• jk
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 3869768
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16436 คน
Jk_Nation U
Chairman of The National Press Council of Thailand
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chakkrish
วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน 2554
Posted by jk , ผู้อ่าน : 1041 , 11:59:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน jk โหวตเรื่องนี้

     นี่   เป็นตอนต่อเนื่องของ "เขียนงานอย่างไรให้น่าย่าน" หรือน่ากลัวสำหรับคู่แข่ง เป็นเคล็ดวิธีที่อาจช่วยให้งานเขียนของคูณ มีคนสนใจติดตามอ่าน เพราะความสุขที่สุดของคนเขียน คือเขียนแล้ว รู้ว่ามีคนอ่าน แม้จะมีคนอ่านเพียงคนหนึ่ง

    มี blogger จำนวนหนึ่ง ได้กรุณาชี้แนะวิธีการเขียน blog ให้น่าอ่าน อย่างเช่น เคล็ดลับการเขียน blog ให้เป็นที่สะดุดตาแก่ประชาชน , เขียน blog อย่างไรให้น่าสนใจ แต่ถึงกระนั้น วิชาการว่าด้วยการเขียน blog หรือการเขียนงานทั่วไปของงานด้านวารสารศาสตร์ ก็ยังเป็นที่โหยหาของหลายคน

     ครั้งก่อนได้เรียนรู้ วิธีการเขียน blog ให้น่ากลัวมาแล้ว ใจความสำคัญอยู่ที่ การฝึกฝนตนเองให้เป็น "นักอยากเขียน" หรือ "นักอยากเล่า" เสียก่อน เมื่อบิวท์อารมณ์ประมาณนั้นได้แล้ว ก็ลงมือเขียนและเล่า โดยอย่าไปใส่ใจใยดีกับปัจจัยภายนอกที่อาจมารบกวนจิตใจ เช่น เขียนแล้วจะมีผู้ใดชมชอบหรือไม่ น่าเบื่อหรือไม่ หรือจะทดท้อทรมานด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม

      นักเขียนทุกคน ไม่ว่าจะเขียนในสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์ ความสำเร็จมักเริ่มต้นจาก ความเป็นนักอยากเขียนทั้งสิ้น

      ครั้งนี้ เราจะเรียนกันถึงเรื่องของ  วิธีการเขียน blog หรือเขียนงานให้น่าผ่านกัน คำว่าน่าผ่าน อาจหมายถึง น่าเบื่อ น่าผ่านไปเร็วๆ เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นหัวเรื่องหรือเนื้อเรื่องก็ได้ หรือจะตีความว่าน่าผ่านมาอ่านบ่อยๆ ก็ได้ ในที่นี้จะเขียนโดยมี เป้าหมายการเขียน blog ให้น่าผ่านมาอ่านบ่อยๆ

      แน่นอนว่า เรามิอาจเป็น เจ้าของงานเขียนเข้ม มีพลัง อย่างกาแฟดำ น่ารัก อ่อนหวาน อัดแน่นด้วยสาระ เช่น จิตรา ก่อนันทเกียรติ  หรือมุ่งมั่นด้วยเรื่องการเมืองเข้ม ชีวิตข้น มีกลวิธีการเขียนที่น่าติดตามอย่าง เปลว สีเงิน  ในชั่วข้ามคืน แต่การเดินทางในป่าที่มีเข็มทิศ ย่อมประเสริฐกว่าการเดินทางบนไฮเวย์ที่มิล่วงรู้ทิศทางใด

      เราจะเริ่มกันที่ ๕ ข้อควรปฎิบัติก่อน โดยเรียงลำดับไปจาก ความเรียบง่าย เข้าใจดี มีลีลา น่าฉงน? ค้นและคว้า

๑.เรียบง่าย

       การเขียนด้วยภาษาที่เรียบง่าย สั้น กระทัดรัด ชัดเจน เป็นสูตรสำเร็จของงานร้อยกรองทุกประเภท ความเรียบง่ายของการใช้ภาษา มิได้แปลว่า จะทำให้งานเขียนขาดความขลัง ไม่น่าสนใจ ไม่น่าเชื่อถือ เช่น blogger บางท่าน ที่ยังคงติดศัพท์แสงทางวิชาการ แม้เขียนเรื่องที่มิใช่วิชาการ งานเขียนเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ วิทยาการที่ยากๆ ต้องอ่านชัยวัฒน์ คุประตกุล หรืองานเขียนเรื่องธรรมะที่ดูเหมือนลึกซึ้ง สลับซับซ้อน ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกข์ ท่าน ว.วชิรเมธี ก็สามารถย่อยให้เป็นภาษาที่เรียบ ง่าย เข้าถึงธรรมะได้โดยไม่ต้องตีความ

         นอกจากนั้น ต้องเข้าใจธรรมชาติของสื่อที่เขียน เช่น วันนี้สื่อสิ่งพิมพ์ พยายามจะปรับตัวไปสู่สื่อออนไลน์ แต่เนื้อหา รูปแบบการเขียน ก็ยังคงติดอยู่กับสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ยืดเยื้อ ยาวความและวกวน

