พิมพ์หน้านี้
|
เปล่าหรอกครับ ข้อมูลชิ้นนี้ มิใช่จดหมายน้อยกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 คนปัจจุบัน เป็นจดหมายที่ผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ว่า นี่คือฟางเส้นสุดท้าย ที่ฝ่ายทหารต้องทำการปฏิวัติซ้ำ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 หากหัวหน้ารัฐบาลไม่เปลี่ยนตัวรมต.มหาดไทย และนี่อาจถือว่าเป็น "ความในใจ" ที่ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้ไม่ได้ตั้งใจเผยแพร่ในวงกว้าง แต่ปรากฎว่าจดหมายฉบับนี้ มีผู้หวังดี ทำสำเนาไปถึงคณะทหารผู้ทำการปฏิวัติ 6 ตุลา 2519 หรือคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ( เปลือกหอย ) กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กระผมได้ใช้เวลาทบทวนมาหลายวันแล้วที่จะระบายความอึดอัดใจในสภาวะปัจจุบันของบ้านเมืองเรา ขณะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ให้ ฯพณฯ และพี่น้องชาวไทยผู้รักชาติทั้งหลายได้พึงสังวรณ์และช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออกว่า เราจะทำอย่างไรจึงจะทำให้สภาพหรือสภาวะความอึดอัดใจนี้ ให้หมดไปจากหัวใจคนไทยผู้รักความสงบสันติสุข สภาพหรือสภาวะความน่าอึดอัดใจหรือก่อให้เกิดความวิตกกังวลในหัวใจคนไทยจนบางคนถึงกับเป็นโรคประสาทนั้น กระผมเชื่อว่าเริ่มจะก่อหวอดหวนกลับมาสู่คนไทยอีกแล้ว เหมือนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อสามสี่ปีที่แล้วมาก่อนปฏิรูปการปกครอง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีอะไรปรากฎชัด แต่แนวโน้มนี้ส่อให้เห็นวี่แววว่าจะเกิดความยุ่งยากขึ้นอีกในแผ่นดิน ก็อยู่ตรงที่มีผู้เริ่มพยายามจุดชนวนหาสาเหตุก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง เป้าหมายนั้นมีมาได้หลายทาง แต่ที่จะทำหรือหาเหตุให้เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ก้เล็งไปที่จุดสำคัญคือคณะรัฐบาล การบริหารงานของรัฐบาลหาจุดบกพร่องจุดอ่อนเข้าโจมตี แม้สถาบันฯ ก็ถูกบุคคลเหล่านี้ดึงลงมาเพื่อจุดชนวนให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในชาติ แล้วกล่าวโทษว่ารัฐบาลเท่านั้นต้องรับผิดชอบ กระผมเสียใจที่จะต้องเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า เป็นภัยสังคมที่ไม่มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติและ ฯ... บุคคลเหล่านี้เป็นตัวอุปสรรคอย่างร้ายแรง ที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ การบริหารประเทศและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เขาบ่อนทำลายอย่างไรครับ พยายามยุแยงตะแคงรั่วยุคนนั้นให้โกรธคนนี้ ยุประชาชน ทหาร ตำรวจ ให้เกลียดชังรัฐบาล ยุกรรมกร นิสิตนักศึกษา ให้กระด้างกระเดื่องไม่ต้องเคารพตัวบทกฎหมาย แจกใบปลิว จ้างคอลัมนิสต์ นักหนังสือพิมพ์ โฆษกวิทยุ เขียนใส่ไคล้กล่าวหา โจมตี ขุดโคตร ด่าว่า กระแนะกระแหน ประจานบุคคลในรัฐบาลให้เสียหายให้คนเกิดหมดศรัทธาในรัฐบาล แล้วผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรครับ ถ้ารัฐบาลอ่อนแอหรือผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติหูเบา คนขาดที่พึ่งสิ้นความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในที่สุดศัตรูหรือบุคคลภายนอกที่คอยจ้องอยู่ก็จะได้โอกาสสำคัญเข้าแทรกแซงสวมรอย เข้ายึดครองประเทศชาติ ได้ในที่สุด เรากำลังตกอยู่ในสถานะที่ล่อแหลมไม่ผิดอะไรกับสมัยกษัตริย์ลิจฉวีต้องเสียเมืองให้แก่ศัตรู เพราะพราหมณ์หูเบาชั่วๆ อย่างวัสสการพราหมณ์ บุคคลเหล่านี้คือใครครับที่กำลังบ่อนทำลายเพื่อนร่วมชาติด้วยกันเองให้แตกแยกความสามัคคี ถ้าไม่ใช่สื่อมวลชนชั่วๆ โฆษกวิทยุชั่วๆ นักการเมืองชั่วๆ ที่สูญเสียอำนาจแล้วอยากกลับมาแสวงหาอำนาจใหม่ ด้วยการยุแยงตะแคงรั่วให้มันเกิดความเข้าใจผิด ให้เกิดความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน คิดดูเถิดครับตั้งแต่ตื่นขึ้นจนกระทั่งหลับตานอน กระผมอยากจะใคร่ถามทุกคนว่าเป็นสุขคลายวิตกกังวลในเหตุการณ์บ้านเมืองไหมว่าอไรจะเกิดขึ้นในวันในพรุ่ง เดี๋ยวข่าวลือว่าจะเกิดไอ้นั่นจะเกิดไอ้นี่ ทหารไม่พอใจรัฐบาลบ้าง ทหารบีบนายกให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีบ้าง ทหารตำหนิรัฐมนตรีปากพล่อยบ้าง บิดเบือนใส่ไคล้กล่าวหาโจมตี ขุดโคตรด่าว่า ประจาน กระแนะกระแหนคณะผู้บริหารประเทศ ข้าราชการประจำเรื่องส่วนตัวให้เสียหายด้วยถ้อยคำอันหยาบคาย ปราศจากความยุติธรรม คิดว่าข้ามีปากกาต้องการจะโจมตีใคร ใส่ไคล้ใคร ก็เขียนวิพากษ์วิจารณ์ขุดคุ้ยให้เสียๆ หายๆ ทำให้เสียภาพพจน์ แล้วเลยลามปามมาถึงรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีบางคนถูกสับถูกโขกไม่เว้นแต่ละวัน ราวกับเค้ามีความผิดหรือทำไม่ดีอย่างไม่น่าให้อภัย ต้องประจานกันให้เสียหาย ผมอยากจะถามนักหนังสือพิมพ์หรือโฆษกวิทยุเหล่านั้นว่า ท่านน่ะมีความรู้ความสามารถวิเศษแค่ไหน ถ้าท่านมาเป็นอย่างเค้าบ้างท่านจะทำได้ไหม เห็นแต่เขียนด่าเขียนประจานว่าเค้าไม่ดีต่างๆ ไม่ว่าจะเอ่ยถ้อยคำอะไรก็เก็บเอาบางประโยคมาวิพากษ์วิจารณ์เสียดสีให้ดูเหมือนหนึ่งว่ารัฐมนตรีคนนั้นเป็นคนชั่วช้าเลวทราม แนะให้พิจารณาตัวเองบ้าง เสี้ยมคนโน้นสัมภาษณ์คนนี้เพื่อให้ตีกระทบบ้าง ยกย่องสดุดีทหารทั้งคำพูด ทั้งการกระทำว่าเป็นฮีโร่สมชายชาติทหาร เพื่อให้เห็นแตกต่างกับคำพูดของรัฐมนตรีดังกล่าว ฯลฯ นี่มันอะไรกันครับ หนังสือฉบับพิมพ์สองฉบับอยู่แถวถนนราชดำเนิน ฉบับหนึ่งออกเช้า ฉบับหนึ่งออกบ่าย เปิดอ่านดูซีครับ แต่ละคอลัมน์ดูเหมือนว่าบ้านเมืองมีแต่ความเลวร้าย รัฐบาลชุดนี้มันใช้ไม่ได้ บ้านเมืองกำลังใกล้ความวิบัติจะพังมิพังแหล่ในเร็ววันนี้ รัฐมนตรีบางคนมีหน้าที่รับผิดชอบทางเศรษฐกิจ เรื่องปากเรื่องท้องก็ถูกตีถูกด่าทุกวัน ว่าช่วยพ่อค้าให้ขึ้นราคาสินค้า ความลำบากแก่ประชาชนโดยไม่ได้ดูถึงสาเหตุหรือข้อเท็จจริงว่า ทำไมสินค้าจึงราคาแพงขึ้น และถ้าจะแก้ต้องแก้อย่างไรจึงจะช่วยไม่ให้สินค้าแพงขึ้น นี่ไม่เคยเขียนแนะ มีแต่ด่า รัฐมนตรีบางคนไปต่างประเทศกลับมาถูกซักถามด้วยคำถามโง่ๆ ว่าจะลาออกมั๊ย ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดยะลา ทำให้เป็นเรื่อง.....รมต.ผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาความสงบภายใน รัฐมนตรีผู้นั้นตอบว่า "ถ้าลาออกแล้วจะช่วยให้เกิดประโยชน์อันใด จะทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่เกิดขึ้นได้มั๊ย"..... ทางเดียวที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นก็ต้องเพิ่มมาตรการอารักขาให้เข้มงวดขึ้น ให้คำตอบเพียงแค่นี้ ก็ไปจับเอาเพียงคำว่า "ถ้าลาออกแล้วจะช่วยให้เกิดประโยชน์อันใด" ซึ่งพยายามทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าผู้พูดไม่แยแสยินดียินร้ายไม่ใช่เค้าทิ้งหน้าที่ไปเฉยๆ ก็จับเอาคำพูดประโยคนี้มาวิจารณ์วันแล้ววันเล่า ว่าเป็นคนพูดพล่อยไม่รับผิดชอบ ไม่กล้าหาญเสียสละเหมือนพันท้ายนรสิงห์ว่าไปนั่น ! เอาคำถามนี้ไปถามแม่ทัพนายกองทั้งหลายเพื่อให้วิจารณ์คำพูดแล้วเอามาสรุปเขียนติ เขียนด่า แม้หนังสือของรัฐบาลเองก็ถูกรุมทึ้ง รุมสับไม่เว้นแต่ละวันจากบรรดาสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย นั่นเพราะอะไร เพราะอย่างน้อยก็มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งซึ่งลงข้อจริงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหนังสือพิมพ์ธรรมคาเขาไม่ชอบ เขาชอบตะแบงคือไปสัมภาษณ์มาอย่างหนึ่งแล้วเขียนลงอีกอย่างหนึ่ง ทำให้เสียภาพพจน์แมลงวันหัวเขียวด้วยกัน พอหนังสือพิมพ์รัฐบาลทำอะไรพลาดนิด อะไรหน่อยเป็นถูกรุมทึ้งไม่หยุด กรณีหนังสือฉบับพิเศษออกเพื่อเฉลิมพระเกียรติ.... ก็เอามาติกันให้เสียๆ หายๆ ขอให้ ฯพณฯ ใช้วิจารณญาณดูเถิดครับ ว่าสื่อมวลชนปัจจุบันนี้เข้ารอยเดิมต่างกับก่อนปฏิรูปหรือไม่ กระผมจำได้ว่า ฯพณฯ เองเคยกล่าวไว้ตอนรับตำแหน่งใหม่ ๆ ว่าสื่อมวลชนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองก่อความไม่สงบ ยุ่งเหยิง คอลัมนิสต์บางคนขาดวิสามัญสำนึกถึงจรรยาบรรณในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ใช้ปากกาเขียนขุดคุ้ยวิพากษ์วิจารณ์ให้ใครต่อใครเสียหาย โดยปราศจากมโนธรรม เป็นสิ่งที่รัฐบาลคณะปฏิรูปต้องดำเนินการแก้ไข กระผมยืนยันครับว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เลวกว่ารัฐบาลที่แล้วๆ มาและกระผมยังเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่เผด็จการ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นใคร ตรงข้ามกลับอยากให้มีการติติงเพื่อนำข้อบกพร่องไปแก้ไข ความหวังของประชาชนที่ฝากไว้กับรัฐบาลนี้จะอยู่ที่ไหน นักการเมืองเลวบางคนที่สูญเสียอำนาจที่ยังหลงไหลใฝ่ฝันอยากจะกลับมามีอำนาจอีก นักการเมืองพวกนี้อันตรายครับ ชอบสร้างสถานการณ์ ก่อคลื่นใต้น้ำให้ขุ่น ยุให้รำตำให้รั่ว แทรกแซง ปลุกระดม เห็นจุดอ่อนของรัฐบาลเป็นตี ยุทหารให้แตกแยกกับรัฐบาล ยุนักเรียน นิสิต นักศึกษา กรรมกรให้รวมพลังกันต่อต้านรัฐบาล คนพวกนี้แฝงร่างอยู่ในรูปแบบของพ่อค้าบ้าง นายธนาคารบ้าง นายทุนบ้าง นักหนังสือพิมพ์บ้าง ครูบาอาจารย์บ้าง ยุแยงทั้งทางใบปลิว สื่อมวลชน คอลัมนิสต์ ให้ใส่ไคล้เกลียดชังรัฐบาล พยายามเอาข้อบกพร่องของรัฐบาลมาตีแผ่กล่าวหาบุคคลในคณะรัฐบาลโกงกินทุจริตประพฤติมิชอบ แม้กระทั่งตัว ฯพณฯ เองก็เคยถูกดึงเอา..... มาเปรียบเทียบว่า ด้วยการจุดชนวนเผายาเสพติดทิ้ง ก็ทะลึ่งบอกว่าจุดฝักแค เพื่อให้คนเกิดความรู้สึกเกลียดชังในตัว ฯพณฯ ฯพณฯ เสนอแผนการขั้นตอนวางพื้นฐานประชาธิปไตย.... หนังสือพิพม์ของนักการเมืองบางคนพยายามเขียนปลุกใจให้ประชาชนลุกขึ้นทวงสิทธิ์ทางการเมือง โดยยกเอาเหตุการณ์บางประเทศ เช่นอินเดีย ปากีสถาน แม้จะเป็นด้อยพัฒนาไม่น้อยไปกว่าเรา ก็ยังพยายามรักษาระบอบประชาธิปไตยแบบให้มีการเลือกตั้งผิดกับบางประเทศซึ่งสงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะกลุ่มบุคคล เขียนปลุกใจอย่างนี้ครับ ทั้งๆที่เหตุผลทางการเมืองของเรากับเขาไม่เหมือนกัน ถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งในวันนี้พรุ่งนี้หรือปีนี้ก็พังเหมือน ฯพณฯว่า คำสั่งของคณะปฏิรูปโดยกฎอัยการศึกซึ่งประกาศว่า ห้ามบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปชุมนุมกันในทางการเมือง แต่เดี๋ยวนี้ไปดูตามโรงแรมต่างๆ ซีครับ กลุ่มอะไรต่ออะไรมาชุมนุมใช้ชื่อกลุ่มตามวัน นัดสมาชิกและคนนอกมาฟังพูดกันเรื่องการเมืองกันอย่างโจ๋งครึ่ม คนที่ไปฟังแล้วกลับออกมาล้วนแล้วแต่แบกปัญหากลับมาคิดมานึก ที่กระผมต้องเขียนระบายยกตัวอย่างประกอบเหตุผลชี้ให้เห็นภัยและอุปสรรคจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้ให้ ฯพณฯ และชาวไทยผู้รักชาติได้พึงตระหนักและหาทางช่วยกันขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดินเหล่านี้ให้หมดไป ก็เพราะกระผมตระหนักและเป็นห่วงว่า ปณิธานอันแรงกล้าที่ ฯพณฯ ให้สัญญาไว้ให้กับประชาชน เพื่อการปูพื้นฐานวางแนวทางประชาธิปไตยตามขั้นตอนที่ถูกต้องจะต้องมาสูญสลายหรือมีอันเป็นไปก็เพราะพวกบุคคลเหล่านี้ คนพวกนี้ต้องการอะไรครับ เขาพยายามเหลือเกินที่จะก่อให้เกิดความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง จุดประสงค์ของคนพวกนี้ต้องการอะไร ทำเพื่อใคร คำตอบง่ายๆ ที่มองเห็นก็คือ อยากให้สังคมยอมรับในสถานภาพของตัวเองซึ่งถูกเหยียดหยามและความอยู่รอดของตนเอง เพราะรับจ้างเขามา บางคนต้องการแสวงหาอำนาจทางการเมืองที่สูญเสียไปเพื่อหวังที่จะกลับเข้าไปกอบดกยกันใหม่ สถานภาพของรัฐบาลขณะนี้กระผมเข้าใจความรู้สึกของฯพณฯ และคณะรัฐมนตรีดีว่าเหมือนมีทั้งนักเลงและอันธพาลมาคอบกำกับหรือบีบพ่อค้าให้จ่ายค่าหัว ถ้าไม่ได้ตามนั้นแล้วขายไม่ได้ กระผมเสียใจที่มีคนไทยพวกนี้อยู่ในแผ่นดินไทย ซึ่งจะคอยดึงให้ประเทสล้าหลัง ขัดขวางทางเจริญก้าวหน้า กระผมอยากจะให้คำพูดของ ฯพณฯที่ว่า "คนไทยยังไม่มีวัฒนธรรมทางการเมือง" นั้น ไม่น่าจะใช้ได้กับประชาชนผู้ใฝ่สันติ เคารพในหน้าที่สิทธิเสรีภาพทั่วไป มันน่าจะใช้กับคนประเภทดังกล่าวมากกว่าครับ คือไม่มีทั้งสปิริตและวิญญาณของความเป็นประชาธิปไตยอยู่ในตัว ขอแสดงความนับถืออย่างสูง *************************** จดหมายนี้มิได้ลงชื่อผู้เขียน ผมนำมาจากหนังสือ "สันดานรัฐมนตรี ป.ม." ฉบับปกแดง ผลงานเขียนของ "ทหารเก่า" ( หน้า 136 ) ที่ผมเคยนำมาเล่าไว้ในครั้งก่อน ๆ นั่นเองครับ มีมุมมองเกี่ยวกับสื่อมวลชนสื่อมวลชน แบบนี้ได้โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ ไม่กี่คนหรอกครับในประเทศนี้ นี่คือสัญลักษณ์ที่ยอมเปลี่ยน...จริงๆ ครับ น่าเสียดายที่จดหมายนี้มิได้มีไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี "รัฐบาลขิงแก่" ที่เพิ่งลงจากอำนาจไปก็จะสนุกไม่น้อย แคน ไทเมือง เกล็ดประวัติศาสตร์ นักจัดรายการวิทยุที่ถูกกล่าวถึง หมายถึงคุณวิทยา สุขดำรงค์ ( ผู้ล่วงลับ )
|
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |