พิมพ์หน้านี้
|
ควันหลงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงนำมาแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างในสังคมได้บ้าง หากจะมองเรื่องราวอย่างมีสติ การที่พลพรรค ปชป. อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ 7 รัฐมนตรี ผลของการอภิปราย น่าจะเขย่าคุณธรรม ความรักชาติ ฯลฯของประชาชน ได้บ้าง แม้ไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะการอภิปรายในสภา หาก สส.ฝ่ายรัฐบาลไม่มีคุณธรรม จริยธรรม เหมือนเมื่อคราวพรรคพลังธรรม ถอนตัวไม่ออกเสียงให้พรรค ปชป. หลายปีมาแล้ว แล้วนายชวน เห็นว่าเสียงในสภาไม่พอ เลยประกาศยุบสภาให้ประชาชนตัดสิน แต่เมื่อคุณธรรม จริยธรรม มันไม่สามารถงัดมาใช้ได้โดยเฉพาะ สส. ในพรรคร่วมรัฐบาลในสมัยนี้ ก็อย่าไปหวังว่า จะมีการแยกขั้ว สลายข้าง แม้จะอภิปรายให้เห็นความบกพร่อง ผิดพลาดชัดเจนเพียงใดก็ตาม พวกมาลากไปยังไงก็พากันลงเหวได้ทั้งนั้น....รวมไปถึงเรื่องการสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนในอนาคต จะว่าไป หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นหลังการอภิปรายงบประมาณ ผมก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเหมือนเมื่อเช้าหรือไม่ เพราะการผ่านงบประมาณ มันคือสายสะดือเดียวกับผลประโยชน์ของนักการเมืองนั่นแหละ ความเก๋าเกมการเมือง เอามาใช้เพื่อประโยชน์ของรัฐบาล หากไม่โดนไล่ต้อนจากท้องถนน คงไม่ยอมวิ่งหนีมาซุกอกสภาผู้แทนหรอกน่า..."ป๋าหมาก"...ว่ามั๊ยล่ะ สำหรับกรณี "วุฒิภาวะ" ที่ สส.พรรค ปชป.อภิปรายนายก หากคนอภิปรายไม่ใช่หมอ นายกสมัครคงตอบโต้ได้ยาก จะว่าไปเรื่อง "วุฒิภาวะ" ไม่ต้อง ให้หมอพูดหรอก เอาความเป็นสมาชิกสภาธรรมดาๆ ก็พูดได้ แต่พอดีว่าคนที่เป็นหมอเป็นคนพูด สมัครเลยได้โอกาสสวนกลับมา โดยเล่นเรื่องอาชีพ แต่ไม่ตอบในเนื้อหา ใช้วิธิดิสเครดิต แถออกนอกเหตุผลเอาง่ายๆ จะว่าไปผมไม่เห็นด้วยหากนายกเปรียบตัวเองเป็นนักแสดง จะมาบอกว่าตัวเองแค่แสดงอาการ...เหมือนดาราหนัง ดาราทีวี...โธ่...นายกไทย...หาคำตอบได้แค่นี้เองเหรอ งานของชาติบ้านเมืองต้องการ "ตัวจริง" ไม่ใช่นักแสดง หรือ นักเล่นการเมือง ประชาชนอีกหลายภาคส่วนเค้าจะคอบจับ"สัญญาณ" จากคนเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว อย่างกรณีออกมาบอกว่าจะมีแบ๊งค์กำลังจะเจ๊ง เป็นไงล่ะ นั่นก็คือการแสดงจริงๆ หรือ หรือ "โยนก้อนหินถามทาง"อย่างที่บอก ก็เพราะนายสมัครและบรรดา สส.ทั้งหลาย "เล่นการเมือง" นี่แหละ ถึงได้หลอกลวงประชาชนได้มาเป็น สส. เหมือนพวก สส.น้ำเน่าทั้งหลาย ประชาชนเลยหมดความเชื่อถือ แค่ทำอะไรที่มันไม่สมกับวัย เราก็เรียกว่า "ไร้วุฒิภาวะ" พูดง่ายๆ คือ ทำตัวไม่สมกับที่เป็นผู้ใหญ่นั่นแหละ ถ้าเป็น "เฒ่าทารก" แบบผม คงไม่เป็นไรเพราะผมไม่มีอำนาจไปทำอะไรที่มันเสื่อมเสียต่อบ้านเมือง แต่สิ่งที่ตอกย้ำภาพพจน์ของ นายสมัคร สุนทรเวช จากการฟังอภิปรายครั้งนี้ก็คือความไม่เปลี่ยนแปลงของนายสมัครหลายประเด็น เช่น 1. ไอ้ซ่าจอมเนรคุณ 2. โกหกจนเป็นนิสัย เหมือน "สันดานรัฐมนตรี" สมัย 30 ปีที่แล้ว 3. เป็นนายกหลงยุคที่ใช้คารมน้ำเน่า มาตอบในยุคข้อมูลข่าวสาร 4. ฉายาใหม่สำหรับคนไร้วุฒิภาวะ เค้าเรียกว่า....."เฒ่าทารก" ส่วนคะแนนเสียงอย่าไปหวังว่าจะสามารถอภิปรายไล่รัฐบาลเฮงซวยลงไปได้.. ..แต่อย่างน้อยคนที่ติดตามฟังในฐานะประชาชนผู้จะได้รับผลกระทบจากการบริหารงานของรัฐบาล ก็คงพอจะได้รับรู้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน และที่สำคัญ ยังต้องมาแก้ไขเรื่องเขาพระวิหาร ด้วยตัวของประชาชนเอง ไร้ความรู้ความสามารถยังแค่นจะมาเป็นรัฐบาล มองไปข้างหน้าก็ได้แต่ว้าเหว่ ต้องรวมตัวประชาชนให้เป็นกลุ่มก้อน สะท้อนการทำงานของรัฐบาล ร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ พวกสส.จอมประท้วง ก็รู้สึกกระเหี้ยนระหือรือที่จะประท้วงเก็บคะแนน ชนิดที่ สส.สากกะเบือประท้วงแม้แต่การล้วงกระเป๋า สมเป็นสภาของทารกเสียจริงๆ แคน ไทเมือง *************** ลูกแถมก่อนจาก... ผลจะสะเทือนถึง มติครม. หรือไม่ ผมคิดแล้วสยองแทน ครม. จริงๆ ครับ
( การ์ตูนชัย ราชวัตรออกปากขอยืมมาแล้ว อิ อิ ) |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||