| - - - ห ย ด น้ำ - - - | ||
เป็นหยดน้ำใสพราวราวน้ำทิพย์ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
พิมพ์หน้านี้
|
กว่าสองปีแล้วที่ฉันเข้าเป็นสมาชิกจิตอาสา และกว่า 4 เดือนที่ฉันเข้าเป็นสมาชิกโอเคเนชั่น วันนี้สมาชิกโอเคเนชั่นบล็อก มากหน้าหลายตาต่างอายุ ต่างที่มา หลากหลายจนจำกันไม่ แต่ไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญที่ฉันคิดตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้สมาชิกโอเคเนชั่นได้รับทราบเรื่องเราวดี ๆ จากคนอีกมุมหนึ่งที่ใครบางคนอาจยังไม่รู้จัก เมื่อฉันเข้าเป็นสมาชิก จิตอาสาครั้งแรก ก็มีครั้งที่สอง สาม จนจำไม่ได้่แล้วว่ากี่ครั้ง
.....วันนี้ ฉันขอทำหน้าที่จิตอาสาอีกครั้ง เพื่อนำเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อน ๆ อีกมุมหนึ่งในเครือข่ายจิตอาสามาถ่ายทอดให้เพื่อนในโอเคเนชั่นได้รับรู้ .....ข้อความที่จะอ่านต่อไปนี้ ฉันไม่ได้เขียนเอง เป็นบทสรุปที่จะทำให้ เพื่อน ๆ เข้าใจได้อย่างดีว่าจิตอาสาคืออะไร ตามฉันไปรู้จักจิตอาสากัน
จิตอาสาคืออะไร เขียนโดย: ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ ตั้งแต่ครั้งที่คลื่นยักษ์สึนามิถาโถมทำคนล้มตายเป็นพันในประเทศไทย ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ เป็นเหตุให้คนทั่วโลกทั้งไทยเทศเศร้าโศก เสียใจกัน....ปรากฏการณ์หนึ่งที่ทำให้ประหลาดใจคนทั่วไปอีกเช่นกัน นั่นคือ ความงดงามของจิตใจผู้คนทั้งหลาย ที่ทนไม่ได้กับความทุกข์ยาก ของเพื่อนมนุษย์ แต่ละคนพยายามหาทางช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะทางไหน ที่ทำได้ ตั้งแต่การบริจาคทรัพย์ สิ่งของ หรือแม้แต่เอาตัวลงไปเป็น....... อาสาสมัครช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้ โดยไม่แยกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ หรือ ชนชั้น นับเป็นความงดงามที่หลายคนนึกว่ามนุษย์ยุคนี้ไม่มีเหลือแล้ว
ในประเทศไทยมีอาสาสมัครนับพัน นับหมื่นคนหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ช่วยเหลือเรียนรู้กับผู้ประสบภัยสีนามิ จนเกิดเป็นคลื่นมวลชนจิตอาสา ทำงานต่อเนื่องกันมาถึงในปัจจุบันและขยายเครือข่ายขยายงานอาสา ทำดีเพื่อสังคมชัดขึ้น เพื่อระลึกถึงความดีงามที่ผุดขึ้นมาจากมวลชน หลากหลายตั้งแต่วันนั้น จึงกำหนดวันที่ ๒๗ ธันวาคม ของทุกปีเป็น วันจิตอาสา เพื่อเตือนใจและส่งเสริมให้พวกเราแต่ละคนทำดีกันต่อไป
อาสาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์กันต่อไป ขยายผลต่อไปในรูปแบบต่างๆ ภาคธุรกิจเอกชน นับเป็นเพื่อนที่สำคัญไม่น้อยในการให้ความช่วยเหลือ เกื้อกูลในสังคม โดยเฉพาะในยามวิกฤต ภาคธุรกิจคือภาคที่ภาคส่วนอื่น อาจเห็นว่าเป็นภาคที่ทำเพื่อตัวเองเป็นส่วนใหญ่ หากำไรก็เข้าตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อสังคม หรือเพื่อผู้อื่นเหมือนเพื่อนในภาคสังคม หรือ ภาคราชการ แต่ในวันนั้นจวบจนวันนี้เป็นบทพิสูจน์ชัดเจนว่าคนในภาค ธุรกิจเอกชน ก็เป็น คน เหมือนกับภาคอื่นๆ แถมหลายคนยังมีทรัพยากร เงิน ทรัพยากรสิ่งของ และทรัพยากรความรู้มากมายอีกด้วยซ้ำ กระแส CSR: Corporate Social Responsibility หรือความรับผิดชอบต่อสังคม ของภาคธุรกิจต่างๆที่เกิดขึ้นมามากเป็นพิเศษในช่วงสองปีนี้ทั้งในและ ต่างประเทศ ก็สอดคล้องล้อตามกันมา กูรูหรืออาจารย์ดังระดับโลกต่างๆ ก็ออกมาคุยกันชัดๆในมิติการอยู่อย่างยั่งยืนและสมดุล ภาพจิ๊กซอว์เหล่านี้ ต่อกันออกมาเห็นเป็นกระแสธารใหญ่ ที่อาจจะกลายเป็นกระแสหลักใน อนาคตได้ เพราะเป็นกระแสของความจำเป็น เป็นกระแสของความต้องการ พื้นฐานแท้จริงของเราชาวมนุษย์
จิตอาสาคืออะไร หลายคนช่วยกันนิยามคำนี้กันตามที่รู้สึกมาจากส่วนลึก ไม่ว่าจะพูดกันอย่างไร ก็ชี้กันไปในแนวทางเดียวกัน เมื่อวันก่อนที่เวที วิจัยเรื่องการให้และอาสาสมัคร จัดโดย UNDP, กระทรวงพัฒนาสังคมฯ, บ.บางจาก (มหาชน) และเครือข่ายจิตอาสา มีคนมาจากหลายภาคส่วน คุยกันระดมสมองกันในเรื่องจิตอาสาและการขับเคลื่อนในสังคมไทย ผู้เขียนนั่งอยู่กันกลุ่มแบ่งย่อย กลุ่มศาสนา ซึ่งมีตัวเแทนศาสนาต่างๆ มีทั้งบาทหลวงศาสนาคริสต์ ตัวแทนสตรีและเยาวชนมุสลิม ศาสนาพุทธ เถรวาท ศาสนาพุทธฉือจี้ และสันติอโศก ไม่ว่าจะมาจากศาสนาใดใด คุยกันสอดคล้องไปในทำนองเดียวกัน เหมือนนักดนตรีคนละวงเล่นดนตรี แจมกัน เป็นเพลงไพเราะงดงาม สอดประสานกันเป็นสังคมสมานฉันท์ ที่แท้จริง เราคุยกันสอดคล้องถึงความเมตตาที่จะให้ผู้อื่น ให้แบบอ่อนน้อม
ไม่ใช่ให้แบบผู้อยู่เหนือกว่าให้ผู้ด้อยกว่า แต่เป็นการให้โดยสละตัวตน ของเราออกไปด้วยการทำงานช่วยเหลือให้บริการผู้อื่นจากใจในขณะที่ ขัดเกลาจิตใจตัวเองกันไปด้วย เป็นจิตอาสาที่จะทำให้สังคมและผู้อื่น มีความสุข ผู้รับเองก็เป็นผู้ให้ไปในตัว อย่างน้อยก็เป็นผู้ทำให้ผู้ให้ได้ให้และ มีความปลื้มปิติที่ได้ทำสิ่งดีดี สรุปโดยย่อ จิตอาสา คือจิตที่ต้องการให้ ผู้อื่น ตั้งแต่การให้เงิน ให้ของ จนกระทั่งให้แรงงานแรงสมองหรือที่เรามัก เรียกว่า อาสาสมัคร เพื่อช่วยให้ผู้อื่นหรือสังคมมีความสุขมากขึ้น การให้ หรือเสียสละนี้สามารถทำไปได้จนถึงการเสียสละความเป็นตัวตนหรืออัตตา ของเรา ลงไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือสังคมมากขึ้น จากภาคธุรกิจในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสงเคราะห์เบื้องต้นเช่น
