พิมพ์หน้านี้
|
ถ้อยคำของคุณสมัคร สุนทรเวช หลังได้รับไมตรีจากอดีตนายกรัฐมนตรี และเข้ายึดครองตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อันเป็นเงาร่างของไทยรักไทยในภพใหม่อย่างเป็นทางการ นับว่าชัดเจน ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง "ถ้าจะบอกว่า ผมเป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ก็แล้วแต่จะคิด แต่จะทำพรรคให้เป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง ทำให้บ้านเมืองเกิดประโยชน์ และจะเป็นตัวแทนของตัวเองอยู่บนเวทีเพื่อกอบกู้บ้านเมือง ความจริงคำว่านอมินีมีความหมายที่เป็นคุณต่อบ้านเมืองนี้ เพราะนอมินีนี่แหละที่ทำให้เศรษฐกิจบ้านเมืองเจริญก้าวหน้ามาทุกวันนี้ ฉะนั้น ผมตอบคำถามตรงนี้ว่า ผมจะเป็นนอมินีให้นายกฯทักษิณ ผมจะทำให้พรรคการเมืองนี้แข็งแรง เพื่อจะเอาประชาธิปไตยกลับมาให้บ้านเมืองนี้" จากนี้ สมัคร สุนทรเวช จะแสดงบทบาทนอมินีของทักษิณ ชินวัตร ได้สมบทบาทหรือไม่ โดยเฉพาะนอมินีในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่สมัคร สุนทรเวช ใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเสมือนว่าวหลุดลอยลมไปแสนไกลแล้วก่อนหน้านี้ ต้องยอมรับว่า จำนวนอดีต ส.ส.ในการเลือกตั้งทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ๒๐๐ กว่าคน ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าจะเคยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของใครมาก่อน หรือจะประเมินว่า โอกาสในการกลับมาน้อยเพียงใด แต่คิดในเชิงคณิตศาสตร์ พลังประชาชน และสมัคร สุนทรเวช ก็มีสิทธิ "ดับฝัน" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไม่ยากเย็น ถึงแม้ "คนชั้นกลาง" จะเทใจให้ท่วมท้นในสมัยหน้า หรือกลุ่มทุนจะหลั่งไหลเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์มากมายเพียงใดก็ตาม บทบาทใหม่ในนามหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ของสมัคร สุนทรเวช หรือนามในวงการสื่อว่า "นายหมอดี" นั้น ไม่เพียงอดีตนักการเมืองไทยรักไทยจะได้ "จตุคามรามเทพ" รุ่นเก่าแก่ในทางการเมืองมาให้การปกป้อง คุ้มครองเท่านั้น หากในยามที่สื่อกระแสหลัก กลายเป็น "สื่อเลือกข้าง" นักการเมืองที่จะต่อกรกับสื่อได้อย่างสมน้ำสมเนื้อที่สุด เห็นจะไม่มีใครเกินนายหมอดีคนนี้ไปได้ ในขณะที่สนธิ ลิ้มทองกุล มองว่าระบอบทักษิณ ขีดเส้นชีวิตให้คนไทยตกอยู่ในหล่มโคลนแห่งความเท็จ ได้แต่แบมือขอ ช่วยตัวเองไม่ได้ สมัครกลับกล่าวว่า สื่อนั่นเองเป็นผู้กำหนด ความดี ชั่วของทักษิณ คล้ายนายหมอดี จะอธิบายว่า สื่อแสดงบทบาทที่เรียกกันในเชิงวิชาการว่า เป็นผู้กำหนดวาระข่าวสาร คือการกำหนดประเด็นข่าว หรือเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อให้ประชาชนเห็นคล้อยตามไปกับวาระข่าวสารของสื่อ คราวเมื่อ ASTV ประกาศศึกเต็มรูปแบบกับ "ทักษิณ ชินวัตร" สมัคร สุนทรเวช ก็กอดคอดุสิต ศิริวรรณ "คิดตามวัน" ตาต่อตา ฟันต่อฟันกับ ASTV เป็นที่ถูกใจทักษิณ อย่างยิ่ง แต่ไม่ว่าจะยามเฝ้าแผ่นดิน หรือคิดดามวัน ถึงที่สุดแล้ว จะไม่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อสังคมเลย หากประเด็นหรือเรื่องราวเหล่านั้น มิได้สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชน ภาพลักษณ์ของ นปก.ที่เสื่อมทรามลงหลังเหตุการณ์คืนวันอาทิตย์ (๒๒) ย่อมเป็นผลมาจากประชาชน หาใช่สื่อไม่ นายหมอดี เคยพูดถึงรัฐบาลที่เขาร่วมอยู่ด้วยคณะหนึ่งว่า "มีการเอาข่าวไปยุ ไปถามทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งรัฐบาลมาว่า ไม่ดี ไม่ชอบ หน้าตาน่าเกลียด ... ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากสื่อมวลชนไม่ชอบรัฐบาล เลยทำกันทุกวิถีทาง" นายหมอดี ไม่เคยเลิกราที่จะสู้รบกับสื่อ และเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงความคิดเช่นนี้เลย ในห้วงระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา น่าสนใจว่า ปรากฎการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร อาจจะเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ผมจะยึดอาชีพนักข่าวการเมือง ราว ๔ - ๕ ปี ในช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช (เสนีย์ ๑ เมษายน - กันยายน ๒๕๑๙) - (เสนีย์ ๒ กันยายน - ตุลาคม ๒๕๑๙) และรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร (ตุลาคม ๒๕๑๙ - ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๐) ยุค "ขวาพิฆาตซ้าย" นายหมอดี โดดเด่นอย่างยิ่ง ประชาธิปไตย อธิปัตย์ เป็นตัวแทนสื่อฝ่ายซ้าย ดาวสยาม สยามมิศร์ เดลิมิเรอร์ จนกระทั่งถึงเจ้าพระยา ในสมัยรัฐบาลธานินทร์ เป็นฝ่ายขวา นายหมอดียืนอยู่ฝ่ายหลัง การโหมกระพือข่าว การบิดเบือนข่าวขบวนการนักศึกษาของสื่อปีกขวา นำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชื่อสมัคร สุนทรเวช เป็นนายสมัคร สุนทรเวช หรือ "นายหมอดี" คอลัมนิสต์คนดังแห่ง "สยามรัฐ" ผู้ที่คนสยามรัฐเคยเขียนถึงเขาในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๑๙ ก่อนหน้าที่คณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดินจะเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพียงหนึ่งเดือน "นายสมัครเป็นนักหนังสือพิมพ์หนุ่ม ที่ได้ชื่อว่า ปักหลักต่อสู้กับกลุ่มคนผู้ทุจริต คดโกงประเทศชาติและประชาชนอย่างเหนียวแน่น แสดงความคิดเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์อย่างกล้าหาญ และตรงไปตรงมา ปลายปากกาของนายหมอดี ยืนอยู่กับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน" แล้วในที่สุด นายหมอดี ก็ได้ดิบ ได้ดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในยุคของรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่ได้มาจากการยึดอำนาจรัฐบาลที่เขามีมีส่วนร่วมอยู่ด้วย ในขณะที่ชวน หลีกภัย วีระ มุสิกพงศ์ รวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนอื่นๆ ต้องหนีภัยการเมืองกันหัวซุกหัวซุน ยุคนี้เอง ที่ความขัดแย้งระหว่างสมัคร สุนทรเวช กับสื่อมวลชนเฉพาะในประเภทหนังสือพิมพ์ รุนแรงมากขึ้น หนังสือพิมพ์หลายฉบับประกาศศึกกับเขาอย่างเปิดเผย ในขณะที่สมัครก็ใช้อำนาจของเขาอย่างเต็มที่ ในฐานะ มท.๑ ผู้ควบคุมหนังสือพิมพ์ตามประกาศคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ ๔๒ (ป.ร.๔๒) ในยุคของสมัคร เป็นยุคที่รัฐบาลใช้อำนาจตาม ป.ร.๔๒ มากที่สุด ระยะเวลาเพียง ๑ ปี มีการสั่งปิดหนังสือพิมพ์ถึง ๑๗ ครั้ง สมัคร สุนทรเวช อาจเป็นนักการเมืองคนเดียว ที่มีประวัติศาสตร์ทั้งรัก ทั้งชัง กับคนในวงการสื่อมวลชนมายาวนาน และเขาก็รู้ดีว่านาทีนี้ สื่อกระแสหลักหาได้มีอิทธิพลต่อทัศนคติ ความคิดและความเชื่อของกลุ่มคนรากหญ้าที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคพลังประชาชนไม่ นี่เอง ที่เป็นความฝันของนายกฯนอมินี นามสมัคร สุนทรเวช ที่ปรารถนาจะสอยดาวมาติดบ่าสักครั้งหนึ่งในชีวิต! |
| Jasmine & Jk stories | ||
การเดินทางของจินตนาการ ความรู้และความคิด บนสายน้ำแห่งชีวิต |
||
|
View All |
||