|
คตส.หมดวาระการทำงานในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยมีพิธีรับส่งมอบงานให้ป.ป.ช. ที่หอประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ บันทึกการรับ-ส่ง 'งานตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ' ระหว่างนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ กับนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน 2551 เวลา 14.00 นาฬิกา
1.งานตรวจสอบ
1.1.เรื่องที่ฟ้องศาลแล้ว
ลักษณะงาน เป็นเรื่องที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว มีทั้งที่ฟ้องโดยอัยการ และฟ้องโดยคณะทนายความของ คตส. มีทั้งที่รับฟ้องแล้ว หรือยังมิได้รับฟ้อง เนื้องานที่เหลือคือ การดำเนินคดีให้แล้วเสร็จ เริ่มจากให้ ป.ป.ช. แต่งตั้งทนายอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น ก็เป็นการตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการคดี เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีไปตลอด รายละเอียดมีทั้งสิ้น 5 เรื่อง คือ
1.1.1 คดีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีจากการซื้อขายหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในส่วนของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) คดีนี้ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีให้ คตส. 1.1.2 คดีกรณีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา ซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษกของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน คดีนี้ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีให้ คตส. 1.1.3 คดีกรณีโครงการออกสลากพิเศษ แบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว คดีนี้ คตส.เป็นโจทก์ ยื่นเรื่องฟ้องศาลเอง 1.1.4 คดีกรณีโครงการจัดซื้อกล้ายางพารา 90 ล้านต้น คดีนี้ คตส.เป็นโจทก์ ยื่นเรื่องฟ้องศาลเอง 1.1.5 คดีกรณีให้รัฐบาลสหภาพพม่า กู้เงินธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อซื้อสินค้าบริษัท ชินแซทเทิลไลท์ จำกัด (มหาชน) คดีนี้ คตส. เป็นโจทก์ ยื่นเรื่องฟ้องศาลเอง
1.2 เรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ
ลักษณะงาน เป็นกรณีที่การไต่สวนแล้วเสร็จ เสนอให้ คตส. พิจารณามีมติลุล่วง ให้กล่าวหา ผู้หนึ่งผู้ใดและส่งสำนวนหลักฐานทั้งปวงให้พนักงานอัยการพิจารณาว่าจะรับฟ้องให้หรือไม่ มีทั้งคดีที่กล่าวหาพนักงานเจ้าหน้าที่โดยลำพัง และคดีที่กล่าวหานักการเมืองด้วย เนื้องานภายหน้าจะต้องรอความเห็นของพนักงานอัยการก่อน หากอัยการเห็นว่าสำนวนไม่สมบูรณ์ ป.ป.ช. ก็ต้องส่งผู้เหมาะสมเข้าเป็นคณะทำงานร่วมกับอัยการต่อไป หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ ป.ป.ช. ก็ต้องแต่งตั้งทนายความฟ้องเองต่อไป รายละเอียดมีทั้งสิ้น 7 เรื่อง คือ
1.2.1 คดีกรณีกล่าวหาเจ้าพนักงานสรรพากร ให้ข้อหารือภาษีขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ 1.2.2 คดีกรณีจัดซื้อจัดจ้างปรับเปลี่ยนสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ผู้โดยสารและเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด (ซีทีเอ็กซ์ 9000) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1.2.3 คดีกรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร 1.2.4 คดีกรณีจัดจ้างวางท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยทุจริต 1.2.5 คดีกรณีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำความผิดเนื่องจากคงถือไว้ หุ้นธุรกิจสัมปทานและใช้อำนาจหน้าที่แปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 1.2.6 คดีกรณีกล่าวหาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับพวก เรียกรับสินบนโครงการบ้านเอื้ออาทร 1.2.7 คดีกรณีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทรัพย์สินจากธุรกิจบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมิสมควร สืบเนื่องจากการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ
1.3 เรื่องที่ไต่สวนเสร็จแล้ว และรอสั่งสำนวน
ลักษณะงาน เป็นกรณีที่กระบวนการไต่สวนได้ดำเนินการไปจนเสร็จสิ้น อนุกรรมการได้ประชุมสรุปเป็นมติ และเห็นชอบในรายงานร่วมกันแล้ว ว่าคดีมีมูลหรือไม่ ควรฟ้องร้องผู้ใดบ้าง แต่ปรากฏว่า เวลาที่เหลือไม่เพียงพอ ที่ คตส.จะพิจารณาและสรุปสั่งสำนวนเป็นมติของตนได้ จึงต้องส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป เป็นเรื่องที่ต้องตั้งอนุกรรมการใหม่เช่นกัน แต่พัฒนาของการไต่สวนจะไกลกว่ากรณีที่ 1.2 คือ มีมติอนุกรรมการไต่สวน ของ คตส. ประกอบเป็นสำนวนไว้แล้ว อนุกรรมการใหม่ของ ป.ป.ช. อาจพิจารณาแล้วสรุปความเห็นของตนในทางใดเลยก็ได้ หรือกล่าวหาเพิ่มเติม ไต่สวนเพิ่มเติมอีกก็ได้เช่นกัน รายละเอียดมีทั้งสิ้น 6 เรื่อง คือ
1.3.1 คดีกรณีกล่าวหาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.และพวก ใช้อำนาจหน้าที่อนุมัติหน่วยก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร และจ่ายเงินล่วงหน้าโดยทุจริต 1.3.2 คดีกรณีกล่าวหาอดีตผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และพวกขายที่ดินและรับซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทร ร่วมเกล้า-บางพลี โดยทุจริต 1.3.3 คดีกรณีการเคหะแห่งชาติ รับซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทร กบินทร์บุรี 2 โดยทุจริต 1.3.4 คดีกรณีการเคหะแห่งชาติรับซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทร อรัญประเทศ โดยทุจริต 1.3.5 คดีกรณีโครงการระบบขนส่งทางรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) 1.3.6 คดีกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง ของกรุงเทพมหานคร (กทม.)
1.4 เรื่องที่เสนอให้ไต่สวนไปให้ลุล่วง
ลักษณะงาน เป็นเรื่องที่ คตส. ได้ให้อนุกรรมการดำเนินการไต่สวนถึงขั้นกล่าวหา และฟังคำชี้แจงแล้ว แต่ยังไม่ลุล่วงถึงขั้นที่จะสรุปเป็นความเห็นและรายงานการไต่สวนเสนอต่อ คตส.ได้ ป.ป.ช. จึงต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนใหม่ เพื่อดำเนินการไต่สวนต่อไปให้แล้วเสร็จ โดยถือตามสำนวนและพยานหลักฐานเดิมทุกประการ รายละเอียด มีทั้งสิ้น 2 เรื่อง คือ
1.4.1 คดีกรณีการจ้างก่อสร้างและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ บริษัทห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและอาหาร จำกัด (เซ็นทรัลแล็บ) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คตส.มีมติแล้วให้กล่าวหาผู้เกี่ยวข้อง ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว อนุกรรมการฯ อยู่ระหว่างสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมประมาณการว่า มีเนื้องานคงเหลือไม่เกิน 3 เดือน 1.4.2 คดีกรณีการซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เชื่อมโยง มาจากกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ)
1.5 เรื่องที่เสนอให้พิจารณาไต่สวน
ลักษณะงาน เป็นข้อมูลที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือไต่สวนกรณีต่างๆ โดยคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และอนุกรรมการฯ มีความเห็นว่ามีมูลเพียงพอ ควรเสนอให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาว่า มีมูลควรกล่าวหาและไต่สวนผู้เกี่ยวข้องต่อไปหรือไม่ รายละเอียด มีทั้งสิ้น 5 เรื่อง คือ
1.5.1 คดีกรณีองค์การโทรศัพท์ (บริษัท ทีโอที จำกัด) แก้ไขสัญญาลดค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน ให้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส โดยมิชอบ ครอบคลุมถึงพฤติการณ์อันต้องสงสัยทั้งของผู้บริหารและคณะกรรมการในขณะนั้น 1.5.2 คดีกรณีองค์การโทรศัพท์ แก้ไขสัญญาสัมปทานให้บริษัทเอไอเอส หักค่าใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิ่ง) จากรายรับได้ก่อนคิดค่าสัมปทาน ครอบคลุมถึงพฤติการณ์อันต้องสงสัยของผู้บริหารและคณะกรรมการในขณะนั้น 1.5.3 คดีกรณี การเคหะแห่งชาติ อนุมัติหน่วยก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยมิชอบ ครอบคลุมถึงพฤติการณ์อันต้องสงสัยทั้งของผู้บริหารและคณะกรรมการในขณะนั้น 1.5.4 คดีกรณีการเคหะแห่งชาติ อนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรรังสิต คลอง 9 โดยมิชอบ 1.5.5 คดีกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ครบถ้วน
2.งานบริหาร
2.1 งานประชุม และสารบรรณ
เป็นการรวบรวมรายงานการประชุม คตส.ทุกครั้งพร้อมเอกสารประกอบการประชุม, รวมคำสั่งที่ออกตามมติต่างๆ ตลอดจนหนังสือติดต่อราชการของ คตส. รวมทั้งคำคู่ความและเอกสารในคดีที่ คตส. ถูกกล่าวหาหรือฟ้องร้องด้วย
2.2 งานการเงินและพัสดุ
เป็นการรวบรวม เงินงบประมาณเหลือจ่าย และพัสดุครุภัณฑ์ แล้วส่งมอบให้แก่สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. ตามกฎหมายต่อไป ( ขอบคุณมติชน ตอนนี้กำลังสรุปผลงาน ปัญหา ให้ประชาชนได้รับชมผ่าน ไทยพีบีเอส ) โดยสรุป: งานที่ คตส.จะส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. แบ่งเป็น
1.คดีที่มีการฟ้องศาลแล้ว 5 เรื่อง 2.คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ 7 เรื่อง
3.คดีที่ไต่สวนเสร็จแล้ว และรอสั่งสำนวน 6 เรื่อง 4.เรื่องที่เสนอให้ไต่สวนไปให้ลุล่วง 2 เรื่อง 5.คดีที่เสนอให้พิจารณาไต่สวน 5 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 25 เรื่อง
ศาลรัฐธรรมนูญให้การต่ออายุคตส. 6 เดือนว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว เป็นอันว่า แม้แก้รัฐธรรมนูญอย่างไร คตส. ก็มีสภาพถูกต้องตามกฎหมายไปแล้ว คุณกล้าณรงค์ บอกว่า คตส. แต่ละท่านยังมีภารกิจยังไม่จบ ยังต้องดูแลคดี รวมกับ ปปช. อยู่ต่อไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ปปช. จะรับงานไปดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ อาจจะตั้งคณะอนุกรรมใต่สวนจาก คตส. ไปร่วมงานกับ ปปช. ต่อไป เย็นใจได้ครับว่า ทุกคดีจะต้องถูกนำขึ้นสู่ศาล ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน วาทะ ปปช. ( กล้าณรงค์ ) "ถ้าใครผิด...ไม่ว่าคุณจะใหญ่แค่ไหน คุณต้องถูกดำเนินคดี"
|