วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม 2551
เปลือยนักสิทธิมนุษยชน...ล่อนจ้อนเลยพี่..!!!
Posted by
Canไทเมือง
,
ผู้อ่าน : 385
, 12:15:41 น.
พิมพ์หน้านี้
|
นักข่าวสภาฮือ นปช.คุกคามสื่อ 26 พฤษภาคม 2551 16:18 น.
นักข่าวสภา ฮือแจ้งความ นปช.คุกคาม หลังแกนนำงัดกล้อง ถ่ายรูปนักข่าวเรียงตัว
วันนี้ (25พฤษภาคม) ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ประกอบด้วยนายจรัล ดิษฐาอภิชัย น.พ.เหวง โตจิราการ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และนายสุชาติ นาคบางไทร ได้ร่วมกันแถลงข่าวปฎิเสธว่า นปช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ค.
อย่างไรก็ตามปรากฏว่า ในระหว่างการแถลงข่าว นายสุชาติ ได้นำกล้องส่วนตัวขึ้นมาถ่ายรูปผู้สื่อข่าวหลายคนที่ตั้งคำถามต่อเนื่อง จนผู้สื่อข่าวต่างรุมถามว่า ถ่ายรูปไปทำไม นายสุชาติ กล่าวว่า แค่ถ่ายรูปแค่นี้ คุณก็กลัวแล้วหรือ ผมแค่ถ่ายรูปเพื่อดูหน้าพวกคุณคือใคร ผมจะได้ไปศึกษาท่านผู้สื่อข่าวถามว่า ศึกษาไปทำไม นายสุชาติ กล่าวว่า มันเป็นสิทธิของผม และทีพวกคุณถ่ายผม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า นายสุชาติเป็นผู้แถลงข่าวก็ต้องถูกถ่ายรูปทำข่าวได้
จากนั้น บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล ผู้สื่อข่าวขอให้นายจรัล ลบภาพรูปผู้สื่อข่าว ในกล้องของนายสุชาติ แต่นายสุชาติ แย้งว่าทรัพย์สินของผม ใครอย่าแตะก็แล้วกัน ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า นายจรัลว่า ในฐานะที่พามาจะรับผิดชอบนายสุชาติได้ไหม เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ เคยเกิดกรณีการคุกคามสื่อโดยให้ชายฉกรรจ์มาติดตามผู้สื่อข่าวมาแล้ว แต่นายจรัล นิ่งเงียบ
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในฐานะเป็นอดีตกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คิดอย่างไรกับประเด็นสิทธิเสรีภาพ และท่าทีของการคุกคามสื่อเช่นนี้ นายจรัล จึงกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่าพวกคุณชอบใช้คำว่า คุกคาม และผมก็เลิกนับถือสื่อมวลชนมานานแล้ว ก่อนจะตบไมค์ลงกับโต๊ะด้วยความไม่พอใจ พร้อมบอกว่าเลิกโว๊ยและลุกหนีไปทันที พร้อมด้วยนายสุชาติทันที โดยนายจรัล ได้เดินไปพูดคุยกับนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน อดีตประธานกลุ่มคนรักทักษิณ ซึ่งร่วมชุมนุมอยู่ด้วยในคืนเกิดเหตุ และเป็นผู้นำคณะมาแถลงข่าวว่า ผมต้องกลับก่อน อยู่ต่อเดี๋ยวอดใจไม่ไหว เดี๋ยวชกเอา
ขณะที่น.พ.เหวง พยายามยุติการตอบโต้โดยกล่าวว่าไม่อยากให้เสียบรรยากาศการแถลงข่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ขอกันกินมากกว่านี้ แต่ผู้สื่อข่าวเรียกร้องให้อย่าใช้คำว่าขอกันกินมากกว่านี้เพราะไม่มีนักข่าวคนไหนไปขอนปช.กิน ทำให้น.พ.เหวง ต้องเปลี่ยนไปเป็นคำว่าล่วงล้ำกันบ้างก็ไม่เป็นไร และรับปากว่าหากผู้สื่อข่าวจะแจ้งความเอาไว้เป็นหลักฐานว่ามีการถ่ายรูปผู้สื่อข่าวจริงก็พร้อมจะเป็นพยานให้
จากนั้นตัวแทนคณะผู้สื่อข่าวรัฐสภา ได้เข้าไปแจ้งกับนายนิสิต ถึงพฤติกรรมการข่มขู่ผู้เสื่อข่าว ด้วยวาจาและการถ่ายภาพดังกล่าว และขอให้นายนิสิตรับรองว่า ถ้าจะมีการแจ้งความนายนิสิตต้องเป็นพยานว่าเป็นคนที่พาคนเหล่านี้มาจริง ซึ่งนายนิสิต รับปากว่าพร้อมไปให้การกับตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวทั้งหมดได้หารือร่วมกันและมีมติร่วมกันว่าจะดำเนินการแจ้งความไว้ที่ส.น.ดุสิต ไว้เป็นหลักฐานว่ามีเจตนาจะคุกคามสื่อ. http://www.posttoday.com/breakingnews.php?sec=breaking&id=240279
 ซ้ายมาขวา สุชาติ จรัล เหวง ชินวัฒน์ ************************
เมื่อวานนั่งดูข่าว/อ่านข่าว เสพข่าวหลากหลาย
ติดตามการถ่ายทอดสด ผ่าน ASTV ตลอดเวลา แอบหลับบ้างบางครั้ง
ติดใจอยู่หลายข่าว ท่านที่ยังไม่ได้เข้าไปดูบล็อคทีวีของคุณ"สุทธิชัย หยุ่น" ควรเข้าไปดู และควรนำไปเผยแพร่ต่อ
Blog Talk...เหตุเกิดที่ราชดำเนิน...ความเถื่อนถ่อยไม่ใช่ประชาธิปไตย
http://www.oknation.net/blog/black/2008/05/26/entry-2
ผมก็นำไปเผยแพร่ต่ออยู่หลายเว็บ รวมทั้งส่งอีเมล์ให้เพื่อนๆมาดูกัน
********************
แล้วก็มาสะดุดอีกข่าวคือเรื่อง การแถลงข่าวของกลุ่ม นปก. ซึ่งมีทั้งหมอเหวง คุณจรัล ฯลฯ
สำนักข่าวหลายสำนักก็ลงข่าวกันหลากหลาย แต่ผมชอบที่จะอ้างอิงของโพสต์ทูเดย์...
ส่วนข่าวทีวี ก็มีให้ชมกันหลายช่อง...รับไม่ได้กับท่าทีของ นปช. หรือ นปก.เก่า ชุดที่ไปทำลายสโมสรกองทัพบกหน้าบ้านพักป๋าเปรมฯ ถ้าไม่พร้อมจะตอบคำถามนักข่าว อย่าดันไปจัดงานแถลงข่าวนะครับ
สำหรับสุชาติ นาคบางไทร ผมไม่ค่อยผิดคาดซักเท่าไหร่ เพราะติดตามกันมาตั้งแต่เค้าทำเว็บใต้ดินชื่อ dcode สมัยปฎิวัติ 19 ก.ย. 49 ใหม่ ๆ
ที่ไม่ผิดคาดในวิถีปฏิบัติของคนกลุ่มนี้กับสื่อกระแสหลัก เหมือน "กลุ่มกระทิงแดง" กับ "นักข่าว" สมัย 6 ตุลา 2519 ก็แบบนี้แหละครับ
คุกคามกันบ่อย ๆ เพราะความไม่ชอบขี้หน้ากัน
ไม่แตกต่างกันหรอก...น้องๆ นักข่าวอย่าตกใจ เรื่องคุกคามแบบนี้มีมานานแล้ว
เป็นนักข่าวก้เสี่ยงเป็นเสี่ยงเจ็บ เสี่ยงตาย...เรื่องปกติ
การไปแจ้งความไว้ก็ชอบแล้วครับ...เป็นการต่อสู้ของประชาชนคนธรรมดานี่แหละ
เพราะการถูกถ่ายรูปโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะการถ่ายรูปคนที่ถามคำถามที่ไม่พอใจของคนตอบ
มันหมายถึงการคุกคามเพราะคุณสุชาติเองก็สารภาพว่า "จะถ่ายไปศึกษา"
นักข่าวนั้น จริงๆ ก็ไม่มีอะไรที่"น่าศึกษา" มากมาย
เพราะไปสัมภาษณ์ เขียนข่าวส่งโรงพิมพ์ หน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
หมดหน้าที่ ก็ไปทำข่าวอื่น...ไม่ได้มีเรื่องโกรธแค้นชิงชังอะไร ที่เค้าถามมากเพราะอยากได้ข่าวมาก อยากได้ "ความจริง"
ก็เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าคนข่าวคือคนที่จะลงไปทำหน้าที่เป็น "ข่าว" เสียเอง ( เหมือนกรณีคุณสินธิ ลิ้มทองกุล )
การถ่ายรูปนักข่าวไปเพื่อศึกษา นั่นย่อมหมายความว่า นักข่าวคนนั้นถูก "หมายหัว"
นักข่าวย่อมรู้สึกถูกคุกคาม...หากไปทำหน้าที่รายงานข่าวในทุกกลุ่ม จะถูกทำร้ายหรือไม่
การถ่ายรูปนักข่าว หากเป็นเจตนาดีของคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
เพราะรู้ว่าจะไม่นำไปสู่เหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์
"การทำร้ายนักข่าว" เคยปรากฎมาตลอดเวลาอันยาวนานของคนในวิชาชีพนี้
แต่นักข่าวก็ไม่เคยครั่นคร้ามที่จะตกอยู่ในสภาพ "ถูกหมายหัว"
สำหรับพฤติกรรมของนายสุชาติ นาคบางไทร ผมไม่ผิดคาด แค่อยากถามนายสุชาติว่า เมื่อไม่อยากมาแถลงข่าวแล้วดันมานั่งทำเบื้ออะไรในโต๊ะแถลงข่าวนั้น
แต่ที่ผิดคาดกลับเป็น นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีท่าทีและคำถามที่ "รับไม่ได้" อยู่หลายตอน
ไม่น่าเชื่อว่า พอหมดหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว จะถอดหัวโขน หรือ ถอดหนังราชสีห์ออกจากร่างกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่ทราบ
"ล่อนจ้อน" จนไม่อยากเชื่อว่า
นี่หรือคืออดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
หากมีความเข้าใจเพียงแค่นี้พฤติกรรมในอดีตก่อนหน้านั้น มันก็แค่พฤติกรรมอำพราง
ไม่ใช่นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใดเลย
"ถ่ายรูปพวกคุณผิดกฎหมายข้อไหน..." เอ้อ...
แค่สิทธิมนุษยชนง่ายๆ ของนักข่าวแค่นี้ยังไม่เข้าใจ แค่การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนแค่นี้ นักสิทธิมนุษยชนกลับไม่เข้าใจ
แล้วจะไปพิจารณาสิทธมนุษยชนคนอื่นๆ ได้ยังไง...คุณจรัล...
ส่วน "หมอเหวง" ผมไม่วิจารณ์ดีกว่าครับ....สงสารแก อิ อิ
บทบาทที่เคยแสดงในอดีต ผู้คนเค้าสิ้นศรัทธาไปหมดแล้ว
แคน ไทเมือง
|