• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : can_lek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 650
  • จำนวนผู้ชม : 213743
  • จำนวนผู้โหวต : 370
  • ส่ง msg :
สายใยไทยทั้งเมือง
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551
สิงห์เหลิมช่วยสุเทพฟอกที่ดินศรีสุบรรณฟาร์ม
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 329 , 17:39:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


เห็นทำเรื่องราวใหญ่โต กรณี รมต.มหาดไทย สั่งสอบสวนเพื่อเพิกถอน เอกสารสิทธิ์ที่ดินของ'ศรีสุบรรณฟาร์ม'

ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นฐานของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

อยู่ดีๆ ข่าวก็ซาลงไปเมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

ลองอ่านข่าวก่อนนะครับ


กรมที่ดินเผยที่ดิน 'ศรีสุบรรณฟาร์ม' ไม่ชอบ 1,338 ไร่ เตรียมสั่งเพิกถอนใน 60 วัน สนามกอล์ฟ 'เขาสอยดาว' เจอด้วย โฉนดไม่ถูกต้อง 1,157 ไร่ สั่งเอาผิดอดีต 2 บิ๊ก ตร.ครอบครองที่ส.ป.ก. 'สุเทพ' เล็งขอศาลคุ้มครอง ตั้งข้อสงสัยใบสั่งทางการเมือง มีเก้าอี้อธิบดีกรมที่ดินเป็นรางวัลล่อใจ 'เฉลิม' ปูดรุกที่หลวงทั่วประเทศ 6.4 ล้านไร่

เพิกถอนที่ดิน'ศรีสุบรรณ '1,338 ไร่

นายบุญเชิด คิดเห็น รองอธิบดีกรมที่ดิน รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อร้องเรียนการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครราชสีมา และ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน ว่า ในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ของครอบครัวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งอยู่ที่ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 81 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,120 ไร่นั้น พบว่า น.ส.3 ก. จำนวน 22 แปลง เนื้อที่ประมาณ 687 ไร่  ที่ออกโดยการเดินสำรวจเมื่อปี 2524 ออกโดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีเหตุต้องเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

นายบุญเชิดกล่าวว่า ส่วน น.ส.3 ก. ที่ออกโดยการเดินสำรวจเมื่อปี 2529 จำนวน 59 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,338 ไร่ จากการตรวจสอบรูปแผนที่ในระวางรูปถ่ายทางอากาศ ประกอบกับผลการสอบสวนพยานบุคคล ซึ่งมีชื่อเป็นผู้นำเดินสำรวจออก น.ส. 3 ก. ต่างให้ถ้อยคำว่าไม่เคยมีที่ดินในบริเวณที่ออก น.ส.3 ก. ไม่เคยครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ไม่เคยนำเดินสำรวจ ลายมือชื่อที่ปรากฏในแบบสอบสวนสิทธิ มีผู้นำมาให้ลงนาม มีบุคคลมาดำเนินการติดต่อกว้านซื้อที่ดินให้แก่บริษัท ไทยมาเลเซียเกษตร จำกัด และหาชื่อลูกจ้างคนงาน ชื่อคนที่รู้จัก หรือญาติพี่น้อง ไปลงชื่อใน น.ส. 3 ก. ที่บริษัท ไทยมาเลเซียเกษตร จำกัด ขอออกด้วย ดังนั้น เมื่อผู้นำเดินสำรวจออก น.ส. 3 ก. ทั้ง 59 แปลงดังกล่าว มิได้เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน จึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิในที่ดินที่จะนำเดินสำรวจออก น.ส. 3 ก. ได้ตามมาตรา 58 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จึงเป็นการออก น.ส. 3 ก. โดยมิชอบ ต้องดำเนินการเพิกถอนตาม มาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป

'ขณะนี้ กรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 60 วัน หรือหากไม่เสร็จก็ต่ออายุได้อีก 60 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน หากผิดก็จะทำการเพิกถอน และผู้ที่เสียหายก็ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 60 วัน ส่วนบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ที่ซื้อที่ดินมาจากหน่วยงานของรัฐนั้นก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากภาครัฐได้' นายบุญเชิดกล่าว และว่า กรมที่ดินดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ตามกฎหมาย ไม่มีแรงกดดันใดๆ จากฝ่ายการเมือง และไม่เป็นห่วงว่าที่ดินดังกล่าวจะเป็นข้อพิพาทระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนายสุเทพ และกรมที่ดินจะมีการตรวจสอบย้อนหลังว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบหรือไม่


