พิมพ์หน้านี้
|
นายสมัคร สุนทรเวช ประกาศยุติรายการ "ชิมไป บ่นไป" ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ เมื่อวันอาทิตย์ (๑๘) ด้วยเหตุผลที่เขาอธิบายว่ามีผู้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจงใจให้เขาหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เริ่มจากเรื่องใหญ่ไม่ได้ ก็พยายามหาเรื่องเล็กเรื่องน้อยมาเป็นประเด็น ซึ่งก่อนหน้าที่จะยืนยันจัดรายการนี้ต่อไปขณะที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาได้ปรึกษานักกฎหมายแล้ว เห็นว่าไม่ขัดกับคุณสมบัติของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีฐานะเป็น "ผู้รับจ้าง" ไม่ใช่ "ลูกจ้าง ในบริษัทเอกชน ประเด็นก็คือ ไม่ว่าในแง่กฎหมายนายสมัคร สุนทรเวช จะมีฐานะอะไร อย่างไร จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ แต่ในฐานะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับความเหมาะควรย่อมเป็นอีกประเด็นหนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ห้ามมิให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด อีกทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไป กฎหมายใช้คำว่า "ลูกจ้าง" ซึ่งหมายถึงพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนประจำถ้าตีความเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษร ฉะนั้น นายสมัคร ก็อาจอ้างเพื่อปฎิเสธความรับผิดได้ แต่หากดูตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ใช้คำว่าการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์อาจต้องพิจารณาใหม่ เจตนารมณ์ของกฎหมาย น่าจะมุ่งประสงค์ต่อผลของความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจสูงสุดในทางปกครอง กับกิจการของบริษัท ห้างร้านเอกชนที่มีจุดมุ่งหมายในการแสวงหากำไรสูงสุด ไม่ว่าวิธีการรับเงินและผลประโยชน์ตอบแทน จะกำหนดให้เรียกชื่อแตกต่างกันระหว่าง ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างก็ตาม นอกจากนั้น หากการกระทำที่มีลักษณะหมิ่นเหม่ระหว่างอำนาจรัฐและผลประโยชน์ขององค์กรธุรกิจเช่นนี้ เป็นที่ยอมรับได้ ต่อไปผู้นำคนอื่นๆในอนาคต ก็อาจจะใช้บรรทัดฐานเช่นนายสมัครก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องทีไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในยามที่ข้าวยาก หมากแพง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นเป็นรายวัน มีปัญหาปากท้องรุมเร้าประชาชนมากเป็นประวัติการณ์ นายกรัฐมนตรีสมควรทุ่มเทเวลา เสียสละกำลังกาย ความคิดอ่านในการช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน มากกว่าที่จะไปสนุกสนาน เพลิดเพลินกับการจัดรายการทำกับข้าว ทางสถานีโทรทัศน์ โดยอ้างว่า ไม่ได้เบียดบังเวลาราชการไปทำงานส่วนตัว เพราะเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ มาตรฐานความรับผิดชอบ การเสียสละและทุ่มเทสำหรับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น สมควรจะสูงกว่าบุคคลโดยทั่วไป แม้แต่รัฐมนตรีร่วมคณะ ฉะนั้น การงดออกอากาศรายการชั่วคราวเพื่อรอ กกต.พิจารณา จึงควรเป็นการยุติรายการสินเชิง จนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี |
| Jasmine & Jk stories | ||
การเดินทางของจินตนาการ ความรู้และความคิด บนสายน้ำแห่งชีวิต |
||
|
View All |
||