พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้เพื่อนซี้ผมคนหนึ่งโทร.มาบอกว่าได้อ่านข้อเขียนของผมในบล็อก ที่ให้คำแนะนำแก่คนที่เพิ่งเริ่มเขียนบล็อก (ที่มีปัญหาว่าไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี ไม่มีเรื่องจะเขียน) แต่เพื่อนคนนี้มีปัญหาต่างออกไปอีก คือว่า เขามีเรื่องที่จะเขียนเยอะ ชอบเล่า ชอบเขียนอยู่แล้ว แต่เขียนแบบมวยวัด เขียนได้เรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าถูกหลักการเขียนที่ดีหรือเปล่า จึงต้องการพัฒนาตัวเองให้เป็นนักเขียนมืออาชีพ เขียนอย่างถูกหลักวิชาการ และอยากได้คำแนะนำจากผม ผมเลยรีบบอกเพื่อนไปทันทีว่า ผมไม่กล้าให้คำแนะนำหรอก เพราะผมก็มวยวัดเหมือนกัน ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ และก็ไม่ใช่นักวิชาการด้วย เขาเลยบอกต่อว่า รู้แล้วว่าเอ็ง ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่เห็นว่าเป็นนักอ่าน เลยอยากให้ช่วยไปอ่านมา แล้วเอามาเขียนไว้ในบล็อกให้หน่อยได้ไหม? ผมจึงตอบกลับไปในฐานะคนคุ้นเคยว่า ถ้าอย่างนั้นก็โอเค เดี๋ยวจัดให้...ขอเวลาไม่เกินสองวัน จะรีบหาคำตอบมาให้อ่าน หลังจากรับปากเพื่อนแล้ว ผมก็รีบหาตำรับตำรา หนังสือต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเขียน ในตู้หนังสือที่บ้านโชคดีเจอบทความในแม็กกาซีน ค.คน ฉบับเดือนสิงหาคม 2551 เรื่อง อยากเป็นนักเขียนต้องอ่านอย่างไร ? เขียนโดย รศ. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของรางวัลนักวิจารณ์วรรณกรรมยอดเยี่ยม กองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยกุล คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนผมได้ เลยรีบคัดลอกบางส่วนมาไว้ให้อ่านตามสัญญา (ถ้าอยากอ่านบทความฉบับเต็มก็ไปหาซื้อมาอ่านเองนะ) อาจารย์บอกว่า .... ...พื้นฐานการเขียนที่ท่านมองว่าสำคัญที่สุดคือ การอ่าน ซึ่งพื้นฐานของการอ่านก็คือ การที่เราพยายามทำความเข้าใจว่าข้อคิดข้อเขียนนั้น ว่าต้องการบอกอะไรเรา พยายามสื่อสารกับเราอย่างไร ด้วยวิธีการหรือถ้อยคำแบบใด แต่ถ้าจะให้เหนือไปกว่าระดับนั้นสำหรับคนที่สนใจงานด้านการเขียน สิ่งที่น่าจะทำในทุกครั้งที่อ่าน นั่นคือ พยายามสนทนากับข้อเขียน คิดตามสิ่งที่อ่าน หรือแม้กระทั่งคิดโต้แย้งกับข้อเขียนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทำได้และน่าจะทำ ...การอ่านในทัศนะของอาจารย์ด้านวรรณคดีท่านนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการรับสารและทำความเข้าใจตามเนื้อหา เพราะถ้าหวังว่าจะอ่านเพื่อให้เกิดปัญญาอย่างแท้จริงแล้ว ต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณ หัดคิดและตีความต่อไปจากตัวหนังสือที่ผ่านสายตา ยิ่งถ้ามองให้มันเป็นความสุขของการอ่านด้วยแล้ว การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ นับเป็นการสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้อีกทางหนึ่งด้วย... การอ่านแล้วคิดมิเพียงเป็นการลับสมอง แต่ยังเป็นผลดีต่อการเขียน ในแง่ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะใส่ใจและอ่อนไหวต่อภาษาที่ผู้เขียนใช้ในการสื่อสาร เข้าใจนัยยะที่แฝงเร้นอยู่ในเนื้อความนั้น เมื่อคุณอ่านมากขึ้น หลากหลายขึ้น สิ่งที่เป็นผลตามมาคือ คุณก็จะอ่อนไหวกับภาษาและการเขียนมากขึ้น พอถึงคราวที่คุณอยากเป็นนักเขียน เวลาสื่อความหมายกับผู้อื่นผ่านทางตัวอักษร คุณก็จะสามารถทำมันได้อย่างละเอียดอ่อนและแยบยลยิ่งขึ้น ในฐานะนักวิชาการและนักเขียนที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงวรรณกรรมมานานร่วม 20ปี อาจารย์ชูศักดิ์มองเห็นแนวคิดบางประการที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นศัตรูต่อการอ่าน และมีผลกระทบต่อการสร้างนักเขียนคุณภาพในเมืองไทย น่าเสียดายที่มีอยู่ช่วงหนึ่ง ในวงวรรณกรรมบ้านเรามันเกิดแนวคิดที่ว่า การเป็นนักเขียนที่ดีต้องมีประสบการณ์ที่โชกโชน อ่านหนังสือไม่มากก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถเขียนเรื่องได้จากประสบการณ์ชีวิต คิดอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันถูกแค่ครึ่งเดียว ไม่ใช่ทั้งหมด ความคิดดังกล่าวอาจมีที่มาจากกระแสของวรรณกรรมแนวสัจนิยมในยุคหนึ่ง ที่เน้นการเขียนจากเรื่องจริงและประสบการณ์ตรง ซึ่งอาจารย์ชูศักดิ์เชื่อว่า การเขียนหนังสือไม่ได้อาศัยเพียงประสบการณ์ แต่ยังต้องการปัจจัยอื่นเป็นส่วนประกอบด้วย อย่างน้อยที่สุด คนเป็นนักเขียนควรจะมีคลังคำและมีความเข้าใจในองค์ประกอบของวรรณศิลป์ ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลิตงานเขียน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สะสมและสร้างขึ้นได้จากประสบการณ์การอ่านของแต่ละบุคคล ถ้าคุณมีประสบการณ์ แต่คุณไม่สามารถที่จะกลั่นกรองสังเคราะห์ หรือทำให้มันออกมาเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งได้มันก็เปล่าประโยชน์ ที่สุดแล้ว ทุกๆ ครั้งที่คุณเป็นผู้อ่าน ไม่ว่าจะอ่านอะไรและอ่านจากไหน ถ้าอยากเป็นนักเขียน คุณควรฝึกฝนตัวเองให้รู้จัก รับ สารจากสิ่งที่อ่าน ไปพร้อมๆ กับ ลับ สมองของตัวเองด้วยการคิดและตีความ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ เป็นรากฐานของการเขียนที่ดี เพื่อนคงได้คำตอบจากอาจารย์ชูศักดิ์แล้วนะว่าการที่จะเป็นนักเขียนที่ดีได้นั้น ต้องเริ่มจากเป็นนักอ่านที่ดีก่อน แล้วถ้าเจอคำแนะนำดี ๆ จะเอามาโพสต์ไว้ไห้อ่านอีกแล้วกัน วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ ต้องเข้านอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้ธนาคารกสิกรไทยแต่เช้า สวัสดีครับ |
| Train The Trainer (2) | ||
ภาพการอบรมหลักสูตร Train The Trainer วันสุดท้าย |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||