พิมพ์หน้านี้
|
ข้าวสารบรรจุ ๕ กิโล จากราคาเดิม ๑๐๐ บาทเศษ ทะยานไปถึงเกือบ ๒๐๐ บาท แพงขึ้นเกือบ ๑๐๐ % แต่คนไทยก็ยังต้องซื้อ เพราะข้าวเป็นอาหารหลัก เมื่อยังเยาว์นั้น ผมจำได้ว่าจะต้องพกบัตรประชาชนไปแสดงตัวเพื่อซื้อข้าวสาร เพราะในยุคช่วงปลายเผด็จการยุคหนึ่ง ข้าวมีปริมาณน้อย ราคาแพง จนต้องจำกัดจำนวนการซื้อ ถึงยุคนี้ ข้าวจากกระสอบที่เปลี่ยนมาเป็นบรรจุถุงพลาสติกก็ยังคงจำกัดการซื้อ โดยปกติครอบครัวหนึ่งไม่เกิน ๕ ถุง ไม่ต้องแสดงบัตรประชาชน ระบบเวียนเทียนซื้อข้าวจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าในยุคไหน ข้าวน้อย ราคาแพง คนที่ร่ำรวยคือพ่อค้าคนกลาง พ่อค้าส่งออก เท่านั้น ยามนี้ ผมคิดถึงนายมั่น น้องชายต่างมารดา ที่ร่ำเรียนจบจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ เต้นโขนรับบทยักษ์สมุนทศกัณฐ์ อยู่พักใหญ่ ก็เปลี่ยนวิถีชีวิตไปเป็นชาวไร่ดอกไม้บนภูเขาสูงที่น้ำหนาว เพชรบูรณ์ เขาปลูกผักสวนครัวหน้าบ้าน เลี้ยงปลาในบ่อ และปลูกข้าวไร่กิน ข้าวไร่ มีลักษณะเมล็ดอวบๆขาวๆ ที่เรียกว่าข้าวญี่ปุ่น มีบรรจุถุงขายเรียงรายสองข้างทางขึ้นเขาค้อ นายมั่น ใช้เชิงเขาปลูกข้าวแบบขั้นบันได เมื่อข้าวออกรวงเขียวไสว เขาก็เก็บเกี่ยวและสีเอง โดยใช้กระสอบปูบนพื้นถนนโรยข้าวเกลี่ยให้กระจายไปเท่ากัน ใช้กระสอบอีกผืนปูทับลงไป จากนั้นรถปิกอัพเก่าคร่ำคร่าของเขาก็ทำหน้าที่แทนโรงสี โดยนายมั่นขับบดไปบดมาบนนั้นช้าๆ ไม่นานเขาก็ได้ข้าวสารเมล็ดอวบขาวบรรจุกระสอบไว้กินอีกนานหลายเดือน ในยามที่ข้าวไม่มีขายเช่นนี้ คงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะคาดหวังจากรัฐบาลซึ่งมีแต่เรื่องวุ่นวายทางการเมือง คงต้องเข้าป่า หรือไต่ขึ้นภูเขาสูง หาที่สักแปลงปลูกข้าวกินเอง |
| Jasmine & Jk stories | ||
การเดินทางของจินตนาการ ความรู้และความคิด บนสายน้ำแห่งชีวิต |
||
|
View All |
||