พิมพ์หน้านี้
![]() สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้แสดงปาฏิหาริย์ให้ผู้ปฏิบัติธรรมเห็นพระองค์ทุกส่วนเป็นเหตุให้ได้รู้อย่างชัดเจนว่า พระองค์ทรงมีญาณบารมี และพลังอานุภาพ สถิตอยู่ณ พระปรางค์หรือมหาเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ที่วัดวรเชษฐ์ (ร้าง) นอกเกาะ ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพรมปรีชา เคหะนารถ นักปฏิบัติธรรมจากจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ไปตามวัดต่าง ๆ และสถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไม่มีร่องรอยหรือปรากฏการ์ณใด ที่แสดงถึง ญาณบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขาได้ไปปฏิบัติธรรมที่ วัดวรเชษฐ์ (ร้าง)โดยตั้งใจที่จะอยู่ปฏิบัติธรรม 7 วัน เพื่อแสวงหาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต่อ ครั้นแล้วเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2550 ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เวลาหลังเที่ยงคืน ขณะที่เขานั่งภาวนาอยู่ใต้ต้นปีบใกล้เจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระสังฆราชแตงโม (สมเด็จพระพนรัตน์) ก็มีเสียงบริกรรมว่า '' อุสุ มิตตัง มะกะฏัง ยันติ '' ครั้นเขาบริกรรมอยู่ก็ปรากฏรังสีวูบวาบ ทำให้เขาตกใจจึงลืมตาเพ่งดู ก็เห็นเป็นรังสีพุ่งขึ้นข้างบน แล้วลงมาข้างล่าง เห็น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชลอยพระองค์ แล้วจึงเสด็จลงประทับพร้อมกับรับสั่งว่า ' ข้าอยู่นี่ ดีแล้ว แกมาปฏิบัติธรรมอยู่นี่ ดูสิบ้านเรือนข้าเลอะเทอะสกปรกไม่มีใครมาทำความสะอาดไม่อายให้เเขกต่างบ้านต่างเมืองเขาบ้างหรือ ? คนมากันมากนายทั้งต่างประเทศ ต่างแดน ครั้นเขามาเห็น จะว่าอย่างไร ? ช่วยทำความสะอาดบ้านข้าให้ด้วย รีบทำนะ เดี๋ยวจะมีคนมาเป็นจำนวนมาก '' เมื่อได้รับฟังกระแสพระราชดำรัสดังนั้น คุณพรมปรีชา ก็เร่งเก็บกวาดด้วยตนเอง บริเวณพระเจดีย์และพระปรางค์ ทั้ง 4 องค์ ขณะเก็บกวาดยังไม่ทันเสร็จ ก็มีรถบัสใหญ่ 2 คันเข้ามาจอดที่ลานเจดีย์แล้วคนในรถก็ลงมาสักการบูชาพระเจดีย์จุดที่ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จออกก่อนหน้านั้น ในจำนวนนั้นมีผู้ลงจากรถแล้วแดสดงอาการร้องไห้เสียงดัง 2 ท่าน บอกจะขออยู่ ณ ที่นี้ไม่ยอมไปไหน เพราะได้พบกับพระองค์ท่านแล้ว หลังจากนั้นจึงได้ทราบชัดเจนว่า ดีใจจนร้องไห้ เพราะได้พบสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจริง ๆ หลังจากนั้น ก็มีอีกหลายคณะที่ไปบวงสรวง ก็ได้ พบกับพระองค์ทุกคณะ เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก คุณพรมปรีชา เคหะนารถ ผู้ประสบสิ่งอัศจรรย์ใจ เล่าว่า พอดีในขณะที่ภาวนา มีเสียงกระซิบว่าคาถาที่เจ้าได้นั้น ยังไม่จบ ต้องหาให้ได้ครบเป็นคาถา ซึ่งมีอยู่สี่บาท เมื่อคุณพรมปรีชาจดจำคาถาที่ได้มาเล่าให้ พระอาจาร์ย ดร.สิงห์ทน นราสโภ และคุณภิรมย์ ทองอร่าม ทราบ ในที่สุดพระอาจาร์ย ดร.สิงห์ทน ก็เขียนคาถาให้จนจบสี่บาท รวมเป็นคาถา มีใจความว่า '' อุสุ มิตตัง นะ พาลานัง อนุกัมปัง มะกะฏัง ยันติ '' ซึ่งมีความหมายว่า คนเราจะทำอะไรทำสำเร็จ อย่าลืมผู้มีพระคุณ วัวควายที่ช่วยให้เรามีข้าวรับประทาน อย่าทำตัวเป็นคนพาล อย่าคบคนพาล ต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักเพื่อนมนุษย์เหมือนกับรัก ตัวเอง ให้ว่องไวเหมือนลิงในการกระทำทุกอย่างด้วยปัญญา ก็เป็นเรื่องที่เด่นชัดเจน เมื่ออ่านจากหนังสือ '' เสียงสะท้อนจากสื่อ '' ของวัดวรเชษฐ์ มีใจความดังนี้ เรื่องของ วัดป่าแก้ว และ วัดวรเชษฐ์ ที่แท้จริง ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแห่ง สมเด็จพระพนรัตน์ (สมเด็จพระสังฆราช แตงโม) และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้กอบกู้เอกราชช่วยให้คนไทยมีแผ่นดินอยู่อาศัย มีพระรัตนตรัยเป็นที่เคารพนับถือ ถูกทอดทิ้งเป็นวัดร้างที่ทรุดโทรม ให้เป็นไปตามเจตนาของผู้ที่คิดร้ายต่อทั้ง 2 พระองค์ เปลี่ยนชื่อ วัดเจ้าชาย คืออนุสรณ์พระเอกาทศรถ เป็น วัดกระชาย เปลี่ยน วัดเชษฐ์ ซึ่งพระเอกาทศรถสร้างเป็นอนุสรณ์แด่พี่ชายผู้ประเสริฐ เป็น วัดประเชด เปลี่ยน วัดพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งเป็นพระอาจาร์ที่ทั้ง 2 พระองค์นับถือเทิดทูนบูชาเป็น วัดลองช่องเป็นการทำลายวัดสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยให้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ไม่ให้ใครได้รับรู้ ความสำคัญของวัดทั้ง 3 ทั้งนี้ คงเป็นผลมาจากยุคหลัง จาก สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นยุค เสวยบุญเก่า ที่ได้สร้างมาโดย พระนเรศวรมหาราช พระเอกาทศรถ สมเด็จพระพนรัตน์ และพระมหาเถรคันฉ่องวัดทั้ง 3 นี้จึงเป็นที่สถิตของเทพ พรหม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวกใจบาปหยาบช้า จึงมีความหวาดกลัวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพ พรหม จะมาลงโทษ จึงร่วมกันทำลายเสียเลย ความจริงสิ่งที่ลำลายได้มันเป็นวัตถุเท่านั้น พลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพลังเทพพรหมไม่สามารถทำลายได้มันเป็นพลังสถิตที่คงอยู่ตามสภาวะของมันเอง เมื่อมีเหตุปัจจัยถึงพร้อมมันก็จะแสดงออกมา ดังเช่นพลังสถิตทั้ง 3 วัดเป็นตัวอย่าง ซึ่งเป็นรูปพีรามิด เมื่อแห่งหนึ่งถูกเปิดเผย ที่อื่น ๆ ก็จะถูกเปิดเผยตามกันมา ศูนย์พลังที่ชัดเจนที่สุดก็คือ บริเวณพระอุโบสถ จนกระทู้ทั่งถึงเจดีย์ โดยเฉพาะตรงจุดที่มีหินศักดิ์สิทธิ์อยู่เรื่องสิ่งศักดิ์จะเกิดก็ต่อเมื่อมีศรัทธาเท่านั้น เป็นเสมือนเป็นการเปิดเครื่องรับกระแสพลัง ผู้ที่เป็นต้นเหตุเปิดเผยมีทั้งฝรั่ง และคนไทย เริ่มจากมีผู้เอาพระเครื่องวัดกระชาย ไปให้พระอาจารย์สิงห์ทน อาจาร์ยจึงให้ฝรั่งจับดูเพื่ออยากรู้ประวัติความเป็นมา ก็มีเสียงสะท้อนมาว่า พระนี้ข้าฯ เป็นผู้สร้างข้าฯ คือใครฯ ข้าฯ คือ ผู้สร้างวัดนี้ (ขณะนั้นอยู่ที่หอสวดมนต์นเรศวร) ใครคือผู้สร้างวัดนี้ ? ไม่รู้จักพระเอกาทศรถ หรือ ? บางท่านอาจมีความสงสัยว่า พระเอกาทศรถยังไม่ไปผุดไปเกิดหรือ ? ตามความเป็นจริงพระองค์ได้ไปเกิดทันที่ที่สวรรคต ไม่ว่าไปเกิดในภพภูมิไหนก็ตาม จะมีกายเนื้อและกายทิพย์ ที่มาแสดงตามที่ปรากฏเป็นกายทิพย์ เรื่องนี้ฝรั่งเขามีเครื่องพิสูจน์ได้แล้ว เขาจึงเชื่อกัน ครั้นแล้ว ท่านก็รับสั่งต่อว่า คนไทยอกตัญญูต่อข้าฯ และพี่ชาย ดูซิ วัดของข้าฯ และ พี่ชาย ถูกทอดทิ้งเป็นวัดร้าง ที่ดินของวัดก็ถูกนำไปขายหมด คนไทยอกตัญญูต่อข้าฯ และพี่ชาย อย่างนี้ มีอะไรก็ขอให้ข้าฯและพี่ชายช่วย สมควรจะช่วยหรือไม่ ? ดูต่อไปซิ อะไรจะเกิดขึ้นกับเมืองไทย ?