พิมพ์หน้านี้
|
หลายคนอาจจะลืมศุภกรณ์ หรือ สภา ศรีสวัสดิ์ ซึ่งมีชื่อบนเวทีการแสดงว่า "ดี๋ ดอกมะดัน" ไปแล้วก็ได้ ในขณะที่ลินดา ค้าธัญเจริญ อดีตนางเอกรุ่นราวคราวเดียวกัน มีข่าวและภาพปรากฎในสื่ออยู่มิได้ขาด เพราะดี๋ ไม่มีเพื่อน ในขณะที่ลินดา ไม่ขาดเพื่อนที่รัก และห่วงใยอย่างจริงใจ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันอังคาร (๒๐) ติดตามไปเยี่ยมอาการของดี๋ ที่บ้านพักหมู่บ้านนันทวัน ย่านรามอินทรา เมื่อต้นสัปดาห์นี้ พบเสาวภา และลูกสาวคนโต น้องบีม พรรณวรินทร์ ศรีสวัสดิ์ ยังคงดูแล ให้กำลังใจสามีและพ่อของเธออย่างใกล้ชิด ดี๋ ซึ่งนอนอยู่บนเตียงสำหรับคนป่วย ร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แววตาที่เคยสดใส แผงหนวดที่เคยแย้มพราย หายไปเหลือแต่ตาที่พร่างพราย ริมฝีปากซีดขาว คล้ายเป็นคนอีกคนหนึ่ง คนที่ดูแลคนป่วยที่เจาะคอช่วยการหายใจเช่นนี้ ต้องฟีดอาหารเข้าจมูก เป็นภาพ เสียง และความรู้สึกที่ทรมานมาก ทั้งคนให้อาหาร และคนรับอาหาร คุณเสาวภา เล่าว่า อาการป่วยของดี๋เริ่มทรงตัว รับรู้อะไรได้มากขึ้น ดูจากสายตาเวลาพูด ตอนนี้เธอไม่ได้จ้างพยาบาลแล้ว ดูแลกันเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ก่อนที่ดี๋ จะล้มป่วยลงเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ด้วยโรคหอบหืดขั้นรุนแรง และไม่สามารถสื่อสารกับใครๆได้อีก เขาไปทำสัญญาค้ำประกันรถเบนซ์ให้เพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนคนนั้นส่งเพียงงวดเดียวแล้วก็หายไป จนกระทั่งเป็นคดีความและบ้านถูกอายัด ดี๋ยังมีหนี้อื่นอีก ๖ ล้านกว่า ที่เป็นภาระของครอบครัวศรีสวัสดิ์ นี่คือชีวิตที่ ไม่ตลก ของดี๋ ดอกมะดัน ดาราตลกอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ดี๋ เกิดที่นราธิวาส เคยเป็นตลกในวงดนตรีลูกทุ่งยุคเฟื่องฟูมาก่อน ต่อมาร่วมกับ เด๋อ ดู๋ และดี๋ เป็นคณะตลกขายดีคณะหนึ่ง ก่อนที่ตลกตระกูลเชิญยิ้ม จะเข้ามายึดครองแผ่นดินตลก เขาเป็นตลกที่เป็นนักแสดงทั้งละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์หลายเรื่อง เรื่องสุดท้ายที่ยังคงติดตาอยู่ในความทรงจำของแฟนภาพยนตร์ ก็คือเรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งดี๋สวมบทชาวบ้านคนไทยที่ถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่พม่า ดี๋ เคยเป็นนายกสมาคมนักแสดงตลกแห่งประเทศไทย เคยลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตห้วยขวาง ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ในชื่อสภา ศรีสวัสดิ์ เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙ แต่สอบตก อีก ๒ เดือนถัดมา เขาก็ล้มป่วยลง ดี๋ เป็นคนอารมณ์ร้อน เขาเคยชกต๋อย แอคเนอร์ บรรณาธิการมายาแชลแนล จนเลือดกลบปากมาแล้ว ด้วยความเชื่อว่าต๋อย สร้างและเขียนข่าวทำให้เขาเสียหาย ดี๋สูบบุหรี่จัด แม้หมอจะเตือน และห้ามไม่ให้สูบบุหรี่อีก แต่ดี๋ก็หยุดสูบไม่ได้ จนกระทั่งควันบุหรี่เผาผลาญให้เนื้อปอดของเขาบางลง ๆ จนไม่สามารถใช้การได้เช่นเดียวกับคนปกติอีก ในห้องนอนของดี๋ ก่อนที่เขาจะกลายสภาพเป็นเจ้าชายที่ไม่นิทรา แต่พูดจาโต้ตอบไม่ได้เช่นวันนี้ เขาชอบที่จะนำสุนัขตัวโปรดเข้าไปนอนด้วย ด้วยโรคหอบหืดที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วของดี๋ ประกอบกับการสูบบุหรี่จัด กับขนสุนัข ที่ฟุ้งกระจายให้ดี๋หายใจเข้าไปแทนอากาศ ในที่สุด ดี๋ ก็ได้คำตอบในการกระทำทั้งหมดของเขา โดยที่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะถามอะไรได้สักคำหนึ่ง วันที่ดี๋ หายใจรวยริน จึงเป็นวันที่เป็นบทเรียนของอีกหลายคนที่ยังหายใจได้เต็มปอดวันนี้ |