|
สมัครชี้ "อัปรีย์กินหัววีระ"
ชม"วีระ"ทำดีอัปรีย์กินหัว
นายสมัครกล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ทางช่อง NBT เช้าวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม ว่า
รายการ "ความจริงวันนี้" (จัดโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ กับพวก) เป็นรายการที่ทำดี รายการอย่างนี้เรียกว่า "ทำดีอัปรีย์กินหัว" เพราะ ป.ป.ช. ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเล่นงาน แต่การทำชั่วอย่างรายการเอเอสทีวี แม้กระทั่งคนที่อ้างว่าตัวเป็นพระก็ด่าด้วย แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของบ้านเมืองไม่ได้อยู่กับพวกเหล่านี้ และแน่ใจว่าศาลจะมีใจเป็นธรรม ศาลอาจไม่เคยได้ฟังได้ยิน แต่ข้อความจะไปฟ้องศาลต้องมีแน่นอน
*************** ขอให้สมพรปากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ
ส่วนอีก 2 คน ที่ทำตนเป็น "ไอ้ห้อย/ไอ้โหน" นั่งข้างๆ คงกินไปเยอะแล้ว เห็นเกรียนๆ กันแล้วนี่
แต่ที่อยากจะติงท่านนายกรัฐมนตรีว่า สื่อของรัฐ กับสื่อเอกชนนั้น มันคนละเรื่องกัน
นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจ ใช้สื่อของรัฐโจมตีคนอื่น กับสื่อเอกชน ที่เค้าทำมาหากินของเค้ามันแตกต่างกัน
จะเอาแนวคิด คนนั้นด่าคนนี้ มาเปรียบเทียบกันไม่ได้
ประเด็นมันอยู่ที่ว่า นายกรัฐมนตรี ใช้สื่อของรัฐ สื่อของคนทั้งชาติ มาจากงบประมาณแผ่นดินมาทำร้ายประชาชน
แถมยังแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสะที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ดิสเครดิตกันตลอด
ทั้งๆที่รัฐบาลนี้ หรือ สส. ในสภา ก็มาจากการรับรองของ กกต. มิใช่หรือ
พรรคพลังประชาชนก็ไปจดทะเบียนกับ กกต.ชุดนี้ หากไม่ดี ไม่ชอบตามกฎหมาย
พรรคพลังประชาชน สส. และรัฐบาลนี้ก็เถื่อนไปด้วย...ใช่มั๊ยครับ
ส่วน ASTV เป็นช่องเอกชน คุณไปยุ่งอะไรกับเค้าล่ะ สื่อเอกชนเค้าทำหน้าที่ของเค้า
ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เค้าจะเจ๊งหรือไม่เจ๊ง หรือมีคนฟ้องร้องก็เรื่องของเค้า ไม่ได้เอาเงินหลวงมาด่าชาวบ้าน
เรื่องฟ้องร้องก็เห็นทำกันเป็นประจำ พวกแกนนำพันธมิตรฯ โดนเข้าไปไม่รู้กี่คดีแล้ว
นายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องบ้างเลยหรือไง ทำผิดเค้าก็ไปฟ้องร้อง แม้กระทั่งคดีหมิ่นฯเบื้องสูง เค้าก็โดนกันทั้งนั้น
ไม่นับคดีที่อดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีคดีมีหมายจับ ก็เคยฟ้องร้องแกนนำพันธมิตรฯ คดีก็ยังอยู่ในศาล
มีใครบอกนายกรัฐมนตรีเหรอว่า ปปช. มีสิทธิ์ไปสอบสวนเอกชน
ส่วนความรู้สึก ผิด ชอบ ชั่ว ดี ใครดีใครชั่ว นายกก็แสดงให้เห็นแล้วว่า
ไม่รู้จักด้วยซ้ำไปว่าอะไรดี อะไรชั่ว มั่วๆ แบบหน้าด้าน ๆ
********************************************
อัดป.ป.ช.ไม่ทำอะไร "สนธิ ลิ้ม" ขึ้นเวทีด่า
"ผมจะถามว่ารายการนี้ออกอากาศคืนละ 45 นาที สัปดาห์ละ 6 คืน กับรายการโทรทัศน์เอเอสทีวี ออกอากาศ 24 ชั่วโมง เหมือนเรียลิตี้โชว์ ด่าทอหยาบคายว่ากล่าวต่างๆ ไม่มีใครเขียนจดหมายไปถึง ป.ป.ช. แต่มีคนส่งข้อมูลมาให้ผมที่บ้าน ผมจะอ่านหน้าซองให้ฟังคือพวกที่บรรเลงกันทั้งหลายที่อยู่สะพานมัฆวานรังสรรค์ นี่สนธิ ลิ้ม รัฐบาลสัตว์นรกนี้อยู่ต่อไปอีกแม้วันเดียวก็ฉิบหายแล้ว นี่เทปเนื้อหาเขาโค้ดออกมาให้เลย ม้วนนี้ สนธิ ลูกจีนรักชาติ ลูกพระยาขายชาติ นายกฯ ชาติชั่ว ต้องเอาสัตว์นรกนี้ออกจากทำเนียบให้ได้ รัฐบาลสัตว์นรก แล้วอย่างนี้ ป.ป.ช.ไม่คิดหรือครับว่าคนอย่างนายกฯมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ด่าหยาบคายมาแล้วเป็นปีครับ เวลาจะไปจัดการเข้า เขาก็ไปร้องศาล แล้วศาลท่านบอกว่าศาลคุ้มครอง ตัดสินบอกให้เขาทำได้ ต้องร้องขึ้นศาลข้างบนอีก ศาลสูงสุดก็ยังคุ้มครองกันอยู่ ยังคุ้มครองให้ด่าคนอื่น อย่างชนิดต้องฟ้องกันไม่มีวันจบ" นายสมัครกล่าว
*******************************
โธ่ ท่านายกรัฐมนตรีกินยาผิดอะไรมา ปปช. เค้าไม่มีหน้าที่ดูแล ASTV นะครับ
เกิดสับสนอะไรขึ้นมาหรือเปล่า ปปช. เค้าทำหน้าอะไร ทำไมต้องมายุ่งกับ ASTV...เฮ้อ...
อ้อ...คำหยาบคายทั้งหลาย เช่น รัฐบาลหอกหัก รัฐบาลสัตว์นรก ฯลฯ ก็เป็นคำพูดของตัวนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น
หากเค้าทำผิดกฎหมายก็เห็นฟ้องกันอยู่นี่ครับ หลากหลายคดี รวมทั้งคดีที่ ผู้ต้องหาหนีหมายจับ 2 ผัวเมียฟ้องร้องต่อขบวนการยุติธรรมของไทยไงครับ
......................................................
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี กล่าวหา ปปช. ไม่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง...มาโดยมิชอบ...
ก็ว่ากันไป...ปปช. เค้ามีสมุดปกขาวอธิบายได้ชัดเจนไปแล้ว หาอ่านบ้างสิ
แต่ก็อีกนั่นแหละ นายกรัฐมนตรีกล่าวโทษ "นายนาม ยิ้มแย้ม" ประธาน คตส. ก็เห็นไปใช้บริการของ ปปช. เค้านี่นะ
มันมีหลักฐานเป็นหนังสือของนายสมัครเอง มีไปถึง ปปช. ความว่า...
....ตามหนังสือที่อ้างถึงได้ขอให้ข้าพเจ้าไปให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีข้าพเจ้าได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.ลำหินกล่าวโทษนายนาม ยิ้มแย้มและนายประเสริฐ บุญศรี และได้แจ้งว่า จะขอชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ความแจ้งอยู่แล้วนั้น
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า กรณีเรื่องดังกล่าวมีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการจัดเตรียมรวบรวมเอกสารดังกล่าว จึงขอเลื่อนการไปให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมออกไปก่อน ส่วนจะวัน เวลาใด จักได้ประสานแจ้งให้ทราบล่วงหน้าต่อไป....
.....................................
การที่นายสมัคร ทำหนังสือแจ้งว่าจะมาให้ปากคำต่อ ป.ป.ช.นั้นแสดงว่า นายสมัครยอมรับว่า การแต่งตั้ง ป.ป.ช.ชอบด้วยกฎหมายและยอมรับในอำนาจของ ป.ป.ช.
เพียงแต่ว่า เป็นกรณีที่นายสมัครเป็นผู้กล่าวหา ประธาน คตส.และพวกในคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง
ขณะที่นายสมัครกล่าวโจมตีว่า การแต่ง ป.ป.ช.ว่า แต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายในคดีที่ ป.ป.ช.กำลังไต่สวนคดีที่นายสมัคร ถูกกล่าวหา เช่นคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิง
ตกลงว่า นายสมัคร ยอมรับอำนาจของ ปปช. หรือไม่
หรือพอจะเล่นงานคนอื่นเท่านั้น ตนเองถึงจะยอมรับ ปปช.
.....................................
นายสมัครได้ทำหนังสือลงวันที่ 5 สิงหาคม 2551 (หลังจากทำหนังสือยอมรับว่าจะมาชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพียง 15 วัน)
คัดค้านการแต่งตั้งนายวิชา มหาคุณด้วยเหตุผลหลักคือ นายวิชาไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ตามคำแนะนำของวุฒิสภา ดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 246
ฉะนั้น นายวิชา จึงไม่ใช่กรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจสอบสวนข้าพเจ้าและไม่มีสิทธิจะนำเอา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 45 และมาตรา 46 มากล่าวอ้างได้
"การกล่าวของนายวิชาว่า เป็นกรรมการ ป.ป.ช.และใช้อำนาจในฐานะ กรรมการ ป.ป.ช.น่าจะเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ" นอกจากนั้นนายสมัครยังว่า นายวิชามีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์กับตนและผู้ถูกล่าวหาตลอดเวลาและมีเหตุโกรธเคืองกับตนในฐานะ"นายกรัฐมนตรี" รวมทั้งคณะอนุกรรมการเป็นคนของนายวิชาทั้งหมด ซึ่งย่อมเป็นโทษแก่ตนและอาจไม่ให้ความเป็นธรรม
*************************
ประชาชนเค้าไม่ได้กินแกลบ กินหญ้านะครับท่านนายกรัฐมนตรี
เรื่องอำนาจการบริหารแผ่นดิน มีใน ประกาศ คปค.ฉบับที่ 4
3 อำนาจอธิปไตย มีในประกาศ คปค. ฉบับที่ 16
เรื่อง แต่งตั้ง ปปช. มีในคำสั่งที่ 19 แก้ไขอีกครั้งในประกาศฉบับที่ 31
เมื่อมีเรื่องถามหา "พระบรมราชโองการแต่งตั้ง" เค้าก็อธิบายชัดเจนว่า
...ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2549 จึงเห็นว่าในขณะนั้น คณะปฏิรูปฯมีฐานะเป็น "รัฎฐาธิปัตย์" จึงใช้อำนาจรัฐโดยชอบธรรมภายใต้หลักนิติรัฐ การแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว...
.......................................................
เวลาจะร้องคนอื่น ทำเรื่องถึง ปปช. ให้สอบสวน
เวลาโดนสอบสวนเองบ้าง บอกว่า มาโดยมิชอบ
สันดานเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่หนีคดีคนนั้น ยังไงยังงั้น
ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทย แต่ดันไปฟ้องร้องคนอื่น ในระบบยุติธรรมไทย
จนกระทั่งเกิดคดี "ถุงขนม 2 ล้าน" ถูกประจานไปทั้งโลก
เออ..จะไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ก็ช่างลุงเถอะ....ไม่ใครเค้าใส่ใจหรอก
เค้ารอแต่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะถีบลุงลงจากตำแหน่ง ที่เรียกว่า "ปลดออก" นั่นแหละ
คนอะไรทำผิดรัฐธรรมนูญแล้วยังหน้าด้านทำงานอยู่ได้ ( มาตรา 190 ไง รับผิดชอบมาสิ )
นี่แหละ คือ การไม่รู้จักว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้วยังมีหน้าไปด่าคนอื่น
คนที่มาบริหารบ้านเมืองแล้วทำไม่รู้กฎหมาย เค้าเรียกว่าโง่
แต่ถ้ารู้แล้วยังทำผิดอีก เค้าเรียก คนหน้าด้าน
ส่วนกรณี "อัปรีย์กินหัววีระ" คนเค้ารู้มานานแล้ว ตั้งแต่เป็นนักโทษกบฎ และ นักโทษหมิ่นฯ เบื้องสูง
แต่ถ้าหาก กรณีที่เขียนหนังสือ "สันดานรัฐมนตรี" เมื่อปี 2522
นั่นอาจเรียกว่า ทำดีอัปรีย์กินหัวคงพอได้อยู่บ้าง
เพราะใครๆก็นึกไม่ถึงว่า คนอัปรีย์จะมาเจอกันในเส้นทางเดียวกัน พูดไปในทางเดียวกันเป็นปีเป็นขลุ่ย
ทำนองว่า "ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาเจอกัน" ประมาณนั้น
แคน ไทเมือง
ข้อมูลเสริม...
เปิดหลักฐาน′หมัก′มั่วเรื่องอำนาจ ป.ป.ช. เคยทำหนังสือยอมรับไปชี้แจงคดีกล่าวหาประธาน คตส. ********************************* ข้อมูล นายสมัคร สุนทรเวช หมักมาแว้วว..แม้วมาวัก..  ประวัติ ไข่มุกดำ ( บางส่วน )
นายวีระ มุสิกพงศ์ เคยเป็นนักเขียนและนักข่าวของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เริ่มเส้นทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ พ.ศ. 2518 เป็น ส.ส. เขตพญาไท ได้เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เมื่อ พ.ศ. 2519 แต่กลับร่วมมือกับฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคของตัวเอง เนื่องจากไม่พอใจที่รัฐบาลยินยอมให้จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางเข้าประเทศ จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา [1] ช่วง พ.ศ. 2519-2522 เกิดความขัดแย้งกับนายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนร่วมพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต่อมาลาออกไปตั้งพรรคประชากรไทย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายสมัครเขียนหนังสือชื่อ "สันดานนักหนังสือพิมพ์" ส่วนนายวีระได้เขียนหนังสือโต้ตอบนายสมัคร ชื่อว่า "สันดานรัฐมนตรี" พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2521 พร้อมกับได้ลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทย ชื่อเรื่อง "ไอ้ซ่าส์...จอมเนรคุณ" กำกับโดย ชุมพร เทพพิทักษ์ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกเซ็นเซอร์ไม่ให้ออกฉาย เพราะมีเนื้อหาเสียดสีนายสมัคร ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะนั้น [2] ในเหตุการณ์กบฏ 26 มีนาคม พ.ศ. 2520 โดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร [3] นายวีระเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ ภายหลังจากได้รับอิสรภาพ ในปี พ.ศ. 2522 นายวีระได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดุสิต ซึ่งเป็นเขตที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็น ส.ส.เก่าอยู่ และพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายวีระได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี 3 สมัย คือ - รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 11 มีนาคม 2524
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 19 ธันวาคม 2524
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 7 ธันวาคม 2526
ปี พ.ศ. 2529 นายวีระได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จนปี พ.ศ. 2531 และต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องโทษจำคุก 4 ปี ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ [4] ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2531 เมื่อจำคุกได้ประมาณหนึ่งเดือน ก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยคำขอพระราชทานอภัยโทษ ลงนามเสนอโดยพลเอกประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ต่อมาพรรคประชาธิปัตย์เกิดการแตกแยก มีขั้วของนายชวน หลีกภัย กับขั้วของนายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งเรียกว่า " กลุ่ม 10 มกรา " โดยวีระต้องการนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่กลุ่มชวน ต้องการนายพิชัย รัตตกุล เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นเลขาธิการพรรค ครั้งนั้น กลุ่มนายวีระ พ่ายแพ้ ต้องนำทีมออกจากประชาธิปัตย์ไปตั้งพรรคประชาชน และยุบในเวลาต่อมา และหันไปเป็นคนสนิทของ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในพรรคความหวังใหม่เมื่อพรรคความหวังใหม่ ควบรวมกับพรรคไทยรักไทย นายวีระ มุสิกพงศ์ กลับมาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2538 นายวีระเคยจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาชื่อ " พรรคดำรงไทย " โดยมีตนเองเป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งเลย โดยไม่ได้ ส.ส. เลยแม้สักคน และในปี พ.ศ. 2550 ก็เป็นแกนนำหนึ่งของ " แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ " (นปก.) จัดเวทีปราศรัยที่สนามหลวงโจมตีรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549และคมช. รวมทั้งบางครั้งยังพาดพิงไปถึงประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารด้วย ********************************* คำพิพากษาศาลฎีกา_คดีนายวีระ_มุสิกพงศ์_หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 



|