พิมพ์หน้านี้
|
ความอ่อนล้าและเหนื่อยอ่อนจากการปั่นงานแบบหามรุ่งหามค่ำ ในคืนที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะยกเปลือกตาขึ้นไหวในเช้าที่อากาศแสนดีแบบนี้ แม้จะรู้สึกตัวตอนรุ่งสางตัดสินใจหลับต่อขอนอนให้อิ่มเถอะวันนี้จะตื่นกี่โมงก็ช่างมัน ช่างเวลาทำงานปกติในออฟฟิส ช่างเวลา ช่างใครทุกคน ในทั้งโลกใบนี้
รู้สึกตัวอีกที ก็สายโด่ง อาบน้ำแต่งตัวไปน้ำงานตามปรกติ ก้าวขาขึ้นรถโดยสารประจำทางด้วยบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย สายมากแล้วมนุษย์เงินเดือนที่เคยแออัดบนรถประจำทางสายนี้เบาตาลงมาก เราเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ เด็กหญิงตาแป๋วนั่งอยู่แถวที่นั่งที่ตรงกับประตูทางขึ้นส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
สวัสดีค่ะ เชิญ ค๊า นกแก้วนกขุนทองไม่ไปโรงเรียนหรือนี่? มันเป็นภาพชินตา พ่อ แม่ ลูก ใช้ชีวิตประจำวันอยู่บนรถโดยสารประจำทาง ด้วยกัน พ่อเป็นคนขับ แม่เป็นคนเก็บเงินค่าโดยสาร ลูก? ถ้ายังไม่โตมากพอที่รักษาการทรงตัวอยู่บนรถที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ ก็จะถูกหมกตัวอยู่บนพื้นที่ว่างท้ายรถ หมอน ผ้า ห่ม เสื่อ ตุ๊กตา มีให้พร้อมแต่ไม่เพียงพอสำหรับเด็กเลยแม้แต่นิด หากโตพอที่ยืนระยะไหวก็มักจะมาช่วยแม่เก็บเงินค่าโดยสารในช่วงเวลาที่ความเร่งด่วน แออัดได้ผ่านพ้นไปแล้ว เช่นนี้ เราเลือกที่นั่งถัดลงมาจากเด็กหญิงตาแป๋ว ใกล้ประตูขึ้น ลง สะดวกดี เราส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้เธอ
อนุสาวรีย์ฯ เท่าไหร่คะ เรายื่นหน้าเข้าไปถามด้วยอารมณ์ นึกสนุกอยากแกล้งเด็ก อยากรู้จริงเจ้าตัวจะว่ายังไง ได้ผล เจ้าตัวอึกอักปนเอียงอาย แม่ที่นั่งบนเบาะอยู่ข้างๆ ส่งเสียงกระซิบข้างหู เธอหันกลับมาตอบให้เราอย่างฉะฉาน สิบหกบาทค่ะ เรายิ้มล้วงตังค์ให้ เธอรับตังค์แล้วยิ้มตอบแบบเอียงอายอีกรอบ เธอส่งตังค์ทอนกลับมา
นี่ค่ะตังค์ ทอน เสียงของเธอเจื้อยแจ้วน่าฟัง เรายังมองเธอไม่วางตา เธอเอียงอายเป็นคำรบที่สาม แต่ในความเอียงอายเราสัมผัสความเชื้อเชิญได้ในแววตา
วันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือคะ เราถาม เข้าทางเธอที่รออะไรบางอย่างจากเราอยู่แล้ว
ไม่ไปค่ะ วันนี้หยุด ชั่ววูบเรานึกฉงน วันนี้เช้าวันจัทนร์ นี่น่า แต่พอนึกเหตุผลได้ก็บางอ้อ เรายิ้มพยักหน้า เธอจ้องมองเราไม่ว่างตา เอาอีกไหมสาวน้อย? เธอตอบกลับมาในแววตาว่า เอาค่ะ
อ่านออกไหมคะ? ต้นฉบับปึกใหญ่ที่เราทะนุทะนอมมานานหลายวัน ถูกยื่นออกไป ในขณะที่รถหยุดการเคลื่อนไหวเพราะไฟแดง เธอก้มหน้านิ่งเงียบ พยายามสะกดตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษปึกใหญ่นั่น เราเห็นแล้ว เธอยอมแพ้ เราก็ยอมแพ้
ได้แต่ส่งยิ้มหวานให้ บทสนทนาของเราคงมีเพียงเท่านี้ เด็กหนอเด็ก โลกใบนี้ของเธอมันกว้างเท่านี้เอง ดวงใจน้อยๆ ของเธอเปล่งเสียงแสดงความยินดีผ่านแววตามาให้เรา ยามที่เรายื่นไมตรีให้เธอ ผู้คนมากมายที่ขึ้นแล้วก็จากไปมีใครส่งเสียงทักทายเธอบ้างหรือเปล่าหนอ?
เราเหม่อมองออกไปหน้าต่าง สรรพสิ่งรอบข้างกำลังเคลื่อนไหวเพื่อทำหน้าที่ของมัน เราปล่อยความคิดให้ล่องลอย แต่เธอยังไม่วางตา เรานิ่งเสียเดี๋ยวคงหมดความสนใจในตัวเราไปเอง แต่มือคู่น้อยยังพยายามจับต้นฉบับปึกใหญ่ของเรา มันเป็นอะไรหรือคะ เธอถามอย่างใคร่รู้และคาดหวัง ไม่มีอะไรหรอกค่ะ มีแต่ตัวหนังสือ เราตอบพร้อมกับกรีดปึกหนาๆ นี้ให้เธอดู เธอพยักหน้ารับทราบ ริ้วรอยผิดหวังเล็กๆ ปรากฎนิดๆ บนใบหน้าน้อยๆ ของเธอ คาดหวังอะไรจากเรานักหรือเจ้า? เรียนรู้ไว้นะเด็กน้อย อย่าคาดหวังไมตรีจากคนแปลกหน้าให้มากกว่าที่เค้าหยิบยื่นให้
แม่ของเธอเดินผ่านมา ยิ้มให้เราอย่างเกรงใจ เรายิ้มตอบ เธอก้มหน้าลงพูดพึมพำอะไรบางอย่างกับเด็กน้อยตาแป๋ว จับใจความได้ว่า อย่าไปกวนพี่เค้านะลูก เธอเชื่อฟังแต่โดยดี รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง แต่ผู้โดยสารก็ยังบางตาเท่าเดิม เราขยับตัวเตรียมตัวลงจากรถ สาวน้อยตาแป๋วยังมองมาที่เรา ก่อนสาวเท้าลงไปเหยีบบนพื้นถนน ต่างคนต่างก็ยิ้มลาให้กันและกัน อนาคตของชาติ เรานึกในใจ ...... .............. มันสายมามากแล้ว ล่วงเลยเวลาการทำงานของเรามามาก ช่างมัน! ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบ เราสาวเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า ความเร็วไม่เร็วเท่าวันไหนๆ ที่ผ่านมา หากแต่รู้สึกได้ว่ามันหนักแน่นและมั่นคง
แต่ก็ยังโดนกระเป๋าใบเขื่อง ของชายหนุ่มแปลกหน้า มากระทบจนเสียจังหวะการเดิน ไม่มีคำขอโทษซักคำ แม้จะชินแล้วแบบกับอะไรแบบนี้ แต่ก็ยังอดนึกเคืองไม่ได้ คนก่อเรื่องเดินตัวปลิวไปโน่นแล้ว ช่างเถอะเค้าคงไม่รู้ตัว ... เสื้อเชิ๊ตสีชมพูจางๆ ติดอยู่ในหางตา
นานมาแล้ว เรามักจะชอบใจผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ๊ตสีชมพูจางๆ แบบนี้ หากแต่ นับตั้งแต่ผู้ชายใส่เสื้อเชิ๊ตสีเปลืองมังคุด กางเกงแสล็คสีดำ กับรองเท้ากีฬาสีขาว คนนั้นได้มีโอกาสเดินนำหน้าเราในถนนเส้นหนึ่ง ผู้ชายใส่เสื้อเชิ๊ตสีชมพูสีจางๆ คนไหนก็ไม่เคยอยู่ในสายตาเราอีกเลย....
มันจะเป็นการอู้งานที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรามาก หากสายวันนี้เราจะกลับไปเยือนร้านหนังสือมือสองร้านนั้นอีกรอบ ร้านประจำที่เรามักจะแวะเวียนไปค้นหาหนังสือที่ต้องการใน ราคาที่ถูกลดลงมาเหลือครึ่งนึงมันเป็นอะไรที่เหนือคำบรรยายจริงๆ
การไปค้นพบหนังสือที่เราต้องการ เฝ้ารอ และค้นหา รอคอย ในราคาและสภาพที่ถูกใจแบบนี้ มันเป็นควาสุขเล็กๆ ที่ฉันอยากให้มันเกิดขึ้นได้ทุกวัน
ตอนเราผลักประตู้เข้าไป มีลูกค้าอยู่ในร้าน สามสี่คน เมื่อเราผลักประตูเข้ามาสมทบเป็นลูกค้ารายที่ห้า มันทำให้ร้านคับแคบมากขึ้น แต่แปลกที่เราไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย
เรายืนเอียงคอมองรายชื่ออยู่บนชั้นแค่ชั่วอึดใจ ก็รู้สึกอยากยอมแพ้ หนังสือที่เราต้องการคงยังไม่มีใครเบื่อมันกระมัง เรากำลังจะล่าถอย แต่เพื่อนร่วมโลกใบเล็กของเรา ที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับทำให้เราชะงัก ชื่อหนังสือที่อยู่บนมือของเธอทำให้เราปรายตามองไปที่ข้างๆ แขนเธอ หนังสือที่เราเคยอยากได้ วางซ้อนทับเรียงกันอยู่บนชั้นนี้นี่เอง มันอยู่จนเกือบล่างสุดถูกหนังสือเล่มอื่นๆ ทับไว้จนแน่นหนา มือเร็วเท่าใจเราเอื้อมมือไปดึงหนังสือเล่มที่คล้ายๆ ในมือของเธอ ขณะที่เรากำลังจะดึงมันออกมาหนังสือที่อยู่ข้างบนก็เคลื่อนตัวออกมาด้วย ทำไมเราไม่วางต้นฉับบปึกใหญ่ในมืออีกข้างนี่ก่อนนะ ว่างตรงไหนดี? เร็วเท่าความคิดก็มีมือของอีกคนมาช่วยจับหนังสือที่กำลังจะร่วงลงมานั้นให้ เราหันมายิ้มให้กัน ขอบคุณค่ะ เราเอ่ย สาวน้อยในชุดนักศึกษาคงสัมผัสความเป็นพวกเดียวกันได้จาก รายชื่อหนังสือที่เราเลือกหยิบ เธอจึงเอ่ยปากอย่างหวังดีและมีไมตรีในนั้นยื่นมาให้ด้วย
มันเป็นหนังสือภาพอะค่ะ เรายิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม รู้มั้ยกำลังพูดกับใครอยู่สาวน้อย ค่ะ ของจิมมี่ เหลียว นักเขียนนักวาดภาพชาวเกาหลี เราก็ชอบเหมือนกัน เรายื่นไมตรีกลับไปให้เธอบ้าง ได้ผลทันตาเห็น เธอหันมายิ้มให้เรากว้างกว่าเดิมบ้าง แต่เรายังไม่พอใจ ชอบนะคะ กับผู้หญิงเลี้ยว ซ้ายผู้ชายเลี้ยวขวา เธอยิ้มกว้างกว่าเดิม มีอาการตาโตแถมมาให้เราด้วย ใช่ค่ะใช่ ชอบเล่มนั้นเหมือนกัน เธอตอบรับอย่างกระตือรือล้น เรารู้หรอกสาวน้อยว่าเธอต้องชอบแน่ๆ มีผู้หญิงคนไหนบ้างจะไม่ชอบหนังสือเล่มที่ว่านี้ มันเรียบง่าย แต่ลึกซึ้งและชวนฝันเหลือใจ ไม่แปลกเลยที่สาวน้อยในชุดนักศึกษาวัยที่กำลังเรียนรู้ความรักอย่างเธอจะชอบจะพอใจกับมัน
เราแอบยิ้มอย่างพึงใจ
แล้วก็ ผู้ชายหลงรักดวงจันทร์นั่นอีก คราวนี้เธอหันมามองเราไม่วางตา แล้วก็พยักหน้ารับ ใช่ค่ะใช่ เราได้ทีเสริมต่อทันที แต่ชุดนี้ มันแพงไปนะคะ เราหมายถึงหนังสือที่เราสองคนกำลังถืออยู่ในมือคนละเล่มอยู่ตอนนี้ แต่ชอบชุดก่อนหน้านี้มากกว่า เล่มเล็กกว่านี้ ราคาถูกกว่านี้ เหรอคะ มีอีกเหรอคะ? เธอยังไม่หยุดตื่นเต้น ค่ะ ชื่อดอกไม้บานในใจฉัน ภาพชีวิต แล้วก็ โปสการ์ดจากฉันถึงมือเธอ แต่เป็นของอีกสำนักพิมพ์นึงอะค่ะ
ชื่อหนังสือเล่มสุดท้ายในประโยคที่เราพูดไป มันทำให้เรานึกถึงผู้ชายเสื้อเชิ๊ตสีเปลือกมังคุดคนนั้น เราอยู่ในกลุ่มเพื่อนในโลกไซเบอร์กลุ่มเดียวกัน แต่หลากหลายอายุ และอาชีพ เราเล่มเกมส์แชร์หนังสือ โดยให้แต่ละคนเลือกหนังสือที่ตัวเองชอบที่สุดมาหนึ่งเล่ม แล้วก็เวียนหนังสือส่งต่อให้กันอ่านเป็นทอดๆ ตามลำดับไป แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องมีข้อความหรือคอมเม้นท์จะสั้นหรือจะยาวก็แล้วแต่เขียนให้คนถัดไปได้อ่านต่อไปเรื่อยๆ ด้วย เรานึกถึงข้อความที่ส่งไปในหนังสือเล่มนั้น มันมีนัยยะ บางอย่าง ที่ฉันตั้งใจว่าจะให้มันถูกส่งผ่านไปจนถึงผู้ชายเสื้อเชิ๊ตสีเปลืองมังคุดคนนั้น เวลาผ่านมาแล้วเกือบสองปี หนังสือเล่มนั้นยังไม่วนเวียนกลับมาสู่เจ้าของ
มันคงเป็นเรื่องเศร้าถ้าข้อความนั้นมันจะไม่ถูกส่งให้ถึงมือของเค้า แต่มันเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่าที่ ต่อให้มันถึงหรือไม่ถึงมือเค้ามันก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว ....
เหรอคะ เสียงของเธอทำให้เราหลุดจากภวังค์สั้นๆ นั้น พร้อมกับพยักหน้ารับรู้แถมยิ้มให้เราอีกหนึ่งครั้ง เราคงไม่จำเป็นต้องกำชับเธอว่าลองไปหาอ่านดูนะคะ เพราะแววตาเป็นประกายของเธอ มันบอกเราแล้วว่าเธอจะไม่พลาดแน่ๆ
เราก้มลงมองหน้าปกหนังสือในมือ ชื่อผู้เป็นบรรณาธิการให้หนังสือเล่มนี้ คือนักเขียนในดวงใจของเราเอง แถมยังเป็นผู้แปล เรื่องผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ที่เธอชอบนักหนานั่นอีกด้วย เธอจะเคยอ่านหนังสือของนักเขียนคนนี้บ้างหรือเปล่านะ? ถ้าเธอชอบหนังสือชุดนี้เธอต้องชอบหนังสือของนักเขียนคนนี้แน่ๆ เรามั่นใจ เราจะแนะนำเธอดีไหม? ไม่ดีกว่า ให้เธอได้ค้นพบอะไรแบบนี้ด้วยตัวเองอีกครั้งกับคนอื่นคงจะดีกว่า
เราอยากชวนคุยต่อ เธอจะรู้มั้ยว่า จิมมี่ เหลียว เป็นนักวาดภาพ นักเขียน ที่ใครหลายคนต่างก็ยกย่องว่างานของเค้ามักจะแฝงปรัชญามาให้คนอ่านอยู่เสมอ จนอาจะเรียกได้ว่า จิมมี่ เหลียว เป็นนักปรัชญาคนหนึ่งได้เลย แต่กระนั้น เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวว่าไม่ใช่ เค้าแค่วาดภาพเหล่านั้นมาจากข้างใน ใส่ตัวหนังสือที่มาจากความรู้สึกลงไป เท่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเป็นปรัชญายิ่งใหญ่อะไรเลย แล้วเธอ สาวน้อยในชุดนักศึกษาคนนี้ เธอจะคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างนะ? แต่ไมตรีที่เธอยื่นมาให้คนแปลกหน้าอย่างเรา คงมีได้แค่นั้น ถ้าเธอหยุดเราก็ไม่ควรพยายามสานต่อ
ถึงเวลาที่เราต้องไปแล้ว
ไปแล้วนะคะ เราหันไปยิ้มให้เธอ แอบอาวรณ์บทสนทนาที่ควรจะเกิดขึ้นแต่ต้องตัดใจ ค่ะ ขอบคุณนะคะ เธอยิ้มตอบกลับให้เรา มันเป็นยิ้มที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ความหมายของมันมีแต่เราเท่านั้นที่เข้าใจ
ใบหน้าไร้เดียงสา และชุดนักศึกษานั้นติดอยู่ในหางตา อนาคตของชาติ เรานึกในใจ ...
เราเดินออกจากร้านหนังสือมือ กอดต้นฉบับปึกใหญ่ไว้บนอก แม้เราจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าตัวเอง แต่เราก็รู้ว่าเรากำลังยิ้ม เราเดินไป อมยิ้มไป สรรพสิ่งรอบข้างยังคงเคลื่อนไหว ทุกอย่างทำหน้าที่ของมันไปตามปกติ แต่เรากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังหยุดนิ่ง ช่วงเวลานี้เราลืมไปแล้วว่าควรจะคิดถึงใครหรือนึกถึงอะไร มันเป็นเช้าที่โลกของเราได้หมุนช้าลงกว่าทุกวัน จริงๆ ... |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||