อาจมีความสงสัยกันว่า พระสิงห์ทน อวดอุตริมนุสสธรรม ท่านได้อธิบายว่า ท่านมิได้พูดเองฝรั่งกับเพื่อนของเขาพูดเหมือนกัน พวกเขาล้วนแต่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า มีอภิญญาจริง สิ่งที่จะสืบทอดญาณและเก็บสั่งสมพลังงานคืออัฐิ ดังที่เราเคารพบูชาพระบรมอัฐิของพระพุทธเจ้าหรือเรียกว่าพระบรมสารีริกธาตุ อรหันตธาตุ พระธาตุของพระเกจิฯ แต่แล้วที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กลับถูกลืมเมื่อรับรู้กระแสรับสั่งเช่นนี้ ต่างก็ขวนขวายช่วยกันกระจายข่าวสารนี้ออกไป จึงเป็นเหตุให้เกิดการบวงสรวงขึ้นที่วัดวรเชษฐ์นอกเกาะ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2549 หลังจากนั้น ก็เหมือนกับการเปิดวัดใหม่ ได้มีผู้คนทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ได้พากัน มาเยี่ยมชมมาสักการบูชา เทิดทูน บุญคุณของผู้มีพระคุณต่อประเทศชาติ และพระศาสนา พระอาจาร์ยสิงห์ทน ยกตัวอย่างให้ฟังว่า มีสตรีผู้หนึ่งที่เชียงใหม่ได้ไปศึกษาต่อที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกาแล้วได้แต่งงานกับฝรั่ง พอดีพ่อเสียชีวิตจึงได้ชวนสามีฝรั่งมาเผาศพพ่อ ที่เมืองไทย เสร็จจากการเผาก็พากันไปเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา พอไปถึงจุดหนึ่งสามีฝรั่งร้องไห้พร้อมกับไม่ยอมไปจากที่นั่น เขาบอกให้ภรรยาทราบว่า เขาตายตรงนั้น และร่างของเขาก็อยู่ที่นั่น ภรรยาจึงจ้างคนมาขุดก็เจอร่างสามีเมื่อจัดการทำบุญตามธรรมเนียมไทย จึงเดินทางออกจากที่นั่นได้ การที่ระลึกได้อย่างนี้เรียกว่าชาติอนุสสรญาณ จะเกิดเกิดเมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อม ซึ่งผิดกับปุพเพนิวาสานุสติญาณ ซึ่งได้จากการบำเพ็ญเพียรภาวนาตามระบบ ฝรั่งยังเล่ารายละเอียดว่า ชาติก่อนเขาเป็นคนไทยอยู่ที่อยุธยาตอนนั้นฝรั่งได้รับเกียรติได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี จึงคิดอยากเกิดเป็นฝรั่ง พอดีนักเลงสองพวกตะลุมบอลกัน เขาอยู่ท่ามกลางจึงถูกฆ่าตาย แล้วร่างของเขาจึงถูกฝังอยู่ตรงนั้น ส่วนต่าง ๆ ของกายเท่านั้นที่สามารถบรรจุญาณและพลังสถิตไว้ได้ดังเช่น เกสาธาตุ ทันตธาตุ เป็นต้น เพราะฉนั้นญาณและพลังของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะสถิตอยู่ ณ ชิ้นส่วนพระวรกายเท่านั้น ขณะนี้ผู้ที่ระลึกชาติได้แบบนี้ ต่างก็หลั่งไหลกันมาที่วัดวรเชษฐ์นอกเกาะ วันเสาร์ วันอาทิตย์แทบจะไม่มีที่จอดรถ ![]() พระปรางค์ซึ่งอาจจะเป็นที่เก็บพระบรมโกศและพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ![]() เจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบสองที่เมื่อแรกเป็นการสร้างถวาย เป็นพระราชกุศลให้แด่สมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ![]() เจดีย์ระฆังคว่ำ ซึ่งว่ากันว่าเป็นเจดีย์ซึ่งบรรจุอัฐิของสมเด็จพระพนรัต ![]() |
| เฝ้ารักเฝ้ารอ | ||
เป็นเพลงที่ชอบฟังเมื่อคิดถึงใครคนหนึ่ง |
||
|
View All |
||