พิมพ์หน้านี้
|
1. จะด้วยข่าว "จักรภพลงดาบฟันแน่ไฮ-ทักษิณหากพาดพิงเบื้องสูง " หรือไม่ก็ตาม แต่บัดนี้ก็ปรากฎว่าผู้คนในรัฐบาลเริ่มส่งสัญญาณ ไม่ค่อยดี กับกรณี "ประดาบ" จากเว็บไฮ-ทักษิณ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวต่อต้านการแต่งตั้ง "วัน" ลูกชาย "สิงห์เหลิม" เป็น ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.สาธารณะสุข 2. ******************* ความตั้งใจก็คือว่า หลังจากที่แสดงความรู้สึกอย่างยืดยาวถึงเรื่องราวของตัวเองไปแล้ว ก็จะไปปิดหูปิดตาปิดรับข่าวสารบ้านเมืองและการเมืองสักหลายวัน ตั้งใจจะไปล่าฝันใต้ผืนน้ำสีครามเข้มของฝั่งทะเลอันดามัน ผ่านได้ 1 วันกับ 1คืนเท่านั้น ที่ไม่มีเสียงโทรศัพท์มือถือให้ได้ยิน เพราะผมปิดเครื่อง แต่เย็นๆ วันพฤหัสบดีที่ 21 ก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องเปิดโทรศัพท์ ด้วยหลงลืมสั่งงานสำคัญที่สำนักงานบางเรื่อง สั่งงานยังไม่ทันเสร็จ ทั้งๆ ที่ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีเสียงเรียกซ้อนเข้ามาทันที ก่อนที่จะปิดเครื่องได้ทัน น้องสาวคนเก่งในทีมงาน โทรมาบอกว่า พี่ทิ้งบอมบ์ แล้วหนีไปแบบนี้ ใครจะทำต่อ มีเสียงน้องร่วมทีมอีกคนตะโกนแทรกเข้ามาว่า ถ้ายังไม่ตาย ก็กลับมา ผมจะรอ เพื่อนร่วมทางของเรา ให้กำลังใจพี่มากมาย พี่จะไม่เปิดอ่านบ้างหรือ น้องสาวคนเก่งพูดต่อ แล้วก็บอกว่า ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้แล้ว ก็กลับมาทำงานต่อ อย่าหนีไปแบบนี้ บอกตรงๆ ว่าถึงเวลานี้ ละอายใจ ครับ บวกกับยังปรับตัวเองไม่ได้ เพราะไม่เคยคิดว่าจากมือสมัครเล่นที่คิดนั่นเขียนนี่ เปิดเอกสารอ่านความคิดพวกเผด็จการให้เพื่อนๆ ได้ยินได้รู้กัน จะต้องกลายมาเป็นคนสาธารณะ ที่ตกเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ และเวปไซต์ข่าวสารการเมืองหลายเวป จนปรับตัวรับไม่ทัน จาก คนเกาะข่าว กลายเป็น คนในข่าว ละอายใจ ที่ทำให้บางคนเข้าใจผิดว่า ผมไม่พอใจที่มีคนเห็นแย้ง และวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ หากผมต้องการจะเป็นคนนำเสนอเพียงฝ่ายเดียว ไม่ต้องการรับฟังความเห็นคนอื่น คงไม่เปิดโอกาสให้ท่านทั้งหลายแสดงความเห็น เว้นแต่ที่เขียนเข้ามาด้วยคำหยาบคายและรุนแรงเกินกว่าจะนำแสดงได้ ก็ต้องตัดทิ้งไป ละอายใจ ที่ทำให้บางคนเข้าใจว่าผมเรียกร้องความสนใจ และ ความสงสาร ผมไม่ต้องการตกเป็นเป้าความสนใจของใคร จึงใช้ชื่อแฝงและไม่แสดงนามสกุล ว่า ประดาบ และไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร จึงหลบมาแบบเงียบๆ คนเดียว ละอายใจ ที่ทำให้หลายคนต้องมาปลอบประโลม และให้กำลังใจ เหมือนกับว่าลมหายใจสุดท้ายใกล้จะขาดห้วง ผมยังไม่มีความคิดจะละสังขาร ถอดจิตปลิดวิญญาณตัวเองในวันและวัยเช่นนี้ ผมยังอยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี อยากเห็นคนที่ผมรักและศรัทธา กลับมายืนอยู่บนแผ่นดินไทย และ อยากเป็นพรรคพลังประชาชน ก้าวหน้าต่อไป โดยไม่สะดุดขาตัวเองหกล้มเสียก่อน ละอายใจ ที่ทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่าผมท้อแท้ ท้อถอย เมื่อไม่ได้สิ่งที่หวัง ไม่ได้ดังที่คิด ผมยอมรับท้ออยู่หลายครั้ง คิดจะถอยอยู่หลายที เพราะหมดเงินไปเยอะ หมดแรงไปมาก หมดใจที่เทให้ไปก็ไม่น้อย แต่ก็มีเพื่อนร่วมทางและน้องๆ ในทีมงานนี่ล่ะ ที่คอยเติมสิ่งที่หมดไป คอยรินน้ำใจให้แก่กัน อยู่ตลอดเวลา ทำให้ท้อไม่ถึงที่สุด ถอยไม่ถึงปลายทางเสียที ละอายใจ ที่คิดผิด เขียนผิด ว่า พวกเรา Hi-thaksin 4 ชีวิต ซึ่งเป็นความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย ผมจะไม่พูดว่า พวกเรา 4 คน เป็นเจ้าของ Hi-thaksin อีกแล้ว วันนี้ Hi-thaksin เป็นของคนรักทักษิณทุกคน และทุกคนเป็นเจ้าของเวปไซต์นี้ ร่วมกัน ผมผิดไปแล้ว พลาดไปแล้ว แต่ท่านคงจำต้องอภัยให้ผม เพราะผมผิดโดยไม่เจตนา หากแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ ผมเปิดอ่านความเห็นของหลายท่านแล้ว บอกตรงๆ ว่า ตกใจ ด้วยคิดไม่ถึงว่าจะมีเพื่อนร่วมทาง เป็นห่วงเป็นใย เป็นกำลังใจให้มากมายขนาดนี้ และอยากจะบอกทุกท่านเพื่อทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า ผมเป็นมือสมัครเล่นคนหนึ่ง ไม่ใช่สื่อมวลชนโดยอาชีพ จิตวิญญาณ และรายได้ ผม ตกใจกับความเห็นของหลายท่านที่เขียนกันมาราวกับว่า ผมจำต้องยอมรับความเป็น คนสาธารณะ ไป แม้จะไม่ชอบใจและสมัครใจรับ ก็ตาม ผมไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมือง จึงไม่ต้องการตำแหน่งใดๆ และไม่ต้องทำสิ่งใดเพื่อเป็นเงื่อนไขต่อรองอะไรให้กับใคร ผมไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่อัศวิน ไม่ใช่ผู้กล้า ไม่ใช่ผู้นำของใครทั้งนั้น จึงไม่ต้องการคำเยินยอ ยกย่อง สรรเสริญ เช่นที่ปรากฎอยู่ต่อหน้าในขณะนี้ ผมต้องการเป็นปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีสิทธิจะคิด จะพูด จะเขียน เท่าที่รัฐธรรม นูญได้ให้สิทธิเสรีภาพไว้เท่านั้นเอง ผมจึงขออนุญาตทุกท่าน ที่จะไม่ยอมรับความเป็น คนสาธารณะ และไม่ยอมรับสถานะ ผู้นำ ของใครแม้แต่คนเดียว มากที่สุดสำหรับคนอย่างผม ก็คือเป็น เพื่อนร่วมทาง ที่มีความเข้าอกเข้าใจต่อกัน ความตั้งใจแรก หลังจากแสดงความรู้สึกไปมากมาย จนดูเหมือนว่าเป็นพิรี้พิไร ฟูมฟาย เมื่อย้อนกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็คือว่า น้อยที่สุด จะไม่เขียนอะไรที่กระทบจิตใจคนในพรรคพลังประชาชน และไม่ตำหนิติติงพรรคพลังประชาชน และรัฐบาล อีกต่อไป แต่จะเขียนความคิดเห็นของตัวเองในเรื่องต่างๆ เหมือนที่เคยทำมา มากที่สุด จะหยุดเขียนไปเลย แต่จะไม่หยุดลมหายใจของเวปไซต์นี้ และจะสนับสนุนให้น้องๆ ทีมงานเดินหน้าต่อไป ทุกวิถีทาง ผมไม่เคยมีความคิดที่จะปิดเวปไซต์นี้ ตราบใดที่ภารกิจของคนรักทักษิณ ยังไม่สำเร็จ ไม่บรรลุเป้าหมาย คือ การนำพานายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย อย่างสมเกียรติด้วยความปลอดภัย แต่เมื่อได้เห็นน้ำใจของทุกท่านที่ไหลหลั่งกันเข้ามาจนแทบจะท่วมหน้าจอที่อยู่ตรงหน้าผม ในขณะนี้ ผมยอมแพ้ ผมยอมแพ้ต่อน้ำใจของเพื่อร่วมทางทุกท่าน และขอสัญญาว่า ประดาบ จะกลับมาทำหน้าที่ของคนรักทักษิณ กับเพื่อนๆ ทุกท่านต่อไป ก่อนจะเขียนบรรทัดสุดท้ายของวันนี้ ขออนุญาตเช็ดน้ำที่ตาสักสองสามวินาที... กาลอวสานของประดาบยังมาถึงไม่ได้ ตราบใดที่เผด็จการยังไม่ถึงกาลอวสาน "ประดาบ" http://www.hi-thaksin.net/contentdetail.php?ParamID=78452 ******************** แคน ไทเมือง หมายเหตุ รัฐบาลเผด็จการของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และ สนช. ที่แต่งตั้งโดยเผด็จการ **************** ***********
