• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : can_lek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 717
  • จำนวนผู้ชม : 287198
  • จำนวนผู้โหวต : 409
  • ส่ง msg :
more
สายใยไทยทั้งเมือง
วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
หมักอั้นฉี่...ปฏิเสธ "มือเปื้อนเลือด 6 ตุลา 19" ยืนยันเห็นตายคนเดียว
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 408 , 17:10:45 น.  
พิมพ์หน้านี้


สภาเดือด! 'หมัก' สาบานถ้าเกี่ยวข้อง 6 ตุลา ให้มีอันเป็นไป
'ชวน' กรีดซัดพวก 'เนรคุณพรรค'
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 - เวลา 15:14:19 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ได้มีการถกเถียงกันถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 และอดีตของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในตอนหนึ่งของการอภิปรายนโยบายรัฐสภา ว่า เรื่องของสื่อสารมวลชน ไม่อยากใช้ว่าเป็นมิตร แต่เคารพในการทำหน้าที่ ผมเห็นที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ ก็คิดว่าเป็นสิทธิของท่าน ทั้งนี้ อย่าลืมว่าช่วงที่ท่านเป็น รัฐมนตรีมหาดไทยมีปัญหามาก อย่าให้เกิดการต่อต้านจนเกิดวิกฤตแบบนั้น (วันที่ 6 ตุลาคม 2519) ที่มีการปิดหนังสือพิมพ์ แต่ขณะนี้มีการแทรกแซงที่แนบเนียนผ่านกลไกของเอกชน นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับสื่อนั้นสั้นมาก มีคนให้ข้อสังเกตว่า ไม่ได้พูดเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่ร่างเก่ากลับเขียนเรื่องนี้เอาไว้ก่อนการแถลง ซึ่งยุคหลังที่แทรกแซงสื่อนั้น ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐเข้าไปปิดแบบในอดีต

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า วิธีแทรกแซงคือ สร้างความกลัวว่า ถ้าไปแสดงความเห็นที่ไม่ถูกใจกับรัฐบาลจะทำให้ทำธุรกิจต่อไม่ได้ กรณีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ทราบว่าคิดไม่ตรงกันกับนายกฯและรัฐบาล นายเจิมศักดิ์ได้รับการติดต่อของบริษัท ที่ได้รับสัมปทานแล้วสื่อสารว่าอาจมีปัญหา อย่าไปสรุปว่าเลิกจัดรายการเอง

'สืบเนื่องมาจากที่นายกฯสัมภาษณ์สื่อ ต่างประเทศว่ามีผู้เสียชีวิตคนเดียว ซึ่งญาติก็แย้งว่าไม่จริง นายเจิมศักดิ์นำหนังสือนายวีระ มุกสิกพงษ์ มาเล่า แต่ไม่ทราบว่าเป็นความกลัวของใคร การพูดว่า เรื่องนี้จบแล้วมีการถอนตัวไป เพราะทุกคนกลัว คลื่น 105 วิสดอมเรดิโอกำลังจะต่อสัญญา แต่ไม่น่าจะกลัว เรื่องนี้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทราบดี ช่วงนั้นที่เป็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ (นปก.) เค้าก็ไม่กลัว ออกมาก็จัดต่อ ทำไมไม่บอกว่าจัดต่อได้ อย่างนี้สิถึงจะถือว่าสนับสนุนสิทธิเสรีภาพจริง' นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะสะดุดทุกครั้งเมื่อมีเรื่องทุจริต ถ้าอยากให้บ้านเมืองเดินต่อไป ต้องชัดเจนว่าไม่มีการทุจริต ทั้งหมดต้องสามาถพิสูจน์จากกระบวนการยุติธรรมได้ ช่วงหาเสียงกล่าวไว้ว่าจะยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตอนนี้ไม่ได้พูด แต่ก็ไม่ได้สนับสนุน คตส. เรื่องนี้ควรจะทำ เพื่อให้คนที่ทุจริตได้รับโทษอย่างตรงไปตรงมา เมื่อมาดำรงตำแหน่งนี้แล้ว สิ่งที่ตอกย้ำเรื่องอำนาจที่แท้จริง คือ ท่านทำหน้าที่ปกป้องอดีตผู้นำหรือไม่ ควรให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป ส่วนเรื่องมือที่มองไม่เห็น ไม่ใช่หน้าที่ ต้องจัดการความขี้เหร่ ความเลวร้ายที่มองเห็น เวลาก้าวลงมาก็จะสมบูรณ์แบบ

นายกฯอั้นฉี่ตอบโต้ อ้างได้1ล.เสียงชนะผู้ว่ากทม. 
 
ด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกขึ้นกล่าวตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ว่า สื่อสารมวลชนว่าผมทำผิดมากมาย ในเมืองไทยมีกี่คนที่กล้าต่อปากต่อคำกับสื่อมวลชน ตนตอบโต้เพราะจิตวิญญานของการการตอบโต้ ในชีวิตแพ้คดีเดียวคือคดีหมิ่นประมาท ตอนนี้ต้องขอรับผิดชอบสถานะของรัฐมนตรีและก็ไม่ได้ปิดบังสถานะหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคจริง มีการดีเบตภายในพรรคและตนเป็นคนชนะ จากนั้นจึงลงสมัครเลือกตั้งและได้เสียงมา 233 เสียง แต่หัวหน้าฝ่านค้านได้มาเพียง 165 เสียง

'ผมยอมรับว่าผมเกิดจากพรรคนี้ เกิดก็คือพรรคประชาธิปตย์ ตอนเลือกตั้งขณะที่ผมอยู่พรรคประชากรไทย ผมได้ 29 เสียง ประชาธิปัตย์ได้ 1 เสียง ผมเห็นใจในสถานะ ของการอยู่พรรคพลังประชาชน คำว่าขี้เหร่ของคณะรัฐมนตรีหมายความว่าคนอื่นเขาไม่กล้าเข้ามาทำหน้าที่เพราะไม่ชอบเรื่องกฎหมาย ผมมี 315 คน แต่ต้องตั้ง 36 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก' นายสมัคร กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ว่า 'เรื่อง 6 ตุลา มีฝรั่งมาถามผม ผมก็ตอบเท่าที่รู้และเห็นว่ามีคนตาย1 คน ซึ่งถูกเผากลางสนามหลวง ฝรั่งถามผมในกรณี ไอ้ฆาตรกรมือเปื้อนเลือด ผมถามกลับว่าคุณอายุเท่าไหร่และใครจ้างมาให้ถาม คำว่าฆาตรกรมือเปื้อนเลือดเคยถูกเอามาใช้ในช่วงที่ผมสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ผมฟ้องศาล และศาลก็บอกให้ไกล่เกลี่ย วันนั้นฆาตรกรมือเปื้อนเลือดได้คะแนน 1 ล้านเศษๆ คู่ต่อสู้ได้ 5 แสน ดังนั้น ผมจึงขอใช้สิทธิ์พาดพิง อีกทั้งผมต้องทนอั้นฉี่อยู่ร่วมชั่วโมงครึ่ง สุดท้ายกลับโดนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อบรม ส่วนเรื่องนโยบาบผมขอพูดในวันที่ 3 วันนี้จึงขอใช้สิทธิ์การพาดพิง'

'หมัก-มาร์ค'โต้เดือด 'นึกว่าเก่งกาจนักหรือ' 

หลังจากนายสมัคร กล่าวตอบโต้แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบโต้ว่า 'ช่วงที่อภิปราย ผมก็หิวข้าวไม่แพ้ท่าน แต่ต้องทำหน้าที่ ผมยืนยันว่าผมไม่ได้อบรม ผมแค่ชี้ให้เห็นว่าวันนี้สังคมต้องการนายกรัฐมนตรีอย่างไร และเราต้องประคองบ้านเมืองเพื่อให้อยู่รอดเช่นไร ผมยังไม่ได้พูดเรื่องทุจริต เรื่องความเหมาะสมในตัวท่าน ผมอายุ 43 ปี ผมกินเงินเดือน ผมทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ทำหน้าที่นี้ ถูกต้องผมอายุน้อย แต่ก็มีความสนใจในการเมืองสนใจท่าน ตั้งแต่ท่านอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมท้าให้ท่านไปถามคนเดือนตุลา คนสมัยนั้นเกี่ยวกับบทบาทของท่าน ผมไม่ได้บอกว่าท่านสั่งปิดหนังสือพิมพ์'

'ผมยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยเหลือเพียง 1 เสียง และจำได้ว่าท่านเคยเยาะเย้ยว่าพรรคประชากรไทยจะอยู่นานกว่าพรรคประชาธิปัตย์' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ทันทีว่า 'คนอย่างผมไม่เคยเยาะเย้ยพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเรื่อกล่าวหาการทุจริต ผมหมายถึงว่าที่ท่านพูดว่าจะยุบ คตส. แล้วไม่ยุบ เพราะ คตส. มันโยงใยเกี่ยวกับการทุจริตที่กล่าวหาผม  ยืนยันว่าตัวเองเป็นปรปักษ์กับสื่อ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามเป็นปรปักษ์กับสื่อ'

'นึกว่าตัวเองเก่งกาจนักหรือ คนฟังเขารู้ว่าที่ท่านพูดเมื่อกี้เป็นการอบรมผม' นายสมัคร กล่าว

'ชวน'กรีดพวก'เนรคุณพรรค'เตือน'หมัก'ดูถูกปชป.ต่ำสิบ 
 
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญทั่วไป) เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยใช้สิทธิ์พาดพิงตอบโต้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี  ว่า ในฐานะที่ตนเป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ต้นว่า ในอดีตนายสมัครนั้นก็เป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน รวมถึงสมาชิกหลายๆ คนในสภาซึ่งก็ต้องยอมรับว่า เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เกิดกับพรรคประชาธิปัตย์  เพราะฉะนั้น ตนจึงขอชื่นชมบางคนที่สำนึกบุญคุณของพรรค และรู้สึกเสียใจกับบางคนที่ไม่สำนึกพูดจาเนรคุณพรรคกับคนเหล่านี้

นอกจากนี้ นายชวนยังกล่าวถึงเหตุการณ์การเลือกตั้ง ในพ.ศ. 2522 ที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งว่า เป็นความจริงที่ตนต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ขณะที่นายสมัคร ก็ได้แยกไปตั้งพรรคประชากรไทยและได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ นายชวน กล่าวทวนระลึกความจำของนายสมัครว่า เมื่อครั้งอยู่ในสภาสมัยนั้น นายสมัคร เคยพุดจาดูถูกพรรคประชาธิปัตย์ว่า 'เฮอะ ประชาธิปัตย์ อีกหน่อยเป็นพรรคต่ำสิบ'  สิ่งนี้คือความจริงที่ตนอยากจะชี้แจงว่า นายสมัครได้พูดจาเช่นนั้นจริง แต่นายสมัครคงจำไม่หมด ซึ่งตนยังเคยได้บอกว่า อย่าไปประเมินหรือประมาณคนอื่นต่ำ แล้วในที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยต่ำสิบ ที่นายสมัครเคยวิจารณ์การเมือง รวมถึงขณะนี้เรื่องคะแนนเสียง 200 กว่าเสียง กับ 160 กว่าเสียง ตนอยากจะบอกว่านำมาเทียบไม่ได้ ดังนั้น การมาอภิปรายวันนี้ ก็ถือเป็นสิ่งถูกต้องที่ฝ่ายค้านจะมีเวลาในการอภิปรายรัฐบาลมากกว่าฝ่ายรัฐบาลชี้แจง ดังนั้นตนจึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันตามนี้ด้วย