*************************************
ปกติแม้ผมจะออกไปทำไร่ ไถนา แต่ก็มีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าพนักงานที่ดินมานับ 10 ปี

ได้สัมผัสกับปัญหาที่ดินของชาวบ้านมาหลายปี เห็นการสอบสวนกรณพิพาท การเพิกถอนโฉนดที่ดินมาในระดับหนึ่ง

เคยไปเป็นเพื่อนเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งตกเป็นจำเลยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด แบบที่ว่าเกษียณไปแล้ว 4-5 ปี ยังต้องมาให้การที่ศาล ก็เรื่องเพิกถอนโดยมิชอบนั่นแหละ

บางทีเจ้าของที่ดินที่โดนเพิกถอนก็ยังเป็นหนี้กับผู้รับจำนอง เมื่อมีคดีพิพาทหนี้ก็หยุด เทคนิคพวกนี้เล่นกันมานาน.....ทำเป็นคดีเพื่อดึงหนี้ก็เห็นมีอยู่ถมไป....


เมื่ออ่านตามข่าวนี้ ที่นายบุญเชิด คิดเห็น รองอธิบดีกรมที่ดิน รักษาการอธิบดีกรมที่ดินบอก ผมมีข้อคิดฝากไว้ดังนี้

"การเพิกถอน" โดยอ้างเหตุผู้ขอออกโฉนดหรือผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินหรือ นส.3 ก. มิได้นำชี้แนวเขต และบอกว่าไม่เคยครอบครองที่ดินมาก่อน

เพิกถอนได้ ตามมาตรา 61 ถือว่าเจ้าหน้าที่ ดำเนินการรังวัดออก นส. 3 ก. โดยมิชอบ

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญา

เมื่อรับฟังจากข่าวนี้แล้ว ไม่ปรากฎว่ามีประเด็นว่าเป็นที่หลวงหวงห้าม

แต่เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ประชาชนย่อมมีสิทธิ์เข้าไปครอบครองโดยเปิดเผยครับ

แม้โฉนดเอกสารสิทธิ์ถูกเพิกถอนไป บริษัทผู้ครอบครองต่อมาย่อมได้รับ"สิทธิ์ครอบครอง"แล้ว

ตามประมวลกฎหมายแพ่ง ซึ่งท่านด็อกเตอร์ทางกฎหมายคงเรียนข้ามไป

และสามารถนำที่ดินนั้นไปขอออกโฉนด โดยมิได้แจ้งการครอบครองได้

เพราะไม่ใช่ที่หลวงหวงห้าม ซึ่งเป็นข้อห้ามการออกโฉนดตามประมวลกฎหมายที่ดิน

การพยายามบอกกับสังคมว่าเป็นที่หลวงต้องเอาคืน เมื่อฟังตามที่รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน ไม่มีตรงไหนที่บอกว่า เป็นที่หลวง....มันเป็นการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบซึ่งมีหลากหลายสาเหตุ

แต่ที่ดินที่เข้าไปทำประโยชน์นั้น หากเป็นคนไทยเข้าไปทำประโยชน์โดยเปิดเผยต่อเนื่อง ย่อมได้สิทธิ์ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งฯอยู่แล้ว

การออกเอกสารสิทธิ์ให้ห็เป็นเพียงเป็นการรับรองโดยทางราชการเท่านั้นเอง

คนเรียนกฎหมายย่อมซึมซับเรื่องสิทธิ์ในที่ดินและเอกสารสิทธิ์ เค้ารู้ว่ามันเป็นคนละเรื่อง

หากมีการเพิกถอนความเสียหายส่วนที่เกี่ยวข้องกับ นส.3 เก่า ก็ต้องไปไล่เรียงกับกรมบังคับคดี นั่นส่วนหนึ่ง

ส่วนเจ้าของในปัจจุบัน ( บริษัท ) ได้สิทธิ์นั้นโดยการครอบครองแล้วครับ เพราะได้สิทธิ์ในที่ดินด้วยการเข้าทำประโยชน์แล้ว

