พิมพ์หน้านี้
|
ดี เด่น ดัง ของจตุคามรามเทพ ก่อนอื่นผู้เขียนขอออกตัวกับท่านผู้อ่านว่า ผู้เขียนมิได้ต้องการประกาศตัวเป็นปรปักษ์กับผู้นิยมลัทธิเทวนิยม หรือ ผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์ท้าวจตุคามรามเทพแต่ประการใด ซ้ำยังสำนึกบุญคุณที่การจัดสร้างวัตถุมงคลนับร้อย รุ่นที่ผ่านมา และที่นับได้อีกนับร้อยรุ่น ในอนาคตอันใกล้ ได้มีส่วนพลิกฟื้น เศรษฐกิจ ของประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช และ แผ่อนานิสงค์ไปยังเพื่อนบ้านใกล้เคียง สร้างเงินสดสะพัดในธุรกิจต่างๆ กว่า 22,000 ล้าน (พาดหัวมติชนรายสัปดาห์ ฉบับ 13 เม.ย. 2550 ) แต่จากที่ผู้เขียนเคยค้นสัมภาระผู้ใกล้ชิด สนิทสนมกัน ก็ไม่พบเงินสดเหลืออยู่แต่ประการใด พบแต่ใบจองรุ่นต่าง ๆ เต็มกระเป๋า ยกเว้นแต่เศษเหรียญบ้างนิดหน่อยแล้ว ไม่มีอะไรคุ้มค่าพอที่จะหยิบฉวยได้ จึงหมดห่วงในภัยอันตรายจากผู้ร้าย ฉกชิง วิ่งราว ทรัพย์ อย่างแน่นอน เพียงห่วงแต่ประการเดียวว่า ใบจองดังกล่าวสามารถนำไปชำระเป็นค่าเทอม และอุปกรณ์การศึกษาได้หรือไม่ ? ถ้าได้ ? จะตีราคาใบจองตามราคาจอง หรือ ตามราคาซื้อขายในตลาด กันดี จำเป็นที่จะต้องมีการตั้ง ก.ล.จ. (กรรมการตรวจสอบใบจอง) แข่งกับ ก.ล.ต. ของตลาดหลักทรัพย์ด้วยหรือไม่ ขอคำตอบจากท่านผู้รู้ทั้งหลาย ขอด่วนด้วย เนื่องจากใกล้จะเปิดเทอมแล้ว หากท่านผู้อ่านมีนิวาสถานอยู่ในย่านชุมชน และมีรถแห่โฆษณาผ่านหน้าบ้านวันละร่วม 30 คัน ขับรถไปไหนมาไหนก็เจอแต่คัทเอ้าท์ บิลบอร์ด ขนาดใหญ่ ติดตามอยู่ทั่วหัวระแหง รวมถึงกำแพงวัด จะดื่มน้ำชา หรือกินก๋วยเตี๋ยว สามารถจะยืมวัตถุมงคลในตู้มาส่องฆ่าเวลารอน้ำก๋วยเตี๋ยวเดือด ก็ยังได้ (เหตุที่ต้องรอ เพราะอาเฮีย มัวแต่ไปเฝ้าใบจองที่วัด อาซ้อ ก็เลยลืมต้มน้ำ) ท่านจะบอกกับใครต่อใครได้อีกหรือไม่ว่า ท่านไม่สนใจ องค์จตุคามรามเทพ คงจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยอานุภาพเปี่ยมพลังรุนแรงของการสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการ ( IMC ) คือ เผยแพร่ด้วยสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ รายการทีวีโชว์ รถแห่ ที่ประดังประเด เข้ามา รวมทั้งจัดสถานที่ทำเล ที่จำหน่าย ( Place ) ให้ผู้บริโภครู้สึกสะดวกสบายในการซื้อหา (Convenience) มากที่สุด ไปไหนก็หาเช่ามาบูชาได้ ไปห้างก็ได้ กินข้าวแกงก็ได้ ตัดผมก็มีให้ชม แวะเซเว่นก็ได้ สนใจก็มีการนำส่งถึงบ้าน ( Delivery) ทั้งในรูปแคตตาล๊อก และ ของจริง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ (Accessories) สร้อยหินทิเบต เชือกถักลงอาคม ครบครัน ครบเครื่องถึงขนาดนี้ ผู้เขียนมั่นใจว่า ปีหน้า ทางมหาวิทยาลัย Harvard จะต้องนำเรื่องนี้ไปเขียนเป็นกรณีศึกษาตัวอย่าง ( Case study ) อย่างแน่นอน คราวนี้ล่ะ ประเทศไทยจะ โก อินเตอร์ แล้ว รัฐบาลไม่ต้องมามัวแต่ประกันราคารับซื้อลำใย เงาะ มังคุด พืชผล เกษตร อื่น ๆ ให้เมื่อยตุ้ม อีกต่อไป ( เว้นแต่ ขิงแก่ พืชชนิดเดียวที่รัฐบาล ต้องรับซื้อไปจนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ) ผู้เขียนลองจำแนกการรับรู้ วัตถุมงคลจตุคามรามเทพ ออกได้ เป็น 3 ระดับ คือ ระดับแรกเรียกว่า รู้ถึงแก่น ( Core product ) ที่ผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ปรารถนาจะได้จากการเช่าบูชา โดยเก็บข้อมูลจาก วาทกรรม ชื่อรุ่นต่าง ๆ ตามที่ปรากฎ เป็น 3 ด้าน คือ ดีด้านบารมี อาทิเช่น รุ่น สุดยอดบารมี รุ่นบารมีศรีวิชัย เด่นด้านปาฏิหารย์ อาทิเช่น รุ่นปาฏิหารย์ ราชันดำ ดังด้านร่ำรวย อาทิเช่น รุ่น คลังเศรษฐี รุ่นดวงเศรษฐี รุ่นโคตรเศรษฐี รุ่นเงินไหลมา รุ่นรวยวัน รวยคืน รุ่นรวยสมใจนึก รุ่นทวีโภคทรัพย์ หรือนำดี หรือ เด่น และดัง แต่ละด้านมารวมกัน อาทิเช่น รุ่นเทพนิมิตร เงินทองไหลมา รุ่นเทพพุทธา มหาเศรษฐี หรือมีการตั้งชื่อเลียนแบบรุ่นที่ได้รับความนิยม ก็ไม่ผิดธรรมเนียมวงการพระเครื่องแต่ประการใด อาทิเช่น รุ่น เงินไหลกอง ทองไหลมา เป็นต้น ระดับที่สอง เรียกว่าผลิตภัณฑ์ที่แท้จริง ( Tangible product) เป็นสิ่งที่ผู้เช่าบูชาได้หยิบ จับต้องได้ เป็นวัตถุมงคลในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น เป็นแว่น พิมพ์แสตมป์ ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ เนื้อว่าน เนื้อก้นครก เคลือบเซรามิก ปัดทอง ผสมผงงาช้าง รวมถึงหีบห่อ (Packaging) ต่าง ๆ เช่น ใส่ถุงแบบถุงขายยาร้านหมอตี๋ องค์ละถุง บรรจุกล่องพิมพ์ข้อความเดินทองอย่างดีเป็นองค์ และเป็นชุด หรือล่าสุดที่ผู้เขียนพบของวัดแห่งหนึ่ง คือ ดัดแปลงกล่องใส่ขนมปังมาบรรจุ ก็เก๋ไก๋ดีไม่หยอก แต่ควรจะพิมพ์ระบุไว้หลังกล่องด้วยว่า วิธีการใช้ สำหรับบูชาเท่านั้นห้ามนำไปบริโภค ระดับที่สาม เป็นส่วนควบที่เป็นผลประโยชน์ซึ่งผู้เช่าบูชาจะได้รับ ( Augmented product ) ในกรณีนี้อาจจะเหมือนกับ ซื้อล๊อตเตอรี่ แล้วคนขายอวยพรให้ถูกรางวัลที่หนึ่ง ผู้เขียนก็งงทุกครั้งว่า ทำไมคนขายไม่เก็บไว้เอง จะได้ไม่ต้องมาเดินขายล๊อตเตอรี่ อาจจะเป็นความต้องการบำเพ็ญทานบารมี ให้สัตว์โลกอย่างผู้เขียนได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากก็เป็นได้ ส่วนควบนี้ผู้มีจิตศรัทธาบางรายอาจจะไม่ได้รับ ก็คงไม่เป็นไร เพราะคงต้องเฉลี่ยความร่ำรวยกันไป หากมุบมิบไว้คนเดียวอาจจะเหมือนโคตรเศรษฐี เจ็ดหมื่นล้าน คนหนึ่งที่ต้องตุรัดตุเหร่ หาทางกลับประเทศไทยไม่เจอจนเดี๋ยวนี้ หรือท่านใดชอบแบบนั้น ก็ตามใจ โบราณว่า ลางเนื้อชอบลางยา แต่ผู้เขียนคนหนึ่ง ที่ไม่ขอเอาด้วยล่ะ
|
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |