• chalee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nooleeja@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 27501
  • จำนวนผู้โหวต : 302
  • ส่ง msg :
วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม 2550
ใครคือผู้บุกรุก..? คน หรือ ช้าง
Posted by chalee , ผู้อ่าน : 1053 , 19:43:35 น.  
พิมพ์หน้านี้


อ่านชานชาลาปันความสุข เรื่องเล่ารอบตัว คลิกรูปมือค่ะ


อ่านกาลครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้…เรื่องราวความรักของหนูลี

คลิกรูปนี้เลยจ๊า



ใคร คือ ผู้ บุก รุก..?  คน หรือ ......?

 

“ฉันไปปลูกต้นไม้”

 คราวนี้ภาระกิจของฉันไม่ได้ปลูกต้นไม้ธรรมดาเสียด้วย

“ฉันไปปลูกต้นไม้ให้ช้าง”

ทำไม...?

ต้องปลูกต้นไม้...ให้ช้าง

ช้างจะเอาต้นไม้ไปทำอะไร ....?

* * * * * * *

คงต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ได้เกิดเหตุการณ์สลดใจสำหรับกลุ่มคนรักช้าง

อาจมีใครเคยได้ยินเรื่องราวโศกนาฏกรรมช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายหลายครั้ง

ที่ป่ากุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น

กรณีเผานั่งยางช้างป่า เมื่อปี 2541 ช้างป่าเสียชีวิตและถูกเผาด้วยยางรถยนต์

 จำนวน 1 ตัว สาเหตุเกิดจากช้างป่าจะเข้าไปกินสับปะรด

แล้วคนเฝ้าไร่ใช้ปืนไรเฟิลยิงถูกช้างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณท้ายไร่

เจ้าของไร่กลัวความผิดจึงนำยางรถยนต์ จำนวน 2 คันรถ มาเผาช้างเพื่อทำลายหลักฐาน

หรือกรณีที่ช้างตายเพราะโดนยาปราบศัตรูพืช

ที่ชาวบ้านเอาถังน้ำยาไปล้างในลำธาร

เมื่อช้างไปกินน้ำ จึงเกิดเหตุสลดใจไปทั้งประเทศและกระจายไปทั่วโลก...

แล้วช้างป่าทำไมไม่อยู่ในป่า.....?

เข้ามายุ่มย่ามอะไรในที่ทำกินของคน...?

ถ้าพื้นที่ป่าไม่ลดลง ช้างที่อยู่ในป่าไม่ขาดอาหารที่เคยหากินได้เองตามธรรมชาติ

ถ้าไม่มีคนเข้าไปใช้พื้นที่ในป่าเพื่อทำการเกษตร และตั้งบ้านเรือนกันในป่า

ซึ่งก็คือที่อยู่อาศัยของช้าง ....ช้างคงอยู่ส่วนช้าง ไม่เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้น

ในทุกๆ ปี เมื่อถึงฤดูแล้ง ช้างป่าจะขาดน้ำและอาหาร ต้องเข้าไปหาอาหารกินในไร่ของชาวบ้าน

จนเกิดเหตุกระทบกันระหว่าง...คน...กับ...ช้าง

เมื่อช้างออกจากป่าเข้าไปเก็บกินสับปะรดของชาวบ้าน

ซึ่งมีรสชาติถูกปากมากกว่าอาหารที่คุ้นเคยในป่า จึงเป็นชนวนความขัดแย้งรุนแรงขึ้น

เมื่อความผูกพันระหว่างช้างกับคนที่เคยมีมายาวนาน

ต้องแปรเปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรู

เหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

.....ในที่สุด....

