พิมพ์หน้านี้
|
นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส.กล่าวว่า การสอบพยานเพิ่มเติมไม่จำเป็นในสำนวนก็มั่นใจว่า ตรวจสอบสมบูรณ์แล้ว ก่อนหน้านี้ คตส.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องอัยการสูงสุด ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฐานสั่งเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้รัฐบาลทหารพม่าจำนวน ๔ พันล้านบาท โดยที่กลุ่มชินมีผลประโยชน์ในวงเงินกู้ครั้งนี้ด้วย นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. ประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงก์ อธิบายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการของเอ็กซิมแบงก์ ได้กระทำการในการบริหารราชการแผ่นดิน ดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยเจรจาไม่เป็นทางการและให้คำมั่นกับนายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพพม่า และพลจัตวาเต็ง ซอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรม กระทรวงคมนาคมไปรษณีย์และโทรเลขของพม่า โดยที่ไม่มีผลการประชุมสุดยอดผู้นำเกี่ยวกับหัวข้อนี้ "กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ทราบเรื่อง จนกระทั่งทางการสหภาพพม่ามีหนังสือขอเงินกู้ โดยอ้างการเจรจาตกลง และให้คำมั่นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สั่งการเห็นชอบให้เอ็กซิมแบงก์ เพิ่มวงเงินกู้จาก ๓ พันล้าน เป็น ๔ พันล้าน สำหรับโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของสหภาพพม่า ซึ่งเป็นเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทุน และให้ขยายเวลาการปลอดชำระหนี้จาก ๒ ปี เป็น ๕ ปี" นายสัก กล่าวและว่า เงื่อนไขการกู้ครั้งนี้ เป็นประโยชน์แก่บริษัทชิน แซทเทิลไลท์ และครอบครัวชินวัตร ซึ่งมีผลประโยชน์ในหุ้นจากค่าจ้างในการพัฒนาระบบโทรคมนาคม ตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างวงเงิน ๕๓๙ ล้านบาท เป็นผลให้เอ็กซิมแบงก์เสียหาย ๖๗๐ ล้านบาท นี่ย่อมเป็นวิธีการหนึ่งของทักษิณ ในยุคเรืองอำนาจ ที่ใช้อำนาจโยกเงินจากสถาบันการเงินของไทย ออกไปนอกประเทศแล้วดึงกลับมาเป็นประโยชน์กับธุรกิจของตัวเองในรูปของค่าจ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที คตส.มั่นใจว่าจะมัดทักษิณได้ โดยไม่ต้องสอบเพิ่มเติม |