ออกโฉนดได้ ไม่มีปัญหา...เป็นโฉนดใหม่นะครับ...( แต่จะเป็นโฉนดหลังแดง ห้ามโอน ห้ามซื้อขายภายใน 10 ปี เพราะไม่ได้แจ้งการครอบครอง )

หากมีการเดินสำรวจทั้งตำบล ก็ขอออกโฉนดได้ นำทำการรังวัดได้เลย

หากไม่มีการเดินสำรวจทั้งตำบล สามารถรอขอออกใบจอง แล้วนำใบจองไปขอออกโฉนดเฉพาะรายที่สำนักงานที่ดิน


โฉนดเก่า หรือ นส. 3 ก. เก่า ก็ยกเลิกไป

เรื่องเอกสารสิทธิ์ กับสิทธิครอบครอง เป็นคนละเรื่องกัน

ด็อกเตอร์ทางกฎหมายคงเรียนไม่ถึงกระมัง....

...จะว่าไป นี่เป็นการฟอกที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายด้วยซ้ำ....

ก่อนออกโฉนดใหม่หลังจากทำการสอบสวนและทำการรังวัดใหม่แล้ว ต้องปิดประกาศ 30 วัน หากไม่มีผู้คัดค้าน ก็ออกได้เลย

หากมีผู้ร้องค้าน ก็จะเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานที่ดินเรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยที่สำนักงานที่ดิน

หากตกลงกันได้ก็จบ ออกโฉนดได้

หากเจ้าพนักงานที่ดินเห็นว่าผู้ร้องค้านไม่มีเหตุผลเพียงพอ ก็สั่งออกโฉนดได้ ( เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานที่ดิน )

กรณีนี้หากผู้ร้องคัดค้านเห็นว่าเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ ก็ไปร้องต่อศาลเอาเอง

กรณีที่ 2 หากผู้ร้องคัดค้านไม่ยินยอม เจ้าพนักงานที่ดินเห็นตามผู้ร้องคัดค้าน ก็จะไม่ออกโฉนดให้ ( เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานที่ดินเช่นกัน )

ผู้ขอออกโฉนดก็นำเรื่องร้องต่อศาล...สุดท้ายศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่า

ที่ดินดังกล่าว สามารถออกโฉนดให้แก่ผู้ร้องได้หรือไม่

ท้ายที่สุดเรื่องจะไปจบลงที่ศาลทั้งนั้น

หากเป็นไปตามนี้...ฝ่ายบริษัท ได้ 2 เด้ง คือฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรมบังคับคดี

ส่วนที่ดินจริง ก็ไปขอออกโฉนดใหม่ รับเนื้อๆ

ในทางการเมืองนั้น มท.1 คงคิดแค่ดิสเครดิตนายสุเทพ ไม่ได้หวังผลจริงจัง

เพราะมิใช่เพิกถอนโดยเหตุ"ทับที่หลวง" แต่เป็นเรื่องออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ

ซึ่งยังคงมีที่ดินบางแปลงมีกรณีพิพาทกันอยู่

แทนที่จะเป็นการได้เปรียบทางการเมืองทำไปทำมาจะกลายเป็นว่า มท.1 จะเป็นฝ่ายเสียหายซะเอง

ยิ่งมาตอกย้ำว่า..."นี่มิใช่การกลั่นแกล้งกันในทางการเมือง"

แต่ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองเค้ารู้กันทั้งบาง ว่า อธิบดีกรมที่ดินคนที่เพิ่งถูกย้ายไป

ไม่สนองความต้องการของนักการเมืองผู้ขึ้นมาใหม่นี่เองจึงได้แต่งตั้งนายบุญเชิดขึ้นมารักษาการอธิบดีกรมที่ดิน

เด็กอมมือมันยังรู้เลยครับ ว่านี่เป็นการดิสเครดิตทางการเมือง

อย่าปฏิเสธในเรื่องที่ยังไม่มีคนถาม..ท่านด็อกเตอร์ทางกฎหมาย

ที่อ่านกฎหมายไม่หมด...



แคน ไทเมือง



/1
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31