พิมพ์หน้านี้
|
นึกครึ้มๆ เลยลองแวะไปอ่านข้อมูลเก่าๆที่เคยนำไปเล่นๆในเว็บบอร์ดราชดำเนิน/พันทิป แคน ไทเมือง ผมนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ... ผมอยู่ใกล้ประเทศบ้านพี่เมืองน้องเห็นคนที่สิ้นชาติมาแล้ว ไม่อยากให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ถ้ารัฐสภารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ (เสนาะ เทียนทอง, 10 สิงหาคม 2540)
ร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นความหวังสุดท้ายของประชาชน ซึ่งเสียขวัญอย่างรุนแรงมาจากปัญหาเศรษฐกิจ (มีชัย ฤชุพันธุ์, สิงหาคม 2540) วิกฤตการณ์เศรษฐกิจ 2540 และสภาพล้มเหลวของการเมืองไทยตั้งแต่ช่วงหลังพฤษภาทมิฬทำให้คนไทยทนไม่ไหวกับการเมืองแบบไทยๆ และนักการเมืองแบบไทยๆ ที่อยู่ภายใต้ระบอบยียาธิปไตย เสียงเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปการเมืองอย่างถึงรากถึงโคนดังกระหึ่ม โดยมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทั้ง 99 คน เริ่มทำงานร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 240 วัน พร้อมๆ กับการเริ่มต้นของรัฐบาลพลเอกชวลิต หากจำกันได้ พลเอกชวลิต เคยประกาศต่อสาธารณชนในวันแรกๆที่เข้ารับตำแหน่งว่า จะเป็นนายกฯเพียงสองปี เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่และกฎหมายลูกแล้วเสร็จ จะยุบสภาทันที แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะเขียนไว้ในปฏิญญาในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันอย่างชัดเจนว่า 4. จะเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีความก้าวหน้ามากมายใกล้แล้วเสร็จ แกนนำหลายคนกลับออกมาคัดค้าน โดยเฉพาะนายเสนาะ เทียนทอง และนายสมัคร สุนทรเวช ในขณะที่พลเอกชวลิตเลือกที่จะไม่ประกาศจุดยืน(เช่นเคย)ว่าจะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เกิดภาวะเผชิญหน้าขึ้นเมื่อกลุ่มกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการมหาดไทย ภายใต้การนำของนายเสนาะ เทียนทอง และกลุ่มการเมืองฝ่ายขวา ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐธรรมนูญใหม่อย่างอึกทึก โดยใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ด้านกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้สีเขียวอ่อนเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุน มีการติดธงเขียว สติกเกอร์เขียว และใส่เสื้อเขียวกันทั้งบ้านทั้งเมือง พลเอกชวลิต ผู้แสดงท่าทีวางเฉยมาตลอด โยนก้อนหินถามทางโดยลุกขึ้นพูดในสภาเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2540 ระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ ส.ส.ร. นำร่างกลับไปแก้ไขก่อนให้รัฐสภาลงมติรับรอง อันเป็นจุดยืนเดียวกับนายเสนาะ ทำให้ความเชื่อมั่นทางการเมืองของรัฐบาลลดต่ำติดดิน ค่าเงินบาทตกอย่างหนัก กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐธรรมนูญก็ได้แนวร่วมเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มนักธุรกิจ แม้แต่จากกองทัพ ระหว่างการพิจารณาในรัฐสภา กลุ่มคัดค้านยังตีรวนกระทั่งยกข้ออ้างสุดตลกร้ายว่า ในคำปรารภของร่างมีจุดไข่ปลาเว้นไว้โดยไม่มีข้อความ แสดงว่ารัฐธรรมนูญยังร่างไม่เสร็จ ขัดต่อมาตรา 211 ที่กำหนดให้ ส.ส.ร.ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 240 วัน ดังนั้น ถือว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ แม้ว่าสุดท้ายพลเอกชวลิต จะออกมากลับลำประกาศสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในวันรุ่งขึ้นหลังโดนกระแสสังคมกระหน่ำ แต่ความไม่น่าเชื่อถือของท่านที่สะสมมานาน บวกกับความรวนเรอย่างรุนแรงในจุดยืนเรื่องการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้กระแสการสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้ขยายตัวกลายเป็นกระแสหมดศรัทธาผู้นำ จนต้องการให้พลเอกชวลิตลาออก โดยไม่ยุบสภา ในขณะที่กลุ่มสนับสนุนรัฐธรรมนูญขยายตัวเป็นกลุ่มขับไล่พลเอกชวลิต กลุ่มต่อต้านรัฐธรรมนูญเองก็ขยายตัวไปเป็นม็อบประชาชนจากอีสาน มีการปลุกม็อบให้มาชนม็อบ ส.ส.อีสาน อย่างนายชิงชัย มงคลธรรม นายไพจิตร ศรีวรขาน นายขจิตร ชัยนิคม ชูประเด็นว่า คนกรุงเทพฯไม่มีสิทธิ์มาไล่รัฐบาลของคนอีสาน 20 ล้านคน และคนชั้นกลาง ไม่มีสิทธ์มาไล่รัฐบาลที่เลือกมาโดยคนยากคนจนในชนบทซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ (มติชนสุดสัปดาห์, 23 กันยายน 2540) ท้ายที่สุด แรงสนับสนุนรัฐธรรมนูญอย่างมืดฟ้ามัวดินของประชาชนทั้งประเทศ ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ส.ส.ร. ผ่านรัฐสภา ด้วยความจำยอมของกลุ่มผู้ต่อต้าน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2540 ภาพนายเสนาะ เทียนทอง เปล่งวาจา รับครับ ในรัฐสภาเป็นที่ติดตาของคอการเมือง ที่มา โลกสีหม่น ของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ - ปกป้อง จันวิทย์ และ ธร ธนารัตน์สุทธิกุล นิตยสาร OPEN ฉบับเดือนกรกฎาคม http://www-unix.oit.umass.edu/~pokpongj/open_02_july04.htm ลุงหมักกลืนน้ำลายตัวเอง...คงอร่อยน่าดู อิ อิ นึกๆ แล้วก็ขำตัวเอง...ที่รัฐธรรมนูญ 2540 นั่นเอง ถูกย่ำยีโดยพรรคไทยรักไทย แถมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ก็โดนพิษของการยุบพรรคจนหมดสิทธิ์ทางการเมือง อดีตหัวหน้าพรรค โดนคดีโกงชาติหลากหลายคดี หากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 309 เห็นจะไม่รอดเป็นแน่แท้ แทนที่จะมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตามที่หาเสียงไว้ กลับมาทำเรื่องเพื่อตนเองและพวกพ้องให้พ้นผิด แค่เปรียบเทียบกับรัฐบาลขิงแก่ที่ใช้รัฐธรรมนูญเผด็จการคงเห็นแล้วว่าประชาชนสบายใจกว่าเป็นไหนๆ รัฐบาล อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ก็ใช้ธรรมนูญการปกครองของจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งมีไม่กี่มาตรา...แต่ก็เห็นประชาชนมีเสรีภาพกันสุด ๆ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นประชาธิปไตย ได้รับการยอมรับกันทั้งสังคม....แม้จะใช้ธรรมนูญการปกครองของจอมพลถนอม กิตติขจร ก็เถอะ แต่วัตรปฏิบัติของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองต่างหาก ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ หากแค่คำว่า "คุกคามสื่อ" แค่นี้...ตัวนายกรัฐมนตรียังตีความไม่ออก...ก็อย่ามาหลอกกันเลยว่า ...นี่คือประชาธิปไตย เวลาอันธพาลมันคุกคามประชาชนเป็นแบบไหน คนในรัฐบาลนี้ก็คุกคามสื่อไม่แพ้กันหรอกครับ แต่ก็นั่นแหละเมื่อรัฐธรรมนูญพ่นพิษก็ไม่ผิดอีกเหมือนกันที่ กรุงเทพโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเมื่อไม่กี่วันมานี้ แคน ไทเมือง
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |