากนายสมัคร กล่าวตอบโต้แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบโต้ว่า 'ช่วงที่อภิปราย ผมก็หิวข้าวไม่แพ้ท่าน แต่ต้องทำหน้าที่ ผมยืนยันว่าผมไม่ได้อบรม ผมแค่ชี้ให้เห็นว่าวันนี้สังคมต้องการนายกรัฐมนตรีอย่างไร และเราต้องประคองบ้านเมืองเพื่อให้อยู่รอดเช่นไร ผมยังไม่ได้พูดเรื่องทุจริต เรื่องความเหมาะสมในตัวท่าน ผมอายุ 43 ปี ผมกินเงินเดือน ผมทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ทำหน้าที่นี้ ถูกต้องผมอายุน้อย แต่ก็มีความสนใจในการเมืองสนใจท่าน ตั้งแต่ท่านอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมท้าให้ท่านไปถามคนเดือนตุลา คนสมัยนั้นเกี่ยวกับบทบาทของท่าน ผมไม่ได้บอกว่าท่านสั่งปิดหนังสือพิมพ์' 'ผมยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยเหลือเพียง 1 เสียง และจำได้ว่าท่านเคยเยาะเย้ยว่าพรรคประชากรไทยจะอยู่นานกว่าพรรคประชาธิปัตย์' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ทันทีว่า 'คนอย่างผมไม่เคยเยาะเย้ยพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเรื่อกล่าวหาการทุจริต ผมหมายถึงว่าที่ท่านพูดว่าจะยุบ คตส. แล้วไม่ยุบ เพราะ คตส. มันโยงใยเกี่ยวกับการทุจริตที่กล่าวหาผม ยืนยันว่าตัวเองเป็นปรปักษ์กับสื่อ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามเป็นปรปักษ์กับสื่อ' 'นึกว่าตัวเองเก่งกาจนักหรือ คนฟังเขารู้ว่าที่ท่านพูดเมื่อกี้เป็นการอบรมผม' นายสมัคร กล่าว 'ชวน'กรีดพวก'เนรคุณพรรค'เตือน'หมัก'ดูถูกปชป.ต่ำสิบ นอกจากนี้ นายชวนยังกล่าวถึงเหตุการณ์การเลือกตั้ง ในพ.ศ. 2522 ที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งว่า เป็นความจริงที่ตนต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ขณะที่นายสมัคร ก็ได้แยกไปตั้งพรรคประชากรไทยและได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ นายชวน กล่าวทวนระลึกความจำของนายสมัครว่า เมื่อครั้งอยู่ในสภาสมัยนั้น นายสมัคร เคยพุดจาดูถูกพรรคประชาธิปัตย์ว่า 'เฮอะ ประชาธิปัตย์ อีกหน่อยเป็นพรรคต่ำสิบ' สิ่งนี้คือความจริงที่ตนอยากจะชี้แจงว่า นายสมัครได้พูดจาเช่นนั้นจริง แต่นายสมัครคงจำไม่หมด ซึ่งตนยังเคยได้บอกว่า อย่าไปประเมินหรือประมาณคนอื่นต่ำ แล้วในที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยต่ำสิบ ที่นายสมัครเคยวิจารณ์การเมือง รวมถึงขณะนี้เรื่องคะแนนเสียง 200 กว่าเสียง กับ 160 กว่าเสียง ตนอยากจะบอกว่านำมาเทียบไม่ได้ ดังนั้น การมาอภิปรายวันนี้ ก็ถือเป็นสิ่งถูกต้องที่ฝ่ายค้านจะมีเวลาในการอภิปรายรัฐบาลมากกว่าฝ่ายรัฐบาลชี้แจง ดังนั้นตนจึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันตามนี้ด้วย 'หมัก' สาบานให้มีอันเป็นไปหากเกี่ยวข้องเหตุ 6 ตุลาฯ นอกจากนี้นายสมัครยังกล่าวตอบโต้กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายด้านสื่อของรัฐบาลชุดนี้ ว่า รัฐบาลยังมีนโยบายด้านการปฏิรูปสื่อน้อยเกินไป และหวังว่า รัฐบาลนี้จะไม่มีการแทรกแซงสื่อเหมือนในอดีตในยุคที่ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งมีการปิดหนังสือพิมพ์มากที่สุด 'ถ้าผมไปเกี่ยวข้องกับวันที่ 6 ตุลาฯ แม้แต่นิดเดียว ให้ผมต้องมีอันเป็นไป ผมเดินออกจาก ปชป. ไม่ใช่เพราะพรรคล้มแล้วเลยถีบหัวออกมา ผมออกมาตอนที่พรรคยังดีๆ อยู่ และผมไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 14 ตุลาฯ 6 ตุลาฯ ก็ไม่เกี่ยวข้อง โอกาสนี้ดีเหลือเกินที่ผมได้มาชี้แจง ถ้าผมไปเกี่ยวข้องใดๆ ของให้มีอันเป็นไปนับแต่วันนี้ แต่ถ้าผมไม่ได้เกี่ยวข้องจริง ให้ผมเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยความสงบสุข' นายสมัครกล่าว ที่มา มติชน ******************** *********** |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |