• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : can_lek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 631
  • จำนวนผู้ชม : 196576
  • จำนวนผู้โหวต : 341
  • ส่ง msg :
สายใยไทยทั้งเมือง
วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม 2551
ยูเนสโกกับกรณีปราสาทพระวิหาร : วสุ โปษยะนันทน์
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 518 , 02:05:37 น.  
พิมพ์หน้านี้


 
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11066


ยูเนสโกกับกรณีปราสาทพระวิหาร


โดย วสุ โปษยะนันทน์ สถาปนิก กลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ผู้ช่วยเลขานุการอิโคโมสไทย

ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในส่วนของนักวิชาการที่ได้รับเชิญจากกัมพูชาให้ไปสำรวจพื้นที่ปราสาทพระวิหาร เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการ "พื้นที่กันชน" ของปราสาทพระวิหารในประเทศไทย

ได้มีโอกาสศึกษารายงานและแนวคิดของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลายชาติที่ยูเนสโกแนะนำมาให้ความช่วยเหลือกัมพูชา ในการทำแผนบริหารจัดการอันเป็นผลจากมติที่ประชุมมรดกโลกสมัยที่แล้วที่นิวซีแลนด์

ได้เห็นท่าทีของเจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกัมพูชา ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเนสโกปารีสจากโอกาสที่ได้ร่วมคณะกับอธิบดีวีรชัย ผลาศรัย ที่โดน รมต.แขวน ไปเจรจาชี้แจงเหตุผลขอร่วมขึ้นทะเบียนร่วมในครั้งแรก

ผู้เขียนได้ทำงานร่วมกับข้าราชการประจำของกระทรวงการต่างประเทศทั้งกรมสนธิสัญญาและกรมเอเชียตะวันออก ได้เห็นความตั้งใจทำงานของข้าราชการทุกฝ่ายรวมถึงกรมแผนที่ทหาร และยังมีที่ปรึกษาทางกฎหมายจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุดที่มาช่วยตรวจสอบให้ความคิดเห็นในทุกร่างข้อตกลงที่เรายื่นข้อเสนอไปยังฝ่ายกัมพูชา ในเรื่องข้อตกลงต่างๆ บอกได้ว่าไม่มีหมกเม็ด

แต่เรื่องทั้งหมดถูกกำหนดให้เป็นเรื่องลับสุดยอด จนทำให้เราต้องจินตนาการกันไปต่างๆ นานา ด้วยความไม่น่าไว้วางใจของ รมต. ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้เห็นแผนที่ใหม่ที่กัมพูชาจะนำไปเปลี่ยนสำหรับการขอขึ้นเป็นมรดกโลกด้วย

เรื่องของเรื่องก็คือ ที่ผ่านมาท่าทีของกัมพูชาแข็งกร้าวต่อข้อเสนอของเรามาตลอด

ไม่เคยยอมรับว่ามีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ถือว่าจะต้องใช้แผนที่ของกัมพูชาที่ทำโดยฝรั่งเศสและใช้แนบท้ายคำฟ้องต่อศาลโลกเท่านั้น

และในทางปฏิบัติก็ได้ขนผู้คนมาบุกเบิกตั้งบ้านเรือน วัด ตลาด ทั้งบนเขาในพื้นที่ทับซ้อน และที่หมู่บ้านโกมุย ที่อยู่ในที่ราบเบื้องล่าง 8-10 ปีแล้ว

ไม่ยอมรับว่าปราสาทพระวิหารมีส่วนต่อเนื่องที่มีความสำคัญในประเทศไทยสมควรจะได้ผนวกเป็นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

โดยเชื่อตามข้อมูลของนักวิชาการนานาชาติที่นำโดยฝรั่งเศส ระบุว่า การวางผังของปราสาทบนยอดเขานั้นเกี่ยวเนื่องกับโบราณสถานใกล้เคียงที่อยู่เบื้องล่างในเขตกัมพูชาเป็น Buddhist Geometry เป้ยตาดีหน้าผาปลายสุดที่เป็นจุดชมวิวในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ไม่มีช่องเปิดออกมาจากปราสาทประธานแต่อย่างใดก็วิเคราะห์ว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของฤๅษี ไว้มองดูภูมิจักรวาลเบื้องล่าง ทางขึ้นเขาที่มีมาแต่เดิมได้แก่ทางช่องบันไดหักทางทิศตะวันออก ด้วยยึดมั่นว่า ทางเข้าปราสาทต้องเป็นทิศตะวันออกเท่านั้น

และระบุว่า ทางขึ้นทางบันไดใหญ่และสะพานนาคทางทิศเหนือเป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยหลังสุด แม้แต่สระตราว ที่เป็นการสร้างทำนบหินกั้นทางน้ำบนลานหินจนกลายเป็นสระน้ำก็กลับเขียนในรายงานว่าเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญของ ICOMOS ที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินข้อมูลของกัมพูชา ก็ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อย ผ่านการประเมินเบื้องต้นทั้งหมดแล้วเขาจึงไม่ยอมถอย

ความจริงพอได้ไปสำรวจปราสาทที่อยู่ด้านล่าง ก็รู้ว่าเป็นอโรคยศาล ไม่ได้ร่วมสมัยการวางผังกับปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด หัวนาคของสะพานนาคก็เป็นนาคหัวโล้นตามรูปแบบศิลปะบาปร่วมสมัยกับปราสาทประธานอย่างแน่นอน ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างในยุคหลัง แต่ควรจะเป็นทางเข้าหลักตามแนวแกนเหนือ-ใต้ ที่เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ และหันไปสู่ชุมชนโบราณที่อยู่บริเวณเชิงเขาในฝั่งไทยในปัจจุบันทั้งหมด

.......นี่คือการบิดเบือนข้อมูลทางวิชาการที่เลวร้ายอันเป็นเหตุให้ผู้เขียนประกาศแยกตัวจากคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในที่ประชุม ที่เสียมเรียบ โดยท่านอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาได้ประกาศย้ำอีกครั้งต่อรองนายก สก อาน ที่พนมเปญ

ยูเนสโก ที่ควรจะดำรงตนในฐานะกรรมการที่เป็นกลางในกรณีที่มีความขัดแย้งกันของสองประเทศ กลับทำตัวเป็นแม่พระผู้ใจบุญทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ประเทศยากจนเล็กๆ ที่ผ่านภัยสงครามมา ได้มีมรดกโลกใหม่ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้เข้าสู่ประเทศมากขึ้น

ตอนแรก ICOMOS ก็ได้ติดต่ออิโคโมสไทยมาให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมินข้อมูลที่กัมพูชาเสนอ เราได้เสนอชื่อ อ.พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ แต่ในที่สุดก็ได้ขาดการติดต่อจากเรา และกลายเป็นอินเดียที่เป็นผู้ประเมินให้ผ่านนำส่งต่อเข้าวาระการประชุมตามที่เราได้ทราบกันแล้ว

การเปลี่ยนผู้ประเมินโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ให้คิดได้ว่า มีกลไกอะไรจากองค์กรระหว่างประเทศนี้อยู่เบื้องหลัง

เราเคยให้เหตุผลขอให้เปลี่ยนแปลงเป็น การขอขึ้นเป็นมรดกโลกร่วมกัน ระหว่างไทยและกัมพูชาแล้วโดยผนวกแหล่งต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องในฝั่งไทยเข้าไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกลับบอกว่า ไทยต้องจัดทำรายงานวิชาการ แผนบริหารจัดการเพิ่มเติมอย่างดีก่อน

และ การจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ใน Nomination File ที่ได้รับการประเมินเรียบร้อยแล้วไม่สามารถทำได้ นอกจากจะถอนเรื่องออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาต่อคิวเข้าสู่วาระใหม่ ต้องใช้เวลา แน่นอนว่ากัมพูชาไม่มีวันยอม จึงว่าถ้าไทยต้องการก็ให้ยื่นเองทีหลังจากส่วนของเขมรได้เป็นมรดกแล้ว ถ้าคิดว่าส่วนที่ว่ามีคุณค่าพอ

กระทรวงการต่างประเทศ ก็ปลงในเรื่องขึ้นทะเบียนร่วม กลับมาหามาตรการในการรักษาอำนาจอธิปไตย สิทธิเรื่องเขตแดนเป็นหลัก พยายามยื่นข้อเสนอในการเซ็นข้อตกลงร่วมต่างๆ เจรจาต่อรองมาโดยตลอด กัมพูชาไม่เคยยอมเลย....

ในที่สุดในหลังการเดินทางไปเกาะกงของ รมต.ก็เกิดอาการพลิกล็อคขึ้นเขมรยอมเจรจาอีกครั้ง มียูเนสโกปารีสเป็นเจ้าภาพ เขมรขอถอยเองโดยขอเปลี่ยนการขอเป็นมรดกโลกให้เหลือเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น จากเดิมที่ใช้ชื่อว่า Sacred Site of Preah Vihear Temple เหลือเพียงแค่ Temple of Preah Vihear พร้อมขอเปลี่ยนแผนที่ทั้งหมด ไม่ให้มีผลกับไทยเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเขตแดน ซึ่งได้แก่แผนที่ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ความจริงแล้วเป็นแผนที่ที่ไม่มีการระบุเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ พื้นที่ Core Zone ขีดเส้นออกจากผนังอาคาร 30 เมตร ยกเว้นบันไดทางทิศเหนือขีดตรงสุดเขตบันไดเลย ตรงพื้นที่ทับซ้อนเขียนเป็นหมายเลข 3 หมายถึง Joint Management Zone ตรงกับข้อความในสัญญาร่วมให้ส่งแผนบริหารจัดการร่วมกันต่อยูเนสโกภายใน 2 ปี

กล่าวคือ เขมรยอม อย่างที่ไม่มีวี่แววมาก่อน

รมต.พูดจริงเรื่องแผนที่ที่จะไม่มีผลเรื่องเขตแดน (นอกจากว่าจะล้ำไปถึงการทวงปราสาทคืนก็คงจะไม่สามารถทำได้อีก) รมต.พูดจริงเรื่องที่เขมรขอร้องไม่ให้เปิดเผยข่าวนี้ต่อสื่อมวลชนของเขมร เพราะประชาชนชาวเขมรคงไม่พอใจว่ามายอมไทย ที่เดิมเขาว่าเป็นแผ่นดินของเขา แต่มากลายเป็นที่ที่ต้องมาจัดการร่วมกัน รมต.เชื่อตามคำขอของเขมร ปิดข้อมูล ผลก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่มีใครเชื่อ ก็อยากไม่คิดถึงจิตใจคนไทย

เห็นอิทธิฤทธิ์ของยูเนสโกหรือยัง ตอนแรกตอนเราเสนอขึ้นทะเบียนร่วมก็ว่าทำไม่ได้ ทีตอนนี้ทำมาเป็นตัวกลางเสนอให้เขมรเปลี่ยนแผนที่ ไหนว่าไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลใน Nomination File ที่ประเมินแล้วได้ ความจริงก็มีเจ้าหน้าที่ยูเนสโกท่านหนึ่งที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนมาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทนั้นจะขัดต่อหลักการทางวิชาการ แต่ประธานซึ่งเป็น Assistant Director-General for Culture ของยูเนสโก กลับบอกว่านี่เป็นข้อยกเว้นเนื่องจากเป็น "Political Decision"

หวังว่าทั่วโลกคงจะได้ติดตามข่าวที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ ที่การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง และจะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ที่ลามไปถึงการจะทวงปราสาทคืนจากคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมของศาลโลก

ความไม่เป็นธรรมจากแผนที่ที่ตั้งใจทำให้ผิดโดยกลฉ้อฉล มีทางน้ำปลอมไหลลงฝั่งเขมรนำมาซึ่งเส้นเขตแดนตามแผนที่ที่อ้อมเอาปราสาทพระวิหารไว้ในเขตกัมพูชา

ไม่รู้ว่ายูเนสโกจะตระหนักหรือไม่ว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้

ปล่อยให้กลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังผลงานการเจรจาที่ รมต.ตาหวานอ้างความดีความชอบ ลุ้นอยู่ว่าผลประโยชน์ร่วมส่วนตัวที่ตกลงไว้จะมีอันเป็นไป ไม่ราบรื่นตามคาดจากเหตุการณ์นี้หรือไม่ ห่วงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนที่หวังจะกอบโกยจากของที่ควรจะเป็นของส่วนรวมของประชาชนทั้งเขมรและไทย และที่สุดบนความเกลียดชังของประชาชนที่มีต่อกัน

ที่จะหนีไปอย่างลอยนวลก็คือ ยูเนสโก นักการเมือง และผู้ชักใย

น่าเห็นใจประชาชนของทั้งสองชาติ เราย้ายประเทศหนีแยกจากกันไม่ได้หรอก

แต่ที่น่าสงสารที่สุดคือ ปราสาทพระวิหาร ....ไม่ว่าผลการประชุมที่ควิเบกจะเป็นอย่างไร ได้เป็นมรดกโลก ก็คือซื้อเวลาของความขัดแย้งต่อไปอีก 2 ปีในการจัดการร่วมกัน ไม่มีคำสั่งทักษิณ เขมรคงพูดไม่รู้เรื่อง ประชาชนไทยก็คงยังมีอารมณ์ ไม่ยอมง่ายๆ เช่นกัน ไม่ได้เป็นความขัดแย้งก็คงไม่จบเช่นกัน ปราสาทคงไม่มีวันสงบได้บูรณะซ่อมแซม

พอจะมีทางออกแต่ก็เพียงให้คณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาเพื่อผนวกเข้าเป็นมรดกโลกทั้ง Site ร่วมกัน แบ่งความภาคภูมิใจและผลประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน

Transboundary Property น่าจะเป็นทางออกเดียวเท่านั้น


ที่มา : http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01270651&day=2008-06-27§ionid=0130


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
Canไทเมือง วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

บทความ"ซูม" ไทยรัฐ น่ารับฟัง

.........................................
ครั้งหนึ่งในชีวิต
ไทยรัฐ[1 ก.ค. 51 - 17:52]

แม้ผมจะติดตามอ่านข่าวตรงที่มีการถกเถียงกันเรื่องการลงนามในแถลงการณ์ร่วมกัมพูชา ไทย กรณีรัฐบาลกัมพูชา ขอขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก... ทั้งที่อภิปรายในสภาและนอกสภา มาโดยตลอด

แต่ก็ยังไม่เคยเขียนแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผมออกมาว่าผมรู้สึกอย่างไรบ้าง

เหตุที่ผมยังไม่เขียนเพราะไม่อยากเขียน เนื่องจากเกรงว่าผมจะไม่ สามารถควบคุมอารมณ์ หรือความรู้สึกของตัวเองได้ และจะกลายเป็นการเขียนด้วยความลำเอียงไป

อาจจะเป็นการมองด้านเดียว มองอย่างมีอารมณ์และอย่างมีโทสะ อันจะทำให้ควบคุมสติไม่อยู่

เนื่องเพราะผมเป็นเด็กที่โตเป็นหนุ่มและแตกเนื้อหนุ่มในช่วงที่ประเทศไทย มีเรื่องมีราวกับเขมรพอดิบพอดีเลยครับ

ได้รับฟังการปลุกระดมทุกวันว่าเขาพระวิหารเป็นของเรา เขมรกำลัง ใช้เล่ห์เพทุบายจะมายื้อแย่งเอาไป

ช่วงเวลาดังกล่าวผมอายุแค่ 18-19 ปีเท่านั้น ผมจึงเชื่อ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นขวัญใจของคนไทยทั่วประเทศ

ต่อมาผมเข้าเรียนธรรมศาสตร์ยังไม่ครบปี นิสิตนักศึกษาและนักเรียนทั่วกรุงเทพมหานคร ก็พร้อมใจกันออกเดินขบวนต่อต้านเขมรและสีหนุ

มีการรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง แล้วออกเดินไปตามถนนราชดำเนิน คล้ายๆกับเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2516

จำได้ติดตาว่า ขบวนใหญ่มากและนิสิตนักศึกษาและนักเรียนก็ไปร่วมเดินขบวนเยอะมาก ขนาดหัวแถวถึงหน้าศาลาเฉลิมไทย แล้วหางแถวยังอยู่ที่สนามหลวงโน่นเลย

และก็จำได้ว่า ผมซึ่งเป็นหนุ่มอารมณ์ร้อนมากๆในขณะนั้น ชูกำปั้นด่าทอกัมพูชาโดยเฉพาะเจ้าสีหนุไปตลอดทาง

ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับชีวิต นักศึกษาปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยอย่างผม

มันสมองของผมจึงจารึกเรื่องราวเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างละเอียด และเป็นความทรงจำในแง่ร้ายที่มักจะฝังไว้แนบแน่นมากกว่าความทรงจำในแง่ดี

ต่อมาเมื่อผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ผ่านโลกผ่านชีวิตมากขึ้น มีความ สุขุมคัมภีรภาพและหนักแน่นมากขึ้น

ความรู้สึกของผมที่มีต่อเจ้าสีหนุต่อชาวกัมพูชาก็เริ่มผ่อนคลายลงไป

ในทางหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่มีใครพูดถึงเรื่องเขาพระวิหารให้แสลงใจกันอีก และคนไทยเราก็มักจะมีเรื่องใหม่ๆเข้ามาในชีวิตมากมาย จนทำให้ ความรู้สึกที่มีต่อเรื่องเก่าๆลดน้อยลง

ดังนั้น เมื่อมีการพูดถึงเขาพระวิหารกันอีกครั้ง ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็น การอภิปรายทั้งในหรือนอกสภา ผมจึงต้องข่มความรู้สึกและพยายามเตือนตนเองอยู่ตลอดให้ใจเย็นๆเข้าไว้

แต่ก็อย่างว่าแหละครับ อะไรที่มันผ่านเข้ามาในชีวิตเราในช่วงหนุ่มๆ สาวๆ เรามักจะจำได้ดีและยากที่จะลืม ดังนั้น แม้จะสุขุมลงเป็นอันมากแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ค่อยไว้ใจเขมรเท่าไรนัก

ผมจึงเห็นด้วยที่นักวิชาการเสนอว่า เราควรขอจดทะเบียนร่วมกับกัมพูชาในการที่จะดำเนินการให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผล เช่นเดียวกับที่นักวิชาการอ้างไว้

ขณะเดียวกัน ผมก็เห็นด้วยที่ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองกรณีนี้ชั่วคราว อันเป็นผลให้ ครม.ต้องระงับการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาในเรื่องนี้ไว้ระยะหนึ่ง

แม้ต่อไปศาลปกครองสูงสุด อาจจะยกเลิกคุ้มครองเมื่อรัฐบาล หรือกระทรวงการต่างประเทศ นำเหตุผลที่ชัดเจนไปชี้แจงดังกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับการวินิจฉัยเรื่องอื่นๆ

แต่อย่างน้อยการที่มีการคุ้มครองไว้ระยะหนึ่ง จะทำให้เวลายืดเยื้อออกไป และเราก็จะได้ดูกันอย่างละเอียดรอบครอบอีกครั้ง

อันที่จริงมันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เขมรคงไม่ได้อะไรไปอีก และ เมืองไทยก็คงไม่เสียดินแดน จริงอย่างที่กระทรวงการต่างประเทศพยายามชี้แจง

แต่ก็อย่างว่าแหละครับ...ระแวงก็คือระแวง...คนเราไปถอนฟันมาครั้งหนึ่งโดนคุณหมอกรอฟันแกรกๆ ทั้งเสียวทั้งเจ็บเข้าขั้วหัวใจมันก็อดผวาไม่ได้

ต่อมาภายหลังได้ยินเด็กๆมือบอนเอาอะไรไปขูดสังกะสีเสียงดังแกรกๆ เราก็มักรู้สึกเสียวไปทั้งปากทั้งฟัน เพราะความหวาดผวาที่ตามมาหลอน

นี่เขมรกำลังจะเสนออะไรก็ไม่รู้ไปให้ยูเนสโกขูดแกรกๆ แล้วจะไม่ให้คนเคยโดนเขมรกรอฟันอย่างผมรู้สึกเสียวๆได้ยังไงล่ะ.

"ซูม"
ความคิดเห็นที่ 4
Canไทเมือง วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 16.13 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

เข้าใจว่ามีการล้อบบี้กันหนักครับ

หากคนที่เป็นตัวแทนของไทย ไม่คำนึงถึงผลกระทบกับจิตใจของประชาชน

เรื่องนี้จะเป็นข้อขัดแย้งตลอดกาล
ความคิดเห็นที่ 3
BaCon วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 07.00 น.
http://www.oknation.net/blog/countonme

" ... แต่ประธานซึ่งเป็น Assistant Director-General for Culture ของยูเนสโก กลับบอกว่านี่เป็นข้อยกเว้นเนื่องจากเป็น "Political Decision" ... "

คำพูดนี้ ...
ถ้ามีอัดเสียงไว้ ... ก็น่าจะยื้อกันได้อีกหลายยก !!!

ความคิดเห็นที่ 2
Canไทเมือง วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 03.10 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

ปัญหาคือ นายทุน นักการเมือง คิดว่าประชาชนเป็นคนโง่ นี่สิครับ

มันถึงได้ยุ่งอีรุงตุงนัง
ความคิดเห็นที่ 1
ซันญ่า วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 02.22 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS


บางเรื่อง บางอย่าง ต้องให้เวลาเป็นตัว
พิสูจน์ ความจริง ก็คือความจริง ไม่มีสิ่งใดไม่เสื่อม
ขอให้มั่นใจ ศรัทธาต่อคุณธรรม อย่างแน่วแน่ เราจะรู้ได้
ฉเพาะตนจริงๆ เป็นปัจจัตตัง.....อย่าไปปรุงแต่งให้จิตขุ่นมัวเลย....จากฟากฟ้าตะวันตก
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31