๒.เข้าใจดี

         เมื่อปูพื้นด้วยภาษาเขียนที่เรียบง่ายแล้ว เรื่องราวที่เขียนก็จะเข้าใจง่าย น่าอ่าน เพราะคนเขียน เขียนด้วยความปรารถนาที่จะให้คนอื่นอ่าน ยิ่งอ่านมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้ความคิด ทัศนคติของ blogger ท่านนั้น หรือนักเขียนคนนั้น แพร่หลายออกไป ส่งผลให้เกิดปฎิกริยาทั้งด้านบวกและลบ ซึ่งจะยังผลให้เกิดความงอกงามทางสติปัญญาในที่สุด เมื่อเขียนแล้ว ลองอ่านทบทวนหลายๆ ครั้ง ถ้าอ่านรู้เรื่อง เข้าใจแล้ว ก็ปล่อยเรื่องของท่านไปเผชิญชะตากรรมใน blog หรือสื่ออื่นๆ ต่อไปได้

๓.มีลีลา

           เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่า หลายครั้งที่เรื่องราวดีๆ ที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง มิได้ลอกเลียนแบบความคิดผู้ใดมา จึงถูกมองผ่านเลยไป ข้อนี้ก็คงเหมือนผู้หญิงสาวสวยหลายคนที่เดียวดาย หามีบุรุษสนใจไม่ เพราะความไม่มีเสน่ห์ของเธอนั่นเอง โดยนัยเดียวกัน การเขียน blog หรือเขียนงาน ก็ต้องมีกลวิธีทางภาษา หรือมีเสน่ห์ชวนอ่าน เหตุใดงานเขียนของชาติ กอบจิตติ เจ้าของรางวัลดับเบิลซีไรท์ จึงอ่านครั้งใดก็ไม่เบื่อ เหตุผลก็คือ ชาติใช้ความรู้ด้านจิตรกรรมของเขาที่ร่ำเรียนมาในรั้วเพาะช่าง มาปรับใช้กับงานเขียน ฉะนั้นหน้าต่างห้องเรียนที่ไอ้ฟักเปิดในตอนเช้า ทีละบาน ๆ จึงมีแสงเงาของแดดยามเช้าตกมากระทบ ซึ่งเป็นศาสตร์ของวิชาการเขียนหุ่นนิ่ง ในตอนเปิดเรื่อง คำพิพากษา จึงอ่านแล้ว คล้ายมองภาพที่เคลื่อนไหวไปด้วย

๔.น่าฉงน ?

           งานเขียนที่ดี มิควรคาดเดาได้ตั้งแต่บรรทัดแรกที่อ่าน เช่น จะเขียนเรื่องอนาคตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็สรุปเอาง่ายๆว่า เนื่องเพราะมีปัญหามากมายในห้วงระยะเวลาเริ่มต้น เช่น การโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ความพยายามที่จะช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากการต้องรับโทษตามคำพิพากษา ฉะนั้น รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นาน การเขียนแบบนี้ ไม่มีความน่าสนใจ ติดตาม กาแฟดำ ครูนิเทศศาสตร์นอกตำรา สอน Jk ไว้ว่า ไม่ควรเขียนคำว่า "เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า" ในบทความ เพราะถ้าเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเขียนอะไร

๕.ค้นและคว้า

            ถึงแม้งานเขียนจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลอ้างอิงมากมายด้วยเป็นเพียงการถ่ายทอดทัศนคติ อารมณ์ ความรู้สึกในเวลานั้น แต่งานเขียนบางเรื่อง ก็จำเป็นต้องมีข้อมูลสนับสนุน เช่น ปรากฎการณ์การเกิดขึ้นของหมู่บ้านคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นฐานมวลชนของพรรคเพื่อไทย ก็อาจจำเป็นต้องเข้าใจประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในช่วงยุคสมัยที่พรรคคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลในต่างจังหวัด และมีพื้นที่สีแดง หรือชมพู ที่เป็นฐานมวลชนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย  หรือแม้กระทั่งการเขียนเรื่อง "มด" สัตว์โลกตัวเล็กๆ ที่เราคุ้นเคย มีมดบางสายพันธุ์ทีมีพิษกัดหรือต่อยถึงตาย ซึ่งก็ต้องอาศัยการค้นคว้า หาข้อมูลเช่นเดียวกัน

            ยังคงมีอีกหลายร้อยวิธีการ ในการเขียน blog หรือเขียนงานให้น่าอ่าน ซึ่งก็ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความถี่และความใส่ใจในการเขียน และสำคัญอย่างยิ่ง คือ "ความเป็นนักอยากเขียน" ที่จะต้องหล่อเลี้ยงให้อยู่ในหัวใจตลอดไปไป




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หญิงหลิง วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruanglao

สว้สดีค่ะ
ตามมารับความรู้เช่นเคยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รินรู้ดี วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ JK สำหรับเคล็ดวิธี

จะขอนำไปปรับใช้กับ บล็อกของรินรู้ดีค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Social Media

เมื่อโลกทั้งใบพูดจากันด้วยภาษาดิจิตอล สื่อจะก้าวเดินไปอย่างไร นี่มิใช่คำถาม แต่มันเป็นความท้าทาย

View All
3 คน
5 คน

  โหวต 8 คน