'หมัก' สาบานให้มีอันเป็นไปหากเกี่ยวข้องเหตุ 6 ตุลาฯ 
 
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบโต้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กรณีถูกพาดพิงว่าดูถูกพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนมีข้อเท็จจริงให้คนในบ้านเมืองได้รู้ ว่าเหตุเกิดในสภาฯ ก่อนวันที่ 30 ก.ย.  โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ตอนนั้น ตำแหน่งนายกฯ หายากเย็นเหลือเกิน มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในฝ่ายรัฐบาล ผมหัวหน้าพรรคการเมืองทั้งหมดใน กทม. เสนอให้ท่านอาจารย์ เสนีย์ ปราโมทย์ เป็นนายกฯ เย็นวันเดียวกันนั้นก็มีการโปรดเกล้าฯ เกิดขึ้น ผมตัดสินใจเดินออกจากปชป. ตั้งแต่ 30 ก.ย. โดยเข้าไปคุยกับท่านหัวหน้าพรรค ผมเป็นคนขอเอง ไม่ให้ท่านใส่ชื่อเป็น รมต. ผมพูดแรงจนท่านต้องไม่ให้ผมเป็น  วันที่ 1 ต.ค. จึงมีการประกาศแต่งตั้ง ครม.  โดยที่ผมไม่มีตำแหน่งเกี่ยวข้องใดๆ ในครม.

นอกจากนี้นายสมัครยังกล่าวตอบโต้กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายด้านสื่อของรัฐบาลชุดนี้ ว่า รัฐบาลยังมีนโยบายด้านการปฏิรูปสื่อน้อยเกินไป และหวังว่า รัฐบาลนี้จะไม่มีการแทรกแซงสื่อเหมือนในอดีตในยุคที่ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งมีการปิดหนังสือพิมพ์มากที่สุด

'ถ้าผมไปเกี่ยวข้องกับวันที่ 6 ตุลาฯ แม้แต่นิดเดียว ให้ผมต้องมีอันเป็นไป  ผมเดินออกจาก ปชป. ไม่ใช่เพราะพรรคล้มแล้วเลยถีบหัวออกมา ผมออกมาตอนที่พรรคยังดีๆ อยู่ และผมไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 14 ตุลาฯ 6 ตุลาฯ ก็ไม่เกี่ยวข้อง โอกาสนี้ดีเหลือเกินที่ผมได้มาชี้แจง ถ้าผมไปเกี่ยวข้องใดๆ ของให้มีอันเป็นไปนับแต่วันนี้ แต่ถ้าผมไม่ได้เกี่ยวข้องจริง ให้ผมเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยความสงบสุข' นายสมัครกล่าว

ที่มา มติชน
http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1392 

********************
น่าจะถามต่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นตายคนเดียว เห็นจากที่ไหน

เห็นในเหตุการณ์หรือเห็นจากทีวีช่อง 4

หรือตัวเองอยู่ในเหตุการณ์หน้าธรรมศาสตร์

โอกาสดีๆ แบบนี้ ทำไมฝ่ายค้านไม่ถามในสภา

น่าจะถามไปเลยว่า วันที่ 6 ตุลา 19 อยู่ในกลุ่มม้อบที่บุกทำเนียบหรือเปล่า

คนอื่นในยุคนั้นที่ดูทีวี ที่คุณสรรพสิริ วิริยะศิริ นำมาออกอากาศเค้าเห็นตายหลายคน

ทำไมนายสมัครเห็นตายคนเดียว..?

นายสมัครไปแก้ภาพพจน์ที่ต่างประเทศหลังจากเกิดเหตุก็บอกตาย 46 คน

ทำไมมาบอกตอนนี้ว่าเห็นตายคนเดียว...?

ท่าทางจะตาบอดใสตั้งแต่ 6 ตุลา 19 มาจนบัดนี้

เรื่องมองมือยังไม่เห็น บ่นจนน่าจะไปตรวจสอบสายตา...หรือผ่าต้อออกบ้าง

แค่มือยังมองไม่เห็น ระวังเค้าส่งอย่างอื่นมาก็จะมองไม่เห็นอีกนะ...ท่านนายก

ตอบโต้สื่อ ไม่ใช่วีรกรรมอะไรที่จะมาทำคุย แค่ชี้แจงความจริงฝ่ายตนก็พอแล้ว

แคน ไทเมือง

***********
หลักฐานการปิดหนังสือพิมพ์สมัยปี 2519ของรัฐบาลหอยเน่า
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2550
ย้อยรอยเดือนตุลา..คนปาก***(น) ปิดปากคน
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 936 , 02:13:39 น.
 

http://www.oknation.net/blog/canthai/2007/10/04/



/1
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29