การบริจาคเงิน บริจาคสิ่งของให้ผู้ประสบภัยหรือผู้ที่ต้องการ บางองค์กร ก็รณรงค์เรื่องดีดีต่างๆ เป็นต้นว่าถนนสีขาว บางองค์กรมีนโยบายเอื้อให้ พนักงานและผู้บริหารของตนทำงานอาสาช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่อนุญาตให้พนักงานทำงานเป็นอาสาสมัครได้โดยไม่ถือเป็นวันลา ๑๐ วัน เหมือนกับทางภาคราชการที่ตอนนี้กำหนดออกมาเป็นกฎใช้กัน ทั่วไปแล้วสำหรับปีหน้า หรือบางองค์กรสร้างงานเอง อาจเริ่มจากการ มองเห็นประเด็นสังคมใกล้ตัวที่เกี่ยวข้อง เข้าไปเก็บข้อมูล เรียนรู้ความ ต้องการแท้จริงของชุมชน หรือปัญหาที่เกิดขึ้น บางที่ทำงานร่วมกับ นักสังคมสงเคราะห์มืออาชีพ บ้างทำงานกับองค์กรสาธารณประโยชน์ ชนิดต่างๆ (CSOs, NGOs, NPOs) ที่ทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่เป็น งานหลักอยู่แล้ว เพื่อจะได้ไม่ไปช่วยเหลือผิดทาง แทนที่จะสร้างอาจ กลับไปทำลายความสามารถหรือวิถีชุมชนของพื้นที่ที่อยากไปช่วยเหลือ บางองค์กรก็ทำจนครบวงจรแก้ปัญหาได้ในระยะยาว เช่น โครงการรักบ้านเกิด (DTAC) และโครงการเสื้อสมานฉันท์ (แตงโม) เหล่านี้ล้วนเป็นงานจิตอาสาในรูปแบบต่างๆทั้งสิ้น พวกเราท่านใดจะเริ่ม จากการเอาตัวไปเป็นอาสาสมัครก่อนก็จะได้พัฒนาตัวและใจไปพร้อมกับ การช่วยเหลือผู้อื่นได้ เมื่อเอาตัวลงไปเราอาจจะค้นพบอะไรในสังคม มากขึ้น อาจจะค้นพบอะไรในใจเราเองมากขึ้น อาจจะค้นพบคุณค่าความ งดงามในจิตใจใครต่อใครมากขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายอะไร แค่ลงมือเท่านั้น ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน http://www.volunteerspirit.org/, http://www.ngobiz.org/, http://www.give2all.com/, http://www.siamvolunteer.com/, และนี่เป็นของขวัญให้กับผู้อ่านทุกท่าน สุขสันต์ยิ่งขึ้นด้วยการให้และอาสาเพื่อสังคม
สนใจจะเป็นสมาชิกจิตอาสาเหมือนที่ฉันและเพื่อน ๆ ของฉัน เป็นอยู่ ติดต่อตามเวปไซค์ที่ให้ไว้ได้เลย และถ้าสนใจจะอ่าน เรื่องราวเกี่ยวกับจิตอาสาก็ตามไปอ่านได้เช่นกัน หรือจะรอ ให้ฉัน จะมาเล่าต่อในคราวหน้า ในนี้ก็ได้ -----------------------------------------------------------------
สิ่งสำคัญที่ฉันหวังไว้...หากชาวโอเคเนชั่นรวมตัวกันได้ อย่างเข้มแข็ง สามารถทำโครงการเพื่อประโยชน์ต่อสังคม แล้วร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายจิตอาสา ...ไม่ได้บอกว่าเราำทำลำัพัง ไม่ได้ เพียงจะบอกว่าหากเราเข้าร่วมเป็นเครือข่ายจิตอาสา การขยายชุมชนคนทำดี เพื่อสังคมก็จะขยายใหญ่ขึ้นเป็นการ สานต่อการทำดีเพื่อแผ่นดินร่วมกัน ....................................................แล้วพบกันในงานจิตอาสาค่ะ "ชาลี" : อาทิตย์ 3 มิถุนายน 2550 : 20:00 --------------------------------------------------------------------------------------------- ภาพประกอบจากเน็ต ข้อมูลดี ๆ จาก http://www.volunteerspirit.org เพลงประกอบเรื่อง ชื่อเพลง : "หวังดี" / ศิลปิน : ศุ บุญเลี้ยง จิ๊กมาจากบ้าน get_away http://www.oknation.net/blog/get/2007/06/03/entry-2 |