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำริ

ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า

เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าและช่วยให้สัตว์ป่ามีแหล่งน้ำ

และอาหารเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต

สร้างจิตสำนึกราษฎรให้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า

รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาอาชีพแก่ราษฎรที่อยู่อาศัยรอบพื้นที่ป่า

เพื่อให้ทั้งราษฎรและช้างป่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ด้วยการปลูกพืชที่เป็นอาหารช้างป่า เช่น หญ้า กล้วย สับปะรด

พื้นที่ปลูกไร่สับปะรดถูกกันเป็นสัดส่วนและขึงลวดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ

เพื่อสกัดช้าง ....เป็นการแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง

ปัญหาช้างลงมากินอาหารในไร่มักเป็นหน้าแล้ง ในเดือน เมษายน ถึง มิถุนายน

เพราะเป็นช่วงที่หาอาหารได้ยาก ส่วนในช่วงฤดูฝน ในป่ายังมีอาหารเพียงพอให้ช้าง

และสัตว์ป่าอื่น ๆ จึงไม่เกิดปัญหามากนัก

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำโครงการปลูกต้นไม้

สร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้ช้างป่าขึ้น

โดยมีอาสาสมัครจากภายนอกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน

เข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

อาหารของช้างจะเป็นพืชจำพวก ผลไม้สุก. หญ้า, ไผ่, เถาวัลย์

หรือ ไทร, ไม้ยืนต้น, พืชไร่ รวมทั้งดินโป่ง และน้ำ

กิจกรรมสร้างแหล่งอาหารให้ช้าง

จึงมีทั้งการปลูกต้นไม้ให้ช้าง จำพวกต้นกล้วย ต้นหญ้า

พวกเราเดินป่าเข้าไปในบริเวณที่ช้างจะลงมาหาอาหาร

ทำการถางป่าบางส่วนเพื่อขุดดิน จากนั้นก็ขุดดินให้เป็นหลุมกว้าง

เพื่อสร้างดินโป่ง โดยใช้เกลือสมุทร ผสมกับดินที่ขุด คลุกเคล้าให้เข้ากัน

บางคนหวังดีนำเกลือมาบริจาคให้เขตอุทยานฯ จำนวนมาก แต่เป็นเกลือสินเธาว์

ซึ่งไม่สามารถใช้สร้างแร่ธาตุให้เป็นดินโป่งของสัตว์ป่าได้ แถมยังทำให้ดินบริเวณนั้นเสียอีกด้วย

จึงขอแนะนำผู้ใจบุญทั้งหลายว่าหากต้องการบริจาค เกลือควรเป็นเกลือสมุทรเท่านั้น

บางครั้งช้างก็ชอบกินดินโป่ง (Salt Licks)

ในดินโป่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม

ช้างและสัตว์ป่าอื่น ๆ จะรู้ว่าบริเวณใดมีแร่ที่มันต้องการ การสร้างดินโป่งไว้ให้ช้าง

จึงเป็นการสร้างแหล่งอาหารให้ช้างอีกวิธีหนึ่ง

กิจกรรมต่อจากนั้นเป็น การสร้างฝายกั้นน้ำ

อันเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ

ทฤษฎีการพัฒนาและฟื้นฟูป่าไม้

โดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่รอดของป่าไม้

ปัญหาสำคัญที่เป็นตัวแปรของความอยู่รอดของป่าไม้ คือ “น้ำ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ทรงแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ที่ได้ผลดีโดยวิธีสร้าง

“ฝายกั้นน้ำ” หรือเรียกว่า “CHECK DAM”

หรืออาจเรียกว่า “ฝายชะลอความชุ่มชื้น” ก็ได้เช่นกัน

“CHECK DAM”

เป็นสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ ใช้กั้นลำห้วยลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ

หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ หากช่วงใดน้ำไหลแรง

ก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปทับถมลำน้ำตอนล่าง

เป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ดีมากวิธีหนึ่ง รูปแบบและลักษณะฝายนั้น

ได้พระราชทานพระราชดำรัสว่า

“ให้พิจารณาดำเนินการสร้างฝายราคาประหยัด

โดยใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น”

