วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2551
กันทิมา...ผู้อาภัพรัก
Posted by
ลูกเสือหมายเลข9
,
ผู้อ่าน : 622
, 11:24:14 น.
| หมวดหมู่ :
LOVE-SONG
พิมพ์หน้านี้
|

ภาพของทราย เจริญปุระ ในภาพยนตร์เรื่อง"นเรศวร" วรรณกรรม"ผู้ชนะสิบทิศ"ของ"ยาขอบ" มีหญิงสาวหลายคนอาภัพเพราะไป(หลง)รักจะเด็ด ..แล้วไม่สมหวัง ในจำนวนนั้น มี 2 คน"ผิดหวัง"แล้วชะตากรรมสวนทางกัน เพราะหนึ่งนั้นมีความสุขที่(ยอม)เลือกเป็น"เมียเดียว"ของเพื่อนที่เป็นนายทหารคนเก่งของบุเรงนอง ขณะที่อีกคน ต้องผิดหวังจนตาย เพราะไม่สมหวัง.. คนแรกคือ"ปอละเตียง" พี่สาวของ"เชงสอบู" บุตรสาวของไปฟยู จ่าบ้าน ชานกรุงหงสา ซึ่งจะเด็ดและจาเลงกะโบไปเจอเมื่อตอนบุกไปหมายชิงตัวตละแม่กุสุมาคืนจากสอพินยาที่กรุงหงสา โดยจะเด็ดใช้ชื่อ"เมงจะ" ส่วนจาเลงกะโบ ใช้ชื่อ"เมงจา" ทั้งสองพี่น้องต่างตกหลุมรัก"เมงจะ" แต่สุดท้าย จะเด็ดเลือกเชงสอบู โดยให้นางตามรับใช้(ทั้ง)กุสุมาและจันทรา ยามที่จะเด็ดอยู่เมืองแปรและเมืองตองอู ขณะที่คนพี่ คือ"ปอละเตียง"...จะเด็ดกล่อมจนยอมตกแต่งเป็นภรรยาของจาเลงกะโบ ซึ่งแม้จะอาภัพที่ไม่ได้จะเด็ด แต่นางก็โชคดีที่ได้แต่งกับนายกองช้างคนเก่ง...จึงเป็นคนที่มีความสุขทั้งกายและใจ สาวงามคนนี้คิดถูกที่เลือกเป็น"เมียเดียว"แทนที่จะเป็น"หนึ่งเมีย"ของอีกคน ..ที่เธอรัก ปอละเตียง เป็นหญิงอาภัพที่มีเพลงในชุด"ผู้ชนะสิบทิศ"เขียนถึง นั่นคือเพลง"ปอละเตียงครวญ" ซึ่งประพันธ์คำร้อง-ทำนอง โดย ศักดิ์ เกิดศิริ ที่ตั้งไว้เมื่อ พ.ศ.2501 ขับร้องโดยวงจันทร์ ไพโรจน์ ซึ่งเนื้อเพลง..สะท้อนถึงความอาภัพในรักของนางได้ดี..
...เหมือนกรรมบันดาลให้พบพานบุเรงนองจอมใจ อยู่เมืองมอญแต่ก่อนแต่ไร ไม่เคยรักใครฝังไว้ในอุรา บุรงนองคนงาม สร้างความภักดีให้ข้า จึงสู้ติดตามมา ด้วยใจเสน่หา หมายว่าจะปรานี ....โอ้ปอละเตียง สุดจะเลี่ยงจะหลีกปลีกหนี มอบใจรักแลภักดี ไม่นึกว่ามีความช้ำระทม บุเรงนองใจดำ ลืมถ้อยคำที่พร่ำเชยชม กลับทอดทิ้งให้หญิงอกตรม ปอละเตียงขื่นขมร้าวระทมฤทัย
.....หลงเพลินคำชม เฝ้านิยมจึงระทมหมองไหม้ เชื่อคารมชมชื่นหทัย ยิ่งตรมช้ำใจ เหมือนไฟรุมอุรา ปอละเตียงมีกรรม สิ้นความรื่นรมย์วิญญา หลงว่าเวทนา ต้องสิ้นวาสนา เหมือนว่าชีวาวาย
.....โอ้ปอละเตียง ก่อนได้เคียงได้กอดยอดชาย แต่ความหวังพังทลาย ปวดร้าวหทัยสุดแสนทานทน บุเรงนองคนงาม สร้างแต่ความระทมหมองหม่น
วาสนาเกิดมาช่างอับจน ปอละเตียงต้องทนทุกกมลจนตาย 
ทราย เจริญปุระ ในภาพยนตร์เรื่อง"นเรศวร" ส่วนคนที่"ผิดหวังจนตัวตาย" คือคนที่ผมตั้งใจเขียนถึง นั่นคือ"กันทิมา" สาวแกร่งชาวกะเหรี่ยง กันทิมา เป็นบุตรีตะคะญี ครูดาบเพื่อนสนิทของมหาเถรกุโสดอ ซึ่งเมื่อร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนสร้างเมืองตองอู ก็ตัดสินใจกลับบ้าน(นอก)ไปเปิดสำนักดาบ โดยไม่ขอรับลาภ ยศ จาก"เมงกะยินโย"เพื่อนที่กลายเป็นมหากษัตริย์องค์แรกของตองอู ..ในนาม"มหาสิริชัยยะสุระ" กระทั่งเมื่อจะเด็ดก่อเรื่องกับสอพินยา ต้องหลบหนีออกจากตองอู มหาเถรกุโสดอ จึงทำหนังสือไปฝากฝังให้คะตะญีช่วยสอนเพลงดาบให้เจ้าหนุ่มที่ไปในชื่อ"มังฉงาย" ที่รู้จักแต่เพลงทวนของมหาเถร จะเด็ดพบกันทิมาครั้งแรกในเวทีประลองดาบในสำนักของตะคะญี ...เมื่อครูดาบคะตะญีให้จะเด็ดซ้อมกับศิษย์ แต่ 2 ศิษย์เก่งคือเนงบากับสีอ่องไม่อยู่ จึง(ยอม)ให้กันทิมา ที่อาสาเข้าประมือ ซึ่งจะเด็ดเห็นว่าเป็นหญิงสาวจึงออมมือ และพลาดท่าถูกดาบหวายของกันทิมาหวดจนเป็นแผล โดยกันทิมา"รู้"ว่าจะเด็ดออมมือ และว่าวันหลังจะไม่ยอมซ้อมด้วย กระทั่งในยามค่ำ กันทิมาก็หายามาทาแผลให้ ซึ่งตอนนั้นเองที่จะเด็ดพิจารณานางเป็นครั้งแรก "...มังฉงายเห็นแม่สาวชาวกระเหรี่ยง มีความเอื้ออารีตน ก็สำนึกคุณนางไว้ในใจ หน้าตานางซึ่งตัวไม่เอาใจใส่เมื่อตอนกลางวันนั้น นั่งว่าง ๆ อยู่ตามลำพังก็อดพิจารณาเล่นเพลินๆ มิได้ เรือนผมที่มุ่นเข้าไว้ไม่เป็นระเบียบแลวง หน้าตามตีนผมไม่ได้บรรจงจัดกันรอยปล่อย ผมอ่อนขึ้นรุงรังนั้น ยิ่งดูนานยิ่งเห็นงามเด่นตามปกติวิสัย คิ้วโก่งตกยาวพ้นหางตารับกับคางดูจิ้มลิ้มพริ้มเพราหาใช่ชั่ว หากนางจะรู้จักแต่ง ให้เสมอหญิงสาวชาวเมืองแล้ว ก็จะสวยเกินบุตรีขุนนางผู้ใหญ่โดยมาก เสียด้วยซ้ำต่อพิศนาน ๆ แล้ว ดูนั่นดูนี่งามไปทั่วเอง มังฉงายก็อัศจรรย์ในรูปสมบัติ ของแม่สาวชาวป่าเป็นอันมาก..." 
ทราย เจริญปุระ ในภาพยนตร์เรื่อง"นเรศวร" หลังพบปะและสนทนาไม่นาน กันทิมาก็หลงรักเจ้าหนุ่มจากเมืองกรุง(ตองอู) เพราะอยู่บ้านนอกได้ยินแต่เสียงพูดจากระโชกโฮกฮากของหนุ่มๆในสำนักดาบของพ่อ ได้ยินแต่เสียงดาบ มายินเสียงหวานๆของหนุ่มกรุง ..แม่นางก็หลงไหล..และเลือกที่จะติดตามรับใช้และช่วยเหลือจะเด็ดและ2 ตละแม่ คือตละแม่จันทราและตละแม่กุสุมาหลายครั้ง ในสถานะ"นาคะตะเชโบ" มานพหนุ่มร่างเล็กเก่งเพลงดาบ ที่จะเด็ดถือเป็น"เพื่อนตาย" เพราะไม่รู้ว่าเป็นหญิงสาว กระทั่งเมื่อ"เนงบา" มาสารภาพและบอกว่า"นาคะตะเชโบ"นั่นแหละคือ"กันทิมา"ที่ตนหลงรัก จึงมาขอให้"บุเรงนอง"เป็นพ่อสื่อ แต่นางปฏิเสธเพราะคิดเพียงว่าเนงบาเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อน ทำให้"เนงบา" โกรธและน้อยใจจะเด็ดมากเพราะเป็นต้นเหตุให้ตนผิดหวัง จึงหนีออกจากเมืองอังวะที่ตนถูกส่งไปปกครอง แต่เมื่อเกิดกบถ ก็กลับมาช่วย เพราะสั่งลูกบุญธรรมที่ตนเลี้ยงไว้ว่า "ถ้ายังรักกันอยู่ อย่าหันศพพลิกดูหน้า" เมื่อเนงบาเสียชีวิตในสนามรบ จะเด็ดจึงได้แต่กราบศพที่นอนคว่ำ เพราะรักษาสัตย์ที่เนงบาไม่ขอเห็นหน้า ส่วนกันทิมา เข้าไปรับใช้ตละแม่จันทรา และเมื่อตละแม่คลอด"นันทบุเรง" ก็มอบให้นางเป็นพี่เลี้ยงนันทบุเรง แต่จะเด็ดยังโกรธที่กันทิมาเป็นต้นเหตุให้เนงบาตาย และเมื่อเกิดกบถ"สมิงสอตุด" จนนันทะวดียอมเสียสละทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศเป็นมเหสีสมิงสอตุดเพื่อรอบุเรงนองมากู้ราชบัลัลงค์ จะเด็ดก็ต่อว่านางกันทิมาว่ารู้เห็นเป็นใจให้นันทะวดีถูกรังแก สาวแกร่งชาวกะเหรี่ยงจึงตัดสินใจผูกคอตายเพราะน้อยใจที่จะเด็ดเห็นว่านางทำอะไรก็ผิดไปหมด กันทิมา ก็มีเพลงที่สะท้อนตัวตนได้ดี นั่นคือเพลง"กันทิมาอาภัพ"(เดิมเขียน"กรรฑิมาอาภัพ") ซึ่งเป็นประพันธ์คำร้องและทำนองโดยครูไสล ไกรเลิศ ขับร้องโดย วงจันทร์ ไพโรจน์
....ดวงใจข้าหลงพะวงรักพี่ ข้าสู้หลบลี้หนีพ่อตามมา จะเด็ดพี่เอยมิเคยเวทนา อกกันทิมาต้องเศร้าอาดูรสูญดวงใจ
...ดวงใจข้าหลงพะวงรักมั่น ต้องทนโศกศัลย์ร้างกันเรื่อยไป ข้าสุดชะแง้ เหลียวแลหาใคร ข้ามัวฝันไป พี่สิ้นเยื่อใยไร้ความเมตตา
...ดวงใจข้าช้ำใครเท่า คงเป็นรอยร้าว ใครเล่าจะรู้มองดูเห็นใจข้า ข้าสู้ข้าหลงฟ้าคงเมตตา ปรานีเถิดหนาอย่าซ้ำให้ตรม
...ดวงใจข้าหลงพะวงมิหน่าย สิ่งเดียวที่หมายไว้มาเชยชม พี่ตัดไมตรี เหมือนธุลีลอยลม สิ้นความนิยม ข้าต้องระทม โศกตรมอยู่เดียว
นี่คือกันทิมา..สาวบ้านนอกผู้อาภัพเพราะโชคชะตาลิขิตให้รู้จักจะเด็ด...
|