พิมพ์หน้านี้
|
ลุงโฮ ในอุทยานหุ่นขี้ผึ้งที่อำเภอบางแพ ราชบุรี ------------------------- ฮานอยในวันที่ผมไปเยือนนั้น ธงชาติสีแดงปลิวไสวด้วยเป็นวันชาติเวียดนาม ผู้คนเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อไปเคารพศพลุงโฮที่นอนนิ่งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมือง ลุงโฮของคนเวียดนาม หรือลุงโฮในใจคนฮานอย ชื่อเดิม คือ เหงียน ทัต ทาน (Nguyen Tat Thanh) เกิดเมื่อ ค.ศ.๑๘๙๐ พ่อของเขาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ถูกปลดจากตำแหน่ง หลังจากเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจับได้ว่า ติดต่อกับขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส ลุงโฮเรียนหนังสือที่เมืองเว๊ จากนั้นออกมาทำงานเป็นครูอยู่ ๒-๓ ปี ก่อนที่จะสมัครเข้าทำงานในเรือเดินทะเลสู่ยุโรป ยุโรป ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้กลายเป็นจุดหักเหในชีวิตของโฮจิมินห์ โดยความเลื่อมใสศรัทธาในลัทธิคอมมิวนิสต์เกิดขึ้นที่นี่ จนกระทั่งปี ค.ศ.๑๙๒๒ โฮจิมินห์ เดินทางไปประชุมองค์การคอมมิวนิสต์สากล ณ กรุงมอสโก ศึกษาลัทธิมาร์กซิสม์และเลนินนิสม์อยู่ในรัสเซีย ๓ ปีต่อมาเขาเดินทางสู่มณฑลกวางตุ้งของจีน เพื่อเป็นที่ปรึกษาของมิเคิล โบโรดิน ซึ่งทางการรัสเซียส่งไปช่วยสอนที่โรงเรียนนายร้อยของจีน ที่มณฑลกวางตุ้งซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจีน มีพวกเวียดนามที่หลบหนีฝรั่งเศสเข้ามาซ่องสุมกำลัง โฮจิมินห์จึงได้เข้าร่วมกับกลุ่มชาตินิยมเวียดนาม เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ เปิดฉากขึ้น โฮจิมินห์เดินทางกลับประเทศเวียดนาม และได้ก่อตั้งขบวนการกู้ชาติของกลุ่มชาตินิยมหลายฝ่าย รวมทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์ด้วย ขบวนการกู้ชาติของโฮจิมินห์ ชื่อว่า เวียดมินห์ ทำการสู้รบเพื่อปลดแอกเวียดนามจากการยึดครองของฝรั่งเศส จนได้รับชัยชนะที่สมรภูมิเดียนเบียนฟู ชัยชนะที่สมรภูมิเดียนเบียนฟู คือเชื้อไฟแห่งการต่อสู้และปลดปล่อยเวียดนามใต้ หรือโฮจิมินห์ซิตี้ในวันนี้ ให้พ้นจากกรงเล็บพญาอินทรีในเวลาต่อมา เสมือนหนึ่งตอบรับความมุ่งมั่นของโฮจิมินห์ที่ว่า "เวียดนามคือแผ่นดินเดียวกัน ไม่มีผู้ใดสามารถแบ่งแยก ถึงแม้ว่าสายน้ำจะไหลผ่ากลาง ภูเขาจะถล่มทลายขวางกั้น แต่เวียดนามจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวตลอดไป" แม้วันนี้ ประเทศเวียดนามจะรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ แต่บาดแผลของสงครามที่ยาวนานยังฝากรอยบาดลึกในใจของคนเวียดทุกคน แผนปฎิรูปเศรษฐกิจ DOI MOI ซึ่งประกาศใช้เมื่อเดือนธันวาคม 1986 จึงเป็นความพยายามอย่างยิ่งของผู้นำเวียดนามที่จะฉุดประเทศให้หลุดพ้นจากการโดดเดี่ยวทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองจากชาติตะวันตก และเพื่อพลิกฟื้นบ้านเมืองให้ก้าวทัดเทียมประเทศอารยะอื่นๆ โดยเฉพาะที่ฮานอย เมืองหลวง หลังจากที่จมฝังอยู่ในสงครามมายาวนาน การเปิดประเทศรับการลงทุน ทำให้ผมเห็นโรงแรมขนาดใหญ่ระดับ ๕ ดาว รวมทั้งโครงการพัฒนาที่ดิน ตึกสูงทันสมัยแทรกอยู่เป็นระยะระหว่างอาคารเก่ารูปทรงสไตล์โคโลเนียล ร่องรอยสถาปัตยกรรมยุคฝรั่งเศสครองเวียดนาม ในขณะเดียวกัน เงินทุนที่ไหลเข้าไปในฮานอย ก็แยกแบ่งคนกลุ่มหนึ่งในสังคมดั้งเดิม ให้เป็นคนเวียดพันธุ์ใหม่ที่มีวิถีชีวิตสลับซับซ้อนมากขึ้น เราพบคนกลุ่มนี้ ในภัตตาคารหรูใจกลางกรุงฮานอย เสพสุข สรวลเสเฮฮากับอาหารรสเลิศ เป็นภาพที่ตัดกันราวขาวกับดำในชีวิตของคนฮานอยส่วนใหญ่ ที่ยังคงมีความเป็นอยู่ยากจน ทุนข้ามชาติที่ไหลทะลักเข้าไป รวมทั้งทุนไทยที่เข้าไปลงทุนนับตั้งแต่นโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นตลาดการค้าในยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ปี ๒๕๓๑ มีจำนวนการลงทุนนับร้อยโครงการ เงินลงทุนมหาศาล โดยเฉพาะสหรัฐประเทศที่ทำให้ฮานอยย่อยยับไปเกือบทั้งหมด เข้าไปลงทุนในระดับต้นๆ ในจำนวน ๕๐ กว่าชาติที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม หากแบ่งเขตการพัฒนาเป็น ๓ ส่วน ไฮฟอง - ภาคเหนือของฮานอย ดานัง/เว้ - ทางตอนกลาง และโฮจิมินห์ - วังเตา ในภาคใต้ มูลค่าการลงทุนสูงสุดจะอยู่ที่โฮจิมินห์ซิตี้ รองลงมาเป็นฮานอย ไฮฟอง และวังเตา และที่โฮจิมินห์ซิตี้นี่เอง ที่ผมได้เห็นวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับคนเวียด ที่เคร่งจารีต ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายอย่างที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม โดยเฉพาะสาวเวียด ผลิตผลตกค้างจากสงคราม ต่างกันราวฟ้ากับดินกับสาวเวียด ที่ฮานอย สาวเวียดสองแผ่นดินเป็นไฉน โปรดติดตามตอนต่อไป สาวเวียด |