วัสดุที่ใช้จึงเป็นวัสดุที่มีอยู่ในป่า

ทั้งดินที่เราต้องช่วยกันขุดใส่ถุงปุ่ย เพื่อใช้วางเป็นชั้น

ไม้ที่ใช้กั้นก็หาเอาในป่า เถาวัลย์นำมาผูกกับไม้

ก้อนหินตามลำธาร..นำมาวางซ้อนทับกันจนเป็นฝายในที่สุด

  

และนี่คงเป็นคำตอบเพียงพอแล้วว่า

ทำไมฉันต้องมาปลูกต้นไม้ไกลถึงในป่า

แทนที่จะปลูกอยู่ที่บ้านของตัวเอง .....แต่ฉันเองกลับสงสัยต่อไปอีกว่า

เวลามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ทำไมคนไม่เคยโทษตัวเอง

แต่คนมักโทษคนอื่น โทษป่า โทษช้าง โทษทุกอย่างรอบตัว

เจ้าช้างป่า ที่ไม่รู้ประสา ก็คงจะงง และคงนึกอยู่ว่า...

 “บ้านของฉันมันเคยใหญ่โต แต่อยู่ ๆ มันก็เล็กลง และเล็กลง 

อาหารที่เคยหากินง่าย ก็ต้องเดินไกลขึ้น คนพวกนี้มาจากไหนกันนะ มาอยู่ในบ้านของฉัน

พอฉันจะกินอาหาร ก็จัดการกับพวกฉันด้วยวิธีแปลก ๆ และโหดร้าย

ที่พูดกันว่า คนมีเมตตาจิตสูงนั้น

ฉันอยากรู้จัง คนพวกนั้นอยู่ที่ไหน...?

จริงสินะ คนอย่างที่ว่าอยู่ที่ไหนกัน….?

ก็คนยังทำร้ายคนด้วยกันเอง นับประสาอะไรกับช้างป่า

ที่หมดสิทธิเรียกร้องความมีสิทธิเสรีภาพของช้างไปนานแล้ว

วันดีคืนดีคนอีกเหมือนกันที่จับช้างขึ้นเครื่องบิน ข้ามโลกไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง

กลายเป็นช้างส่งออกซะอย่างนั้น ....!

ร่วมกันคืนธรรมชาติให้ผืนป่า คืนชีวิตให้ผืนดิน

หยุดทำลาย หยุดเอาเปรียบธรรมชาติเสียที 

* * * * *

 เรื่อง / ภาพ : "ชาลี"

พุธ 4 กรกฎาคม 2550 : 18:00

ขอบคุณ...คุณต้น fat_kj http://www.oknation.net/blog/area

ที่ช่วยหาเพลงถูกใจใช้ประกอบเรื่องค่ะ 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 55
ก.ปั้นมณี วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/aodphoto


รักษ์ช้าง..รักษ์ป่า...ร่วมกันคืนธรรมชาติให้ผืนป่า..คืนชีวิตให้ผืนดิน..หยุดทำลาย..หยุดเอาเปรียบธรรมชาติกันเสียที....คืนบ้านให้ช้างเถอะ.............
ความคิดเห็นที่ 54
รักษ์ วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 22.08 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmontri

อย่าทิ้งน้องทิ้งนุ่งไปนานซิครับ
ด้วยความระลึกถึง ครับ
ความคิดเห็นที่ 53
มะอึก วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

พีมะอึกเขียนเพลงชมสาวสมุทรสาครให้ตามประสงค์แล้วนะครับคนสวยตาโต
ความคิดเห็นที่ 52
ew*-* วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 03.30 น.
http://www.oknation.net/blog/witita
-=-// ร้มีด่พื่ //=-= 


โอ๊ะ โอ๋ เอ๊ะ เอ๋


อืม ต้องช่วยกัน
ความคิดเห็นที่ 51
skinhead วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 19.15 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ต้องช่วยกันนะครับก่อนจะหมด
ความคิดเห็นที่ 50
นักรบนักรัก วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !

ตามลิงค์จากบล้อกชาวบ้าน ผ่านมาเจอครับ บล้อกสวยๆ เรื่องดีๆ เพลงแปลกๆ ( เอาช้างมาร้องนำ ฮ่าๆ) ชอบครับ โหวตที่ 117 ของผม เอาไปเลย ฮ่าๆ
ความคิดเห็นที่ 49
ที่ว่างส่วนตัว~sand_tar_space วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sand-tar-space

ความคิดเห็นที่ 48
thesnake วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 09.44 น.
http://www.oknation.net/blog/snake


ช่วยกันอนุรักษ์..ป่า..
เพื่อสิ่งมีชีวิตรอบตัวเรา...
ทำดี...ยืดอก..เดินหน้าต่อไปนะจ๊ะ..
ความคิดเห็นที่ 47
วิตามินบี วันที่ : 19/08/2007 เวลา : 01.21 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


บีเป็นคนหนึ่งที่หลงรักช้างมาก
เห็นช้างที่ไรก็กรี๊ดกร๊าดดีใจ
เหมือนสมัยตอนเด็ก ที่เห็นเค้าเข้ามาเดินในตลาด
ก็จะวิ่งออกมาดู ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้
ก็ไม่เคยแตกต่างกันเลย

เคยเห็นข่าวทางภาคใต้ ที่พวกเค้าออกจากป่า
มาขวางทางรถขนผลไม้ เพราะความหิวที่อาหารของเค้า
ไม่มีเหลือให้หากินอีกต่อไป ต้นเหตุคือมนุษย์
เห็นแล้วสงสารจับใจ เพราะช้างเป็นสัตว์รักสงบ
ที่เค้าออกมาขวางรถขวางถนน คงหิวจัดจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 46
naive วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

ชื่นใจค่ะที่ยังมีคนทำงานเพื่อสังคมดีๆอย่างนี้ในประเทศไทย.. // ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและชอบเรื่องของเรา ทำให้มีกำลังใจในการเขียนอีกมากมายเลยค่ะ..
ปล.ถ้ามีกิจกรรมดีๆแจ้งล่วงหน้าจะหาโอกาสไปร่วมด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
ลูกบัว วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 15.48 น.
http://www.oknation.net/blog/HappyToFly
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...

เรื่องนี้เป็นกรณีกับพวกโรงงานอุตสาหกรรมค่ะ ที่ชาวบ้านแถวๆ โรงงานชอบบ่น หรือประท้วงว่าโรงงานนำสารพิษ ส่งเสียงรบกวน ฯลฯ

ซึ่งเมื่อมองอีกแง่หนึ่งจะเห็นได้ว่าโรงงานหลายแห่งเหล่านั้นได้พยามยามแล้วที่จะไปสร้างอยู่นอกเมือง แต่ผู้คนก็ตามไปสร้างบ้านใกล้ๆ โรงงานเหล่านั้นเอง

น่าคิดเนอะ ว่าใครควรย้าย โรงงานหรือชาวบ้าน เหมือนกรณีเรื่องนี้แหละช้างบุกรุกป่า หรือคน?
ความคิดเห็นที่ 44
Sudteerak วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 02.10 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


สีบล๊อคสวยจังเลยคะ

จะรู้สึกแย่ ๆทุกครั้งที่เห็นช้างเดินอยู่ในเมือง เพื่อให้เราซื้อกล้วยซื้ออ้อย มันหดหู่คะ มองตาช้างแล้วยิ่งหงอยไปเลย
มันคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้แล้วนะคะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีที่เหมียวไม่เคยรู้คะ
ความคิดเห็นที่ 43
ชมพู วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/i-am-zilk

http://www.oknation.net/blog/i-am-zilk/2007/07/26/entry-1
แวะมาหาคะ มาร่วมกันรักแม่นะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 42
neesinancy วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 15.26 น.
http://www.oknation.net/blog/neesinancy

