• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : can_lek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 671
  • จำนวนผู้ชม : 235640
  • จำนวนผู้โหวต : 387
  • ส่ง msg :
สายใยไทยทั้งเมือง
วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม 2551
บทบาท/ เสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อในระบอบประชาธิปไตย
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 330 , 10:03:39 น.  
พิมพ์หน้านี้


หวิดๆ จะเป็น "วิวาทะ สื่อกับอาจารย์" ในสายตาของชุมชนคนรักแม้ว
เมื่อ "กาแฟดำ" หยิบข้อเรียกร้องของ อาจารย์ย่าขึ้นมากล่าวถึง

เว็บประชาไท นำข้อเขียน" กาแฟดำ" ไปเปิดเป็นกระทู้ ลองตามอ่านดูนะครับ
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=685678 

และ"ขบวนการเสรีไทยบนเว็บบอร์ด" ก็ได้นำกระทู้ของ"ประชาไท" ไปขยายผลอีกที่หนึ่ง
http://forum.serithai.net/index.php?topic=25978.0

ผมได้เสริมความเห็นตามกระทู้ว่า

กาแฟดำกับอาจารย์ย่า ไม่น่าจะถือว่ามีความขัดแย้ง น่าจะเป็นการเสริมข้อคิดมากกว่า

นักวิชาการก็เลือกยืนข้างใดข้างหนึ่ง เห็นได้ชัดเจนมีให้เห็นกันอยู่

สื่อเลือกข้าง ก็เป็นปรากฎการณ์ปกติ ทั้งสื่อจริง สื่อเทียม

แต่ต้องดูกันว่า สื่อ ทำหน้าที่สื่อหรือนักกิจกรรมทางการเมือง

ถ้าใช้แค่สื่อของตนเอง อยู่ในที่ตั้ง นำเสนอแนวคิดหรือชี้แนะทางออกของสังคม

กระตุ้นให้ผู้คนในสังคมทำในสิ่งที่ชอบที่ควร หรือแม้แต่กระตุ้นให้ผู้รับผิดชอบในบ้านเมือง ทำการหรือไม่กระทำการ

นั่นคือหน้าที่สื่อ

แต่หากกระตุ้นให้ผู้คนกระทำผิดกฎหมาย หรือใช้แนวทางต่อสู้ที่จะนำไปสู่ความแตกแยกรุนแรง

สื่อต้องระงับเหตุนั้น เพราะสื่อก็มีหน้าที่เป็น "สายใยของสังคม"

การที่สื่อใดสื่อหนึ่ง เปิดพื้นที่ให้ความเห็นที่แตกต่าง หรือ นักเขียนที่คิดแตกต่างกัน แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

นั่นหมายความว่า ตัวสื่อเอง ก็เป็นประชาธิปไตยในตัวเอง ผู้อ่านผู้รับสารสามารถเลือกรับรู้ เลือกเชื่อ ตามแต่จะเชื่อข้อมูลฝ่ายไหน

นั่นหมายความว่า "สื่อ" จะต้องเปิดพื้นที่ให้ความคิดเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้นได้

เมื่อสังคมรู้จักว่า การโต้แย้งด้วยเหตุด้วยผล ด้วยข้อมูล ย่อมมิใช่ความแตกแยก

เมื่อสื่อเปิดพื้นที่ให้มีความหลากหลาย ยอมรับความแตกต่างทางความคิด นั่นก็คือประชาธิปไตยในสื่อ

หากข้อมูล/ข่าวสารจากสื่อนั้นๆ  มีความเห็นด้านเดียวไปทั้งหมด เท่ากับเลือกข้าง ซึ่งไม่แน่ว่า ข้างที่เลือกนั้น ถูกต้องจริงหรือ

ที่พูดมาก็เห็นๆ กันอยู่ มีทั้งสื่อฝ่ายต้านทักษิณ และสื่อฝ่ายชูทักษิณ

หากไม่ยอมรับความแตกต่าง ก็คงไม่ใช่ประชาธิปไตย

เพราะปรัชญาของประชาธิปไตย ก็คือวิธีการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี


ผมถึงมองว่า "ผู้ที่ใช้สื่อเลือกข้าง" คือ "นักกิจกรรมทางการเมือง"

เป็นผู้ใช้สื่อ ไม่ใช่คนทำ "สื่อ" ในความหมายของ "หนังสือพิมพ์"

ที่พวกอาจารย์ด้านนิเทศศาตร์ ให้คำจำกัดความ

ที่กาแฟดำ บอกมานั่นก็ใช่ อาจารย์ย่า ควรชี้มาเลยว่า "สื่อไหน" หรือ "ใคร" มันจะได้ชัดเจนเป็นกรณีๆ ไป

หาก "เหมาโหล" หรือ "เหมารวม" คนที่เค้าทำตัวดี ก็เดือดร้อนสิ

จะว่าไปผมเคยติติงเรื่องการทำหน้าที่เกินสื่อมาบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะกรณี "ปรากฎการณ์สนธิ"

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550
เมื่อสื่อ ทำหน้าที่ "เกินสื่อ" ก็สมควรที่รัฐบาลต้องจำใจตัดเนื้อร้ายทิ้ง
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 213 , 23:59:51 น.   


http://www.oknation.net/blog/canthai/2007/02/27/entry-1

แต่ที่ผมจะนำเสนออีกมุมหนึ่ง ก็จากรายงาน 146 หน้าของสมาคมนักข่าวรวบรวม
วิวาทะสมัครกับสื่อ เผยแพร่ในเว็บของสมาคมนักข่าว ไปเจอบทความในนั้นลองอ่านดูนะครับ
เผื่อจะใช้เป็น "มาตรวัด" พฤติกรรมของ"สื่อ" ได้บ้างไม่มากก็น้อย

*********************************

แนวคิดเรื่องบทบาทของสื่อ เสรีภาพสื่อ และความรับผิดชอบของสื่อในระบอบประชาธิปไตย

ด้วยศักยภาพของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทำให้สื่อมวลชนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศไม่ว่าจะเป็นระบบการปกครองแบบใด สื่อมวลชนจึงเป็นสถาบันสังคมที่มีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ด้วยการให้ข่าวสารเพื่อให้ทราบถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง การโน้มน้าวชักจูงใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และวางนโยบายพัฒนาประเทศ และการถ่ายทอดความรู้และทักษะเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงต่อไป
   
ลาสเวลล์ (Lasswell, 1948) เสนอว่าหน้าที่ทางสังคมหรือพันธกิจทางสังคม (social functions) ของสื่อสารมวลชนคือเป็นผู้ที่เฝ้าระวังและตรวจสอบสิ่งแวดล้อมทางสังคม และการเมืองหรือที่ใช้กันทั่วไปว่า สื่อสารมวลชนมีหน้าที่เป็น “หมาเฝ้าบ้าน” (watchdog) ของสังคม คอยบอกให้สมาชิกสังคมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบๆ บ้านของตน นอกจากนี้ สื่อสารมวลชนยังเป็นผู้ประสานให้ส่วนต่างๆ ของสังคมร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และประการสุดท้าย เป็นผู้ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมแก่คนรุ่นต่อไป
   
แม็คเคว็ล (McQuail, 1994) ได้ประมวลหน้าที่ทางสังคมของสถาบันสื่อสารมวลชนไว้ 5 ประการ ได้แก่

1.   การให้ข้อมูลข่าวสาร
•   ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์และสภาวการณ์ต่างๆ ของสังคมตนเอง และสังคมโลก
•   ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจต่างๆ
•   ส่งเสริมความคิดใหม่ๆ การปรับตัว และความเจริญก้าวหน้าทางสังคม

2.   การประสานส่วนต่างๆ ของสังคมเข้าด้วยกัน
•   อธิบาย ตีความ และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความหมายของเหตุการณ์และข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอออกไป
•   ให้การสนับสนุนแก่สถาบันหลักของสังคมและบรรทัดฐานต่างๆ
•   เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม
•   ประสานเชื่อมโยงกลุ่มคนและกิจกรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน
•   สร้างฉันทามติในสังคม
•   กำหนดว่าเรื่องใดสำคัญมากน้อยกว่ากัน หรือการกำหนดวาระทางสังคม

3.   การสร้างความต่อเนื่องทางสังคม
•   ถ่ายทอดวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคม และยอมรับวัฒนธรรมย่อยหรือวัฒนธรรมทางเลือก และวัฒนธรรมใหม่ๆ
•   เสริมสร้างและทะนุบำรุงค่านิยมพื้นฐานของสังคม

4.   การให้ความเพลิดเพลินแก่สมาชิกสังคม
•   ให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจแก่สมาชิกสังคม
•   ลดระดับความเครียดและข้อขัดแย้งของสังคม

5.   การรณรงค์ทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
•   รณรงค์เพื่อเป้าหมายทางสังคมในด้านการเมือง สงคราม เศรษฐกิจ งานอาชีพ

บทบาทของสื่อมวลชนในการพัฒนาประเทศด้านการเมือง

   กระบวนการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่จะมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องชอบธรรม สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ จะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลักที่สำคัญคือ ระบบโครงสร้างของสังคมที่เอื้อต่อการปกครอง ทัศนคติของประชาชน รัฐบาลที่มาจากการยอมรับของประชาชน ระบบการสื่อสารที่มีอิสระเสรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพและความรับผิดชอบ

   สื่อมวลชนมีบทบาทในการพัฒนาประเทศทางด้านการเมืองที่สำคัญ ดังนี้

1)   การสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง
2)   การกระตุ้นเร้าสร้างความสนใจทางการเมืองในระบบที่ถูกต้อง
3)   ให้ความรู้ ข่าวสารทางการเมืองเพื่อให้ผู้รับสารนำไปอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
4)   ช่วยควบคุมพฤติกรรมของนักการเมืองให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
5)   จุดความสนใจของประชาชนไปสู่ประเด็นปัญหาทางการเมืองที่สำคัญ จนกระทั่งปัญหานั้นได้รับการแก้ไข
6)   สร้างความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลกับประชาชน
7)   ช่วยระดมพลังมวลชนในการสนับสนุนในสิ่งที่รัฐบาลได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง
8)  สร้างบทบาททางการเมืองของประชาชนในการเป็นผู้มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือการเรียกร้องในประเด็นปัญหาที่ไม่ชอบมาพากล
9)   สร้างความเป็นสากลในการเมือง นั่นคือเมื่อประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ ประชาชนย่อมมีวิจารณญาณในการตัดสินใจในสิ่งที่ผู้นำของรับบาลต่างๆ กระทำ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศได้

สื่อมวลชนสามารถมีบทบาทในการพัฒนาทางการเมืองผ่านรายการทางวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ทั้งนี้สื่อมวลชนจะมีบทบาทในการพัฒนาประเทศด้านการเมืองมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพและประสิทธิภาพของสื่อมวลชนด้วย


ที่มา   ธีรารักษ์ โพธิสุวรรณ.  เอกสารการสอนชุวิชา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสื่อมวลชน หน่วยที่ 1-8. 
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชานิเทศศาสตร์,  พิมพ์ครั้งที่ 4, 2549.

*********
ทิ้งหลักวิชาไปนาน พอได้กลับไปหาความรู้กับครูบาอาจารย์ ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะครับ
บางทีหลักการเดิมๆ พื้นๆ เราก็ลืมๆ ไปบ้างเหมือนกัน

แคน ไทเมือง



/1
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31