• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 183
  • จำนวนผู้ชม : 38067
  • จำนวนผู้โหวต : 81
  • ส่ง msg :
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chaiyospun
วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน 2551
อยากเป็นนักเขียนมืออาชีพ...ต้องทำอย่างไง ?
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 214 , 20:34:13 น.   | หมวดหมู่ : บทความ  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้เพื่อนซี้ผมคนหนึ่งโทร.มาบอกว่าได้อ่านข้อเขียนของผมในบล็อก ที่ให้คำแนะนำแก่คนที่เพิ่งเริ่มเขียนบล็อก (ที่มีปัญหาว่าไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี ไม่มีเรื่องจะเขียน) 

แต่เพื่อนคนนี้มีปัญหาต่างออกไปอีก คือว่า เขามีเรื่องที่จะเขียนเยอะ ชอบเล่า ชอบเขียนอยู่แล้ว แต่เขียนแบบมวยวัด เขียนได้เรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าถูกหลักการเขียนที่ดีหรือเปล่า

จึงต้องการพัฒนาตัวเองให้เป็นนักเขียนมืออาชีพ เขียนอย่างถูกหลักวิชาการ และอยากได้คำแนะนำจากผม

ผมเลยรีบบอกเพื่อนไปทันทีว่า ผมไม่กล้าให้คำแนะนำหรอก เพราะผมก็มวยวัดเหมือนกัน ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ  และก็ไม่ใช่นักวิชาการด้วย

เขาเลยบอกต่อว่า “รู้แล้วว่าเอ็ง ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่เห็นว่าเป็นนักอ่าน เลยอยากให้ช่วยไปอ่านมา แล้วเอามาเขียนไว้ในบล็อกให้หน่อยได้ไหม?  ” 

ผมจึงตอบกลับไปในฐานะคนคุ้นเคยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็โอเค เดี๋ยวจัดให้...ขอเวลาไม่เกินสองวัน จะรีบหาคำตอบมาให้อ่าน ” 

หลังจากรับปากเพื่อนแล้ว ผมก็รีบหาตำรับตำรา หนังสือต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเขียน ในตู้หนังสือที่บ้านโชคดีเจอบทความในแม็กกาซีน ค.คน ฉบับเดือนสิงหาคม 2551  

เรื่อง “อยากเป็นนักเขียนต้องอ่านอย่างไร ? “  เขียนโดย รศ. ชูศักดิ์  ภัทรกุลวณิชย์  อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของรางวัลนักวิจารณ์วรรณกรรมยอดเยี่ยม กองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยกุล

คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนผมได้ เลยรีบคัดลอกบางส่วนมาไว้ให้อ่านตามสัญญา (ถ้าอยากอ่านบทความฉบับเต็มก็ไปหาซื้อมาอ่านเองนะ)

อาจารย์บอกว่า ....

...พื้นฐานการเขียนที่ท่านมองว่าสำคัญที่สุดคือ การอ่าน ซึ่งพื้นฐานของการอ่านก็คือ การที่เราพยายามทำความเข้าใจว่าข้อคิดข้อเขียนนั้น ว่าต้องการบอกอะไรเรา พยายามสื่อสารกับเราอย่างไร ด้วยวิธีการหรือถ้อยคำแบบใด…

แต่ถ้าจะให้เหนือไปกว่าระดับนั้นสำหรับคนที่สนใจงานด้านการเขียน สิ่งที่น่าจะทำในทุกครั้งที่อ่าน นั่นคือ พยายามสนทนากับข้อเขียน คิดตามสิ่งที่อ่าน หรือแม้กระทั่งคิดโต้แย้งกับข้อเขียนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทำได้และน่าจะทำ”

...การอ่านในทัศนะของอาจารย์ด้านวรรณคดีท่านนี้  จึงไม่ได้เป็นเพียงการรับสารและทำความเข้าใจตามเนื้อหา เพราะถ้าหวังว่าจะอ่านเพื่อให้เกิดปัญญาอย่างแท้จริงแล้ว ต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณ หัดคิดและตีความต่อไปจากตัวหนังสือที่ผ่านสายตา

…ยิ่งถ้ามองให้มันเป็นความสุขของการอ่านด้วยแล้ว การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ นับเป็นการสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้อีกทางหนึ่งด้วย...

การอ่านแล้วคิดมิเพียงเป็นการลับสมอง แต่ยังเป็นผลดีต่อการเขียน ในแง่ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะใส่ใจและอ่อนไหวต่อภาษาที่ผู้เขียนใช้ในการสื่อสาร เข้าใจนัยยะที่แฝงเร้นอยู่ในเนื้อความนั้น

“เมื่อคุณอ่านมากขึ้น หลากหลายขึ้น สิ่งที่เป็นผลตามมาคือ คุณก็จะอ่อนไหวกับภาษาและการเขียนมากขึ้น พอถึงคราวที่คุณอยากเป็นนักเขียน เวลาสื่อความหมายกับผู้อื่นผ่านทางตัวอักษร คุณก็จะสามารถทำมันได้อย่างละเอียดอ่อนและแยบยลยิ่งขึ้น”

ในฐานะนักวิชาการและนักเขียนที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงวรรณกรรมมานานร่วม 20ปี อาจารย์ชูศักดิ์มองเห็นแนวคิดบางประการที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นศัตรูต่อการอ่าน และมีผลกระทบต่อการสร้างนักเขียนคุณภาพในเมืองไทย

“น่าเสียดายที่มีอยู่ช่วงหนึ่ง ในวงวรรณกรรมบ้านเรามันเกิดแนวคิดที่ว่า การเป็นนักเขียนที่ดีต้องมีประสบการณ์ที่โชกโชน อ่านหนังสือไม่มากก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถเขียนเรื่องได้จากประสบการณ์ชีวิต”

“คิดอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันถูกแค่ครึ่งเดียว ไม่ใช่ทั้งหมด”

ความคิดดังกล่าวอาจมีที่มาจากกระแสของวรรณกรรมแนวสัจนิยมในยุคหนึ่ง ที่เน้นการเขียนจากเรื่องจริงและประสบการณ์ตรง ซึ่งอาจารย์ชูศักดิ์เชื่อว่า การเขียนหนังสือไม่ได้อาศัยเพียงประสบการณ์ แต่ยังต้องการปัจจัยอื่นเป็นส่วนประกอบด้วย

อย่างน้อยที่สุด คนเป็นนักเขียนควรจะมีคลังคำและมีความเข้าใจในองค์ประกอบของวรรณศิลป์ ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลิตงานเขียน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สะสมและสร้างขึ้นได้จากประสบการณ์การอ่านของแต่ละบุคคล

“ถ้าคุณมีประสบการณ์ แต่คุณไม่สามารถที่จะกลั่นกรองสังเคราะห์ หรือทำให้มันออกมาเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งได้มันก็เปล่าประโยชน์”…

… “ที่สุดแล้ว ทุกๆ ครั้งที่คุณเป็นผู้อ่าน ไม่ว่าจะอ่านอะไรและอ่านจากไหน ถ้าอยากเป็นนักเขียน คุณควรฝึกฝนตัวเองให้รู้จัก “รับ” สารจากสิ่งที่อ่าน ไปพร้อมๆ กับ “ลับ” สมองของตัวเองด้วยการคิดและตีความ…

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ เป็นรากฐานของการเขียนที่ดี

            เพื่อนคงได้คำตอบจากอาจารย์ชูศักดิ์แล้วนะว่าการที่จะเป็นนักเขียนที่ดีได้นั้น ต้องเริ่มจากเป็นนักอ่านที่ดีก่อน  แล้วถ้าเจอคำแนะนำดี ๆ จะเอามาโพสต์ไว้ไห้อ่านอีกแล้วกัน 

          วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ  ต้องเข้านอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้ธนาคารกสิกรไทยแต่เช้า สวัสดีครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
LittleConqueror วันที่ : 08/09/2008 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/LittleConqueror

คงต้องใช้เวลาเก็บ "คลังคำ" อีกสักระยะหนึ่งน่ะครับ
นอกจากคลังคำ ก็ต้องมี คลังความรู้ อีกพอสมควรเลยนะครับ
แต่ก็จะสู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
อาจารย์เศก วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 02.18 น.
http://www.oknation.net/blog/sekyicy

อยากเป็นนักเขียน ก็ต้องเริ่มลงมือเขียน ถ้าไม่เขียนแล้วจะเป็นนักเขียนได้อย่างไร จริงไหมครับอาจารย์
ความคิดเห็นที่ 2
นกหงษ์หยก วันที่ : 06/09/2008 เวลา : 07.26 น.
http://www.oknation.net/blog/kanjanaho

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ และในทางปฏิบัติจากประสบการณ์ของตัวเองที่ทำสำเร็จมา(ขั้นหนึ่ง) นอกจากจะต้องอ่านเยอะแล้ว ต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้อกับการเป็นนักเขียนด้วย เช่น การเอาหนังสือทั้งหมดในบ้านมาวางไว้รอบตัว ทำบรรยากาศให้ชีวิตเรากับหนังสือหลอมไปด้วยกัน จากนั้นลงมือเขียน อะไรก็ได้ แต่ควรจะมีจุดประสงค์และรู้จักผู้อ่าน เช่น จดหมายข่าวถึงเพื่อนๆ ที่สนิท ก็คือมีเพื่อนสนิทเป็นเป้าหมาย ก็เลือกเรื่องและปรับสำนวนที่คิดว่าเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ลองทำเป็นประจำ เช่นส่งให้ทุกวันพุธ เพื่อเป็นการฝึกวินัยของเรา เริ่มต้นอย่างนี้ควบคู่กับการอ่านเรื่อยๆ ในที่สุดเราก็จะเป็นนักเขียนได้ค่ะ แต่นักเขียนก็มีระดับมีขั้น ฉะนั้นก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 1
กลองไท วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 20.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kraitong
ไทนาหว้า

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30