พี่คะหนูก็เพิ่งไปกุยบุรี มาไปดูช้างป่ามาด้วยคะ ยังเห็นร่องรอยของช้างที่ไปกินสับปะรดของชาวบ้านอยู่เลยคะ หนูเห็นช้างแล้วน่ารักดี พี่เจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่า ช้างป่ากุยบุรีดังในเรื่องที่ไม่ดี พี่เขาบอกว่าให้ประชาสัมพัธ์ให้ด้วย ถ้าชาวบ้านหรือ มนุษย์ไม่ไปบุกรุกที่ของช้าง ช้างก็มีอาหารกินแต่อาจมีการบุกรุกบ้านของช้าง ช้างก็เลยมาเยี่ยมบ้านของชาวบ้านที่มาบุกรุกบ้านของช้างบ้าง เพราะไปบุกรุกเขาเขาไม่มีอาหารกิน เขาก็ต้องหาที่ที่มีอาหารกิน ช้างกุยมีโอกาสได้ไปพบเห็นมาแล้วคะ น่ารักดี สีส้มอมชมพู
ความคิดเห็นที่ 41
รักษ์ วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/R-A-K

บางสิ่งบางอย่าง
บางคอลัมน์ยังคอยอยู่นะคร๊าบบบ
ติดต่อกลับด้วย
ความคิดเห็นที่ 40
MissBrightside วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nuthatai99
You are the habit I can't seem to kick

ดีจังคะ ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมดีๆ
ล่าสุด ที่มีข่าวว่า ช้างถูกสายไฟฟ้าช้อตตายคะ น่าเศร้ามาก ไฟฟ้านำความเจริญมาสู่คน แต่ความเจริญเหล่านี้ทำร้ายสัตว์ป่ามาเยอะแล้ว

ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกันและแวะไปเยี่ยมนะคะ
ความคิดเห็นที่ 39
ชมพู วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/i-am-zilk

สงสารช้างเน๊อะ ตัวใหญ่ แต่ใจดี
อยากเป็นหนึ่งในการปลูกป่าอะคะ
:)
ความคิดเห็นที่ 38
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

คนรุก ครับ นู๋ลี
ความคิดเห็นที่ 37
Boonjerm วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 15.20 น.
http://www.oknation.net/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

"พี่ชาลี" คนดีของเจิม มีหกบ้านเหรอเนี่ย ไอ๋หย๋า เจิมหาได้แค่ 4 อ่ะ เอาลิสต์บ้านมาให้หน่อยจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 36
สะตอตาปี. วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.43 น.
http://www.oknation.net/blog/SATORTAPEE
สะตออ้างว้าง  เคว้งคว้างจากลำ ตาปี ..... อยากเจอคนปลอบฤดี อยากให้ชีวี ของพี่ หยุดไหล...   ฝากความคิดถึง รำพึงไปกับดวงจันทร์ ฝากใจรักคำมั่น คิดถึงแจ่มจันทร์คนไกล...

ชาลี
--
ทำเรื่องดีๆ อีกแล้ว
--
นี่แหละ เค้าว่า คนดีย่อมคิดดีและทำในเรื่องดี
--
ไม่เหมือนพี่ สะตอ แก่แล้ว ยังมัว แต่ "บ้าหญิง"
...
ความคิดเห็นที่ 35
sat11 วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 12.53 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

น่าสงสารช้าง..ตัวก็ใหญ่ต้องกินเยอะ ใช้พื้นที่มาก..ให้ลูกน้อย..โตช้า...บ้านยังหายอีก...
ความคิดเห็นที่ 34
patijjachon วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 20.57 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

สัตว์ไม่เคยบุกรุกคนอยู่แล้ว ... มีแต่คนเท่านั้นที่เป็นผู้บุกรุก เบียดเบียนสัตว์และธรรมชาติ
ความคิดเห็นที่ 33
เมตตา วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/meo

คนโลภ ไม่รู้จักพอ ทำลายทุกอย่างได้ ทั้งธรรมชาติ เพื่อนมนุษย์ และเพื่อนร่วมโลก

โครงการพระราชดำริ อนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า ช่วยเหลือราษฎร และช่วยสัตว์ป่า ให้อยู่ร่วมกันได้ วิเศษที่สุด

เราจะอยู่ได้ พวกเขาต้องอยู่ด้วย



ความคิดเห็นที่ 32
33 วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 18.07 น.
http://www.wcd13phrae.com/indexd.html


ช่วยกันอนุรักษ์ช้างเป็นเป็นเรื่อที่ดีมาก เลย ขออย่างเดียวอย่านำช้างไปเร่รอนตามท้องถนน หรือที่ชุมชนรับไม่ได้
จังแพร่เป็นอีกจังหวัดหนึ่งยังมีการนำช้างไปเร่รอน ตำตรวจช่วยดูแลให้ด้วย
ความคิดเห็นที่ 31
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 10.37 น.
http://www.oknation.net/blog/threenation

ผมเองก็สงสารช้าง
แต่คนเราเคยสำนึกอะไรบ้างล่ะ
จริงไหม
มีแต่คนอย่างพวกเราที่อำนาจก็น้อย คิดแต่ทำได้ไหมน่ะ
สำหรับการอนุรักษ์ช้างจริงๆจังๆ
ก็ทำได้แต่สังเวชใจไปวันๆ ฮิ
ความคิดเห็นที่ 30
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 09.05 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

คน ครับ คน แน่ๆ แหงเลย ชาลี
ความคิดเห็นที่ 29
สายลมลอย วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/suankikran

หลายปีก่อน...ผมไปยังพื้นที่ใกล้กัน(ติดกัน) แต่เป็นโครงการในพระราชดำริ ชื่อเต็ม ๆ ว่า โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ผมเขียนงานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ว่า ปลูกป่าให้ช้าง ตีพิมพ์ในนิตยสารอะไรซักอย่าง...อาจจะเปรียว เลือน ๆ จำไม่ได้แล้ว...

ได้อ่านอีกครั้ง....รู้สึกดีจัง
---------------------------------

มาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 28
kaypuccino วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 20.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!

ก้อมนุษย์ไปบุกรุกเค้าก่อน...น้องช้างเค้าเดือดร้อนก็มาเอาคืนมั่งดิ ...แต่น้องช้างหรือจะโต้ตอบมนุษย์ผู้เห็นแก่ตัวเหล่านี้ได้ น่าฉงฉานนนน
ความคิดเห็นที่ 27
sixty วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 19.59 น.
http://www.oknation.net/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

เมื่อหลายสิบปีก่อน หลังหมู่บ้านบ้านเกิดของผม หนาทึบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด จำได้เลยว่าเดินออกจากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันออกไม่ถึง 3 กิโลเมตร ก็เข้าเขตป่า ต้องการของป่าอะไร มีหมด

แต่เมื่อบริษัททำไม้เข้ามาไม่ถึง 10 ปี ผมต้องเดินมากกว่า 10 กิโลเมตร จึงจะถึงป่า ..... และมาถึงปัจจุบัน ป่าไม้อยู่ได้แค่ชายเขา นอกนั้นถูกทำลายกลายเป็นไร่มันไปหมด.... ไม่อยากพูดถึงหรอก... มันน่าเศร้าใจ
ความคิดเห็นที่ 26
สวยเสมอ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 15.10 น.
http://www.oknation.net/blog/lila

มนุษย์นั่นแหล่ะ เป็นต้นเหตุทั้งหมด ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับอาสาสมัครผู้มีใจรักธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตที่ไร้เดียงสา บนผืนแผ่นดินนี้
ความคิดเห็นที่ 25
ราษีไศล วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

แวะมาทักทายและชวนไปเที่ยวน้ำตกสาริกาครับ
ความคิดเห็นที่ 24
ทาคุ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 12.04 น.