ผมจึงเขียนด้วยความตื้นตัน ตื่นเต้นและเต็มใจ
ลองคิดดูสิครับ..ในโลกที่มีคนเกือบ 6 พันล้านคน มีคนโชคดีเพียง 62,828,706 คนเท่านั้น ที่มีโอกาส"ทำดีเพื่อพ่อ"
(ข้อมูลตัวเลขประชากรมาจาก www.khonthai.com ณ สิ้นปี 2549)

(ขอนำภาพนี้มาลงเพราะอยู่ในบ้านและเห็นมาตั้งแต่เด็ก)
"ทำดี" ..นี่ไม่ใช่เรื่องยากนะครับ และหนึ่งในคติที่ผมยึดถือเป็นประจำในการทำดีก็คือ
"อย่าเห็นเป็นความดีเล็กน้อยแล้วไม่กระทำ อย่าเห็นเป็นความชั่วเล็กน้อยแล้วพึงกระทำ"
ผมจึง"ตั้งใจ"ทำดีมาโดยตลอด ไม่ว่า"ความดี"นั้นจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่
หนึ่งในการ"ทำดีเพื่อพ่อ" ที่ผมยึดถือมาเป็นประจำคือการ"อยู่อย่างพอเพียง"
การอยู่อย่างพอเพียงไม่ยากเลยครับ หากเรา"เข้าใจ"ในสิ่งที่"พ่อหลวง"ทรงแนะนำเป็นประจำ
พอเพียง คือ พอเพียงจริงๆ ....
หนึ่งในการพอเพียงที่ผมยึดตามรอยพ่อมาตลอดคือ"การประหยัด" โดยพระองค์ท่านทรงเป็น"แบบอย่าง"ที่ดีที่สุด
เคยเห็นภาพนี้ไหมครับ...

นี่คือภาพ"ยาสีพระทนต์ของในหลวง"
ผมของนำที่มาของ"ภาพนี้"มาขยายความนะครับ
ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหลายโรงเรียนก็ได้นำภาพนี้ไปติดบอร์ดเพื่อเผยแพร่ให้นักเรียนเห็นเพื่อเป็นแบบอย่าง
คนเปิดเผยภาพนี้ คือศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิงท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้เล่าถึงที่มาของภาพนี้ว่า
"ครั้งหนึ่งทันตแพทย์ประจำพระองค์ กราบถวายบังคมทูลเรื่องศิษย์ทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยบางคนมีค่านิยมในการใช้ของต่างประเทศ และมีราคาแพง รายที่ไม่มีทรัพย์พอซื้อหาก็ยังขวนขวาย เช่ามาใช้เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งเท่าที่ทราบมา มีความแตกต่างจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงนิยมใช้กระเป๋าที่ผลิตภายในประเทศเช่นสามัญชนทั่วไป ทรงใช้ดินสอสั้นจนต้องต่อด้าม แม้ยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่าน ก็ทรงใช้ด้ามแปรงพระทนต์รีดหลอดยาจนแบนจนแน่ใจว่าไม่มียาสีพระทนต์หลงเหลืออยู่ในหลอดจริงๆ
เมื่อกราบบังคมทูลเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ของพระองค์ท่านก็เหมือนกัน และยังทรงรับสั่งต่อไปด้วยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองมหาดเล็กห้องสรง เห็นว่ายาสีพระทนต์ของพระองค์คงใช้หมดแล้วจึงได้นำหลอดใหม่มาเปลี่ยนให้แทน เมื่อพระองค์ทรงทราบ ก็ได้ขอให้เขานำยาสีพระทนต์หลอดเก่ามาคืนและพระองค์ท่านยังทรงสามารถใช้ต่อไปได้อีกถึง 5 วัน จะเห็นได้ว่าในส่วนของพระองค์ท่านเองนั้น ทรงประหยัดอย่างยิ่ง
ซึ่งตรงกันข้ามกับ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้อยู่เป็นนิจพระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึงพระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความประหยัดในการใช้ของอย่างคุ้มค่า
หลังจากนั้นทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้กราบพระบาททูลขอพระราชทานหลอดยาสีพระทนต์หลอดนั้น เพื่อนำไปให้ศิษย์ได้เห็นและรับใส่เกล้าเป็นตัวอย่างเพื่อประพฤติปฏิบัติในโอกาสต่อๆไป
ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานส่งหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นมาให้ถึงบ้านทันตแพทย์ประจำพระองค์รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้ายิ่ง
เมื่อได้พิจารณาถึงลักษณะของหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นแล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้จึงแบนราบเรียบโดยตลอด คล้ายแผ่นกระดาษโดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปเกือบถึงเกลียวคอหลอด"
ศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิงท่านผู้หญิงเพ็ชรา กล่าวถึงคำอธิบายสภาพหลอดยาสีพระทนต์ในหลวงว่า
"หลอดยาสีพระทนต์ที่เห็นแบนเรียบนั้น เป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีดและกดจนเป็นรอยบุ๋มที่เห็นนั่นเอง และเมื่อขอนำไปแสดงให้ศิษย์ทันตแพทย์ได้เห็นเป็นอุทาหรณ์ จึงได้ขอพระราชานุญาตซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ทรงพระเมตตาด้วยความเต็มพระทัย"
ผมเห็นภาพนี้ครั้งแรก ก็เซฟเก็บไว้เพื่อเตือนใจตัวเองเสมอ ว่าผมมี"แค่นี้" ทำไมต้องใฝ่หาสิ่งโน้นสิ่งนี้
ขณะที่"พ่อ"ของเรา...ไม่เพียงทรงตรัสสั่งสอน หากทรงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดด้วย..
ผมมองภาพนี้เสมอเมื่อยามคิดจะซื้ออะไรเกินตัว และเรียนรู้ว่าปรัชญาที่พระองค์พระราชทานผ่านมาทางหลอดยาสีพระทนต์นี้ คือแก่นแท้ของการประหยัด
จากภาพหลอดยาสีพระทนต์ ผมนึกต่อเนื่องถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติบนโลกของคนเราทุกวันนี้ ที่ไม่รู้จักคำว่า"ประหยัด" โดยเรามักจะ(แกล้ง)ลืมไปว่า พ้นจากรุ่นเรา เด็กรุ่นลูก รุ่นหลาน ..จะอยู่อย่างไร
วันนี้ โลกร้อน มีคน(เพิ่ม)พูดถึง ทั้งที่"พ่อ"พูดเรื่อง"เรือนกระจก"มา 20-30 ปีแล้ว แต่เราไม่เชื่อกันเลย
ผมจึงมุ่งมั่น"ทำดีเพื่อพ่อ"...แม้จะเป็นคนตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ทำได้แค่"เรื่องเล็กๆ"ก็ตาม ...
จริงๆแล้ว ผมต้อง tag ไปอีก 5 บล็อคเกอร์ แต่ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าจะมีใครบ้าง เพราะ"ทุกคน"น่าจะได้รับโอกาสเขียนเรื่องนี้ ผมจึงขออนุญาตไม่ tag 5 คน โดยขออนญาต tag ทุกบล็อคเกอร์ที่อ่านและ"ตั้งใจ"เขียนถึงการ"ทำดีเพื่อพ่อ"
ทรงพระจริญ...
++++++++++++

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?
เนื่องในโอกาส (วโรกาส - เป็นคำที่ในหลวงจะต้องเป็นผู้ทรงใช้เอง) ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บ ไดอารี่ ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง และพวกเราปรารถนาที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่าง
เพื่อพ่อหลวงของพวกเรา
Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงในบล็อกว่า ตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก ๕ คน เพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

กติกา
1.
ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?
ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ
2.
เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ
โดยให้ทำลิงก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย
เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความ
ของคนที่ tag หาคุณได้
3.
เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร
ให้เข้าไปดูในเว็บ www.dogood.or.th
4.
ให้ tag ไปหาคนอื่นอีก ๕ คนเพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ
โดยให้ทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง ๕ คนด้วย และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว
ก็ให้แก้ลิงก์ไปที่ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้ว
จะตามอ่านของคนที่คุณ tag ไปหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหนในบล็อก
5.
เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ
www.dogood.or.th/banner_exchange
แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน
6.
เข้าไปแจ้งที่ blog.macroart.net/dogood ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว
7.
ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดี
ที่เขียนไว้ให้สำเร็จ สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย
ขอบคุณ