ทำตามรัฐธรรมนูญก็พอ การอภิปรายนโยบายรัฐบาลใน บางช่วง กลายเป็นวิวาทะตอบโต้กันอย่างเผ็ด ร้อนระหว่างนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายว่า นโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อ ไม่ได้ระบุความชัดเจน ทั้งยังมีการถอดรายการวิทยุที่วิจารณ์ กรณี 6 ตุลาคม 2519 ไม่ใช่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพียงคนเดียว ที่แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพของประชาชน ภายใต้การบริหารของรัฐบาลใหม่ แต่นักวิชาการหลายคน รวมทั้งนายจอน อึ๊ง-ภากรณ์ อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ และนักสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ก็ได้แสดงความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน เพราะกลัวว่ารัฐบาลใหม่จะเดินตามนโยบายเก่าของรัฐบาลนายกฯทักษิณ เรตติ้ง หรือการจัดอันดับเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประเทศไทย โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ อยู่ในอันดับที่ตํ่าเรื่อยมา ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณจนถึงการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และรัฐบาลสุรยุทธ์ องค์กรเฝ้ามองสิทธิมนุษยชนในสหรัฐอเมริกา จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ละเมิดเสรีภาพประชาธิปไตย รวมกับเคนยา ไนจีเรีย และปากีสถาน วงการสิทธิมนุษยชนหวังว่าภาพลักษณ์ของประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องเสรีภาพสื่อมวลชนและสิทธิมนุษยชนในสายตาของนานาประเทศจะดีขึ้น หลังการเลือกตั้งทั่วไป และมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ความหวังนั้นถูกสั่นคลอน เมื่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสื่อรัฐ ประกาศว่าจะจัดระเบียบสื่อรัฐและทบทวนเรื่องโทรทัศน์สาธารณะ ขณะเดียวกัน นายกฯก็ประกาศจะตั้งสถานีทีวีใหม่ที่เป็นกลางและสมดุล แม้แต่นโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล หลายฝ่ายก็เป็นห่วง เพราะรัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่ประกาศกร้าวจะใช้ ยุทธวิธี ตำรวจตรวจแหลก จึงหวั่นเกรงว่าอาจซํ้ารอยเหมือนกับการฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ ในสงครามปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ และมีเสียงเตือนว่าอย่าให้เหมือนกับกรณีแก๊ง ตชด. ซึ่งตำรวจเพียงไม่กี่คน แต่สร้างความเดือดร้อนชาวบ้านมากมาย รัฐมนตรีมหาดไทยมีภูมิหลัง คล้ายกับอดีตนายกฯทักษิณ เพราะเคยเป็นนายตำรวจเหมือนกัน จึงอาจมองเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน ด้วยสายตาเดียวกัน ส่วนนายกฯคนปัจจุบัน ก็มีข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่า ขณะที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย มีการสั่งปิดหนังสือพิมพ์มากที่สุด อาจจะไม่ใช่คำสั่งของรัฐมนตรี แต่เป็นคำสั่งเจ้าพนักงานการพิมพ์ ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา โดยใช้อำนาจเผด็จการคือ ปร.42 ขอยืนยันว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา เป็นเสรีภาพของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย สื่อมวลชนไม่ได้เรียกร้องรัฐบาลให้ต้องเอาใจสื่อ เพียงแต่ขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน อย่าให้มีกรณีแทรกแซงหรือแทรกซื้อสื่อ ซึ่งเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 ถึงขั้นถูกถอดถอน. สรุป |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |