• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : can_lek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 717
  • จำนวนผู้ชม : 285802
  • จำนวนผู้โหวต : 408
  • ส่ง msg :
สายใยไทยทั้งเมือง
วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน 2551
โพลพลังเงียบลุกขึ้นมาเทใจให้ฝ่ายค้าน...หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 749 , 02:28:48 น.  
พิมพ์หน้านี้


วานนี้ (29 มิ.ย.) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,386 คน เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วงที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ร้อยละ 32.65 ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเมืองไทยปัจจุบัน ร้อยละ 24.49 เห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองและปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันยังมีอยู่มากและร้อยละ 20.41 รับรู้ข้อมูลเรื่องเขาพระวิหาร

ส่วนสิ่งที่ประทับใจจากการอภิปราย ปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.97 ระบุว่า เป็นเรื่องการเตรียมข้อมูลที่ใช้ในการอภิปรายของฝ่ายค้าน ร้อยละ 16.99 เป็นบรรยากาศในการอภิปรายเป็นไปด้วยดี และร้อยละ 13.19 เป็นการใช้เวลาในการอภิปราย

สำหรับสิ่งที่ผิดหวังจากการอภิปรายไม่ไว้วางในครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 29.31 เห็นว่า เป็นเรื่องของการอภิปรายไม่ตรงประเด็น ร้อยละ 22.41 ประท้วงโดยไม่มีเหตุผล และร้อยละ 20.69 เป็นการลงมติที่ต้องเป็นมติพรรค ที่ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนใน 18 จังหวัด จำนวน 5,453 คน เกี่ยวกับฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ผลปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 52.0 ยังสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 48.5 ในการสำรวจช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 40.6 ระบุว่า ไม่สนับสนุน ส่วนร้อยละ 7.4 ขออยู่ตรงกลาง (พลังเงียบ)

ทั้งนี้ จากผลสำรวจพบว่า เมื่อพิจารณาสัดส่วนของพลังเงียบพบว่า มีแนวโน้มลดลงเรื่อยมานับตั้งแต่การสำรวจในช่วงต้นเดือน มี.ค. 2551 ที่มีกลุ่มพลังเงียบอยู่ร้อยละ 22.4 ส่วนต้นเดือน มิ.ย. 2551 มีอยู่ร้อยละ 19.1 และลดลงมาอยู่ที่ 7.4% จากการสำรวจในครั้งล่าสุด

 เมื่อพิจารณาผลสำรวจจำแนกตามภูมิภาคพบว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้การสนับ สนุนนายสมัครมากกว่าภาคอื่นๆ  โดยมีผู้ที่ให้การสนับสนุนคิดเป็นร้อยละ 72.0 ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ให้การสนับสนุนนายสมัครต่ำกว่าพื้นที่อื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 26.1 ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น ร้อยละ 50.4 ระบุยังสนับสนุนนายสมัคร

คนที่มีรายได้น้อยหรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 59.9 สนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช แต่ในกลุ่มคนที่มีรายได้มากกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 48.2 สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน สอดคล้องกับฐานสนับสนุนนายกรัฐมนตรี เมื่อพบว่าฐานสนับสนุนรัฐบาลโดยภาพรวมทั่วประเทศจากการสำรวจในครั้งนี้มีอยู่ร้อยละ  55.2 ไม่สนับสนุน ร้อยละ 37.4 และกลุ่มพลังเงียบ ร้อยละ 7.4  ทั้งนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเป็นพื้นที่ที่ประชาชนให้การสนับสนุนรัฐบาลในสัดส่วนที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ

นอกจากนี้ เอแบคโพลล์ ยังได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มคนคอการเมือง ที่ติดตามข่าวการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมา เฉพาะคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 1,112 ตัวอย่าง พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่ง คือ ร้อยละ 53.8 ร้อยละ 53.5 และร้อยละ 55.6 ให้ ส.ส. ฝ่ายค้านสอบผ่านในทุกเรื่องที่สำรวจ ได้แก่ ความชัดเจนของข้อมูลหลักฐาน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวมทั้งการควบคุมอารมณ์และการใช้เหตุผล เช่นเดียวกับตัวอย่างคนคอการเมืองที่ให้รัฐบาลสอบผ่านและมีสัดส่วนพอๆ กันกับคนที่ให้รัฐบาลสอบไม่ผ่านในทุกเรื่อง
 

*******************************

ลีลาสมัคร ก็คือลีลานักการเมืองรุ่นเก่า เก๋าเกมส์ยิ่งแสดงบท "พ่อเล้า" คอยกางปีกปกป้อง "ลูกเล้า" เลยได้ใจชาวบ้านไปง่ายๆ

แม้แทบจะเรียกได้ว่า "สีข้างแดงเถือก" ก็เถอะ

ลีลาเลื้อยเก๋าเกม แม้คอการเมืองจะไม่เห็นด้วย แต่ชาวบ้านฟังแล้วเคลิ้มได้ง่าย ๆ ผมจึงไม่ค่อยแปลกใจที่ชาวอีสานชื่นชอบ  ลีลาพูดจากวน ๆ ตอกกลับแรงๆ เหมือนบทผู้ร้ายในหนังไทยรุ่นเก่า

คนที่เดือดร้อนหนักเรื่องเศรษฐกิจ เป็นกลุ่มใช้น้ำมัน คนค้าคนขาย คนระดับกลาง ทุนหายกำไรหด ย่อมเห็นด้วยกับฝ่ายค้าน เพราะเดือดร้อนจริงจัง

คนที่ไม่ได้ใช้น้ำมัน ซื้อสินค้าน้อยกว่าอยู่แล้ว ของแพงก็ไม่มีปากมีเสียง คิดแค่ว่า "ใครมาก็โกง"

ยิ่งชาวนาได้ขายข้าวราคาดีก็ย่อมไม่มีปากเสียง ทั้งๆที่รัฐบาลทำโอกาสกลายเป็นวิกฤติ

อย่างมากก็บ่นๆ ไปงั้นเอง เพราะรายรับยังดีอยู่


ที่สำคัญ ประเด็นที่ฝ่ายค้านนำเสนอคือเรื่อง "เขาพระวิหาร" ซึ่งค่อนข้างลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ต้องทำความเข้าใจอย่างมาก

แม้พวกเราเองก็รู้พอๆ กับชาวบ้าน กว่าจะเข้าใจได้ครึ่งๆ กลางๆ ก็ต้องติดตามอ่านเรื่องราวนานนับสัปดาห์

แค่รัฐบาลพูดง่ายๆว่า ก็ เขาพระวิหารมันของเขมร ชาวบ้านก็พยักหน้าตามแล้ว เพราะฝ่ายค้านชี้ได้ไม่ชัดว่า

...แล้วจะทำยังไงต่อไป...

ส่วนอีกประเด็นคือ เรื่องการทำงานใช้หนี้ผู้มีพระคุณ คนมีความรู้เห็นด้วย แต่ชาวบ้านเค้าบอกว่า ไม่เห็นผิดตรงไหน

ประโยคเด็ดที่บอกว่า "หากนายกรัฐมนตรีเนรคุณทักษิณซักครึ่งหนึ่ง ที่เนรคุณ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ" ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะเจอขบวนการประท้วงในสภา

อภิปรายชี้แจงประเด็นนี้ต่อไม่ได้  แต่ก้อนั่นแหละ สส.รัฐบาล ดันประท้วงว่า ฝ่ายค้านสนับสนุนการเนรคุณ....เหอ เหอ ตูสิบ้า...

แม้สุเทพ เทือกสุบรรณจะเปิดแผลที่ดินของ "ไอ้ตุ๊" เด็กหน้าห้องของเฉลิม ไปฮุบที่ดินบนเกาะ แต่ความด้านของเฉลิมก็รับหน้าชื่นตาบาน

ถ้าไม่หลงลีลาของเป็ดเหลิม หลักฐานเรื่องโฉนดที่ดินเหมืองเก่า กับ ที่เกาะของไอ้ตุ๊

 "เป็ดเหลิม" หนีไม่ออกหรอกครับ มันส่อเจตนาจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหน

แต่คนไทยจำนวนหนึ่ง ทนได้กับความเลวร้ายของนักการเมือง...เลยไม่รู้จะว่ายังไง

จะว่าไปกรณีการทุจริตที่ดิน ก็เลวร้ายพอๆกับ ที่ดินยายเนื่อม เมื่อครั้งก่อนๆ นั่นแหละครับ

แต่หาได้ระคายเคืองต่อมจริยธรรมทีนักการเมืองควรมีไม่

ชวบ้านที่หลงในลีลาเลยไม่เห็นแปลก...

อาจจะคิดว่า เลวน้อยกว่าที่คิดกระมัง...!!!

หรือว่าประชาชนแยกฝ่าย แยกขั้วกันชัดเจนจนไม่อาจดึงกลับแล้ว

แต่หากมองฝ่ายค้าน 162 คน ทำงานให้ประชาชนเกือบครึ่งเห็นด้วย

ฝ่ายค้านกำไรนะ...เพราะฝ่ายรัฐบาลมี สส. 310 กว่าๆ (
2/1 ด้วยซ้ำ)

...กลุ่มพลังเงียบ 19.1 %  ลดเหลือ 7.4 % ( 19.1- 7.4 = 11.7 )

แบ่งไปให้ลุงหมัก 3.5 % ( 52.0 - 48.5 ) 

แสดงว่าพลังเงียบ 8.2 % ( 11.7- 3.5 ) ยกไปฝ่ายค้าน

ส่วนกลุ่มฮาร์ดคอร์การเมืองที่ติดตามตลอดกลับให้คะแนนฝ่ายค้านเหนือกว่าฝ่ายรัฐบาลชัดเจน

ก็เป็นอันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้...ฝ่ายค้านมีกำไรเห็น ๆ

แต่จะเป็นมรรคเป็นผลมากน้อยแค่ไหน คงต้องยกให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล

....เท่านั้น...!!!

แคน ไทเมือง



/1
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30