| - - - ห ย ด น้ำ - - - | ||
เป็นหยดน้ำใสพราวราวน้ำทิพย์ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||
พิมพ์หน้านี้
|
อ่านชานชาลาปันความสุข เรื่องเล่ารอบตัว คลิกรูปมือค่ะ อ่านกาลครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ เรื่องราวความรักของหนูลี คลิกรูปนี้เลยจ๊า ใคร คือ ผู้ บุก รุก..? คน หรือ
ฉันไปปลูกต้นไม้ คราวนี้ภาระกิจของฉันไม่ได้ปลูกต้นไม้ธรรมดาเสียด้วย ฉันไปปลูกต้นไม้ให้ช้าง
ทำไม...? ต้องปลูกต้นไม้...ให้ช้าง
ช้างจะเอาต้นไม้ไปทำอะไร ....? * * * * * * *
คงต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ได้เกิดเหตุการณ์สลดใจสำหรับกลุ่มคนรักช้าง อาจมีใครเคยได้ยินเรื่องราวโศกนาฏกรรมช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายหลายครั้ง ที่ป่ากุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น กรณีเผานั่งยางช้างป่า เมื่อปี 2541 ช้างป่าเสียชีวิตและถูกเผาด้วยยางรถยนต์ จำนวน 1 ตัว สาเหตุเกิดจากช้างป่าจะเข้าไปกินสับปะรด แล้วคนเฝ้าไร่ใช้ปืนไรเฟิลยิงถูกช้างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณท้ายไร่ เจ้าของไร่กลัวความผิดจึงนำยางรถยนต์ จำนวน 2 คันรถ มาเผาช้างเพื่อทำลายหลักฐาน
หรือกรณีที่ช้างตายเพราะโดนยาปราบศัตรูพืช ที่ชาวบ้านเอาถังน้ำยาไปล้างในลำธาร เมื่อช้างไปกินน้ำ จึงเกิดเหตุสลดใจไปทั้งประเทศและกระจายไปทั่วโลก...
แล้วช้างป่าทำไมไม่อยู่ในป่า.....? เข้ามายุ่มย่ามอะไรในที่ทำกินของคน...? ถ้าพื้นที่ป่าไม่ลดลง ช้างที่อยู่ในป่าไม่ขาดอาหารที่เคยหากินได้เองตามธรรมชาติ ถ้าไม่มีคนเข้าไปใช้พื้นที่ในป่าเพื่อทำการเกษตร และตั้งบ้านเรือนกันในป่า ซึ่งก็คือที่อยู่อาศัยของช้าง ....ช้างคงอยู่ส่วนช้าง ไม่เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้น ในทุกๆ ปี เมื่อถึงฤดูแล้ง ช้างป่าจะขาดน้ำและอาหาร ต้องเข้าไปหาอาหารกินในไร่ของชาวบ้าน จนเกิดเหตุกระทบกันระหว่าง...คน...กับ...ช้าง เมื่อช้างออกจากป่าเข้าไปเก็บกินสับปะรดของชาวบ้าน ซึ่งมีรสชาติถูกปากมากกว่าอาหารที่คุ้นเคยในป่า จึงเป็นชนวนความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
เมื่อความผูกพันระหว่างช้างกับคนที่เคยมีมายาวนาน ต้องแปรเปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรู เหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าและช่วยให้สัตว์ป่ามีแหล่งน้ำ และอาหารเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต สร้างจิตสำนึกราษฎรให้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาอาชีพแก่ราษฎรที่อยู่อาศัยรอบพื้นที่ป่า เพื่อให้ทั้งราษฎรและช้างป่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ด้วยการปลูกพืชที่เป็นอาหารช้างป่า เช่น หญ้า กล้วย สับปะรด
พื้นที่ปลูกไร่สับปะรดถูกกันเป็นสัดส่วนและขึงลวดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ เพื่อสกัดช้าง ....เป็นการแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง
ปัญหาช้างลงมากินอาหารในไร่มักเป็นหน้าแล้ง ในเดือน เมษายน ถึง มิถุนายน เพราะเป็นช่วงที่หาอาหารได้ยาก ส่วนในช่วงฤดูฝน ในป่ายังมีอาหารเพียงพอให้ช้าง และสัตว์ป่าอื่น ๆ จึงไม่เกิดปัญหามากนัก
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำโครงการปลูกต้นไม้ สร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้ช้างป่าขึ้น โดยมีอาสาสมัครจากภายนอกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
อาหารของช้างจะเป็นพืชจำพวก ผลไม้สุก. หญ้า, ไผ่, เถาวัลย์ หรือ ไทร, ไม้ยืนต้น, พืชไร่ รวมทั้งดินโป่ง และน้ำ
กิจกรรมสร้างแหล่งอาหารให้ช้าง จึงมีทั้งการปลูกต้นไม้ให้ช้าง จำพวกต้นกล้วย ต้นหญ้า
พวกเราเดินป่าเข้าไปในบริเวณที่ช้างจะลงมาหาอาหาร ทำการถางป่าบางส่วนเพื่อขุดดิน จากนั้นก็ขุดดินให้เป็นหลุมกว้าง
เพื่อสร้างดินโป่ง โดยใช้เกลือสมุทร ผสมกับดินที่ขุด คลุกเคล้าให้เข้ากัน
บางคนหวังดีนำเกลือมาบริจาคให้เขตอุทยานฯ จำนวนมาก แต่เป็นเกลือสินเธาว์ ซึ่งไม่สามารถใช้สร้างแร่ธาตุให้เป็นดินโป่งของสัตว์ป่าได้ แถมยังทำให้ดินบริเวณนั้นเสียอีกด้วย จึงขอแนะนำผู้ใจบุญทั้งหลายว่าหากต้องการบริจาค เกลือควรเป็นเกลือสมุทรเท่านั้น
บางครั้งช้างก็ชอบกินดินโป่ง (Salt Licks) ในดินโป่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ช้างและสัตว์ป่าอื่น ๆ จะรู้ว่าบริเวณใดมีแร่ที่มันต้องการ การสร้างดินโป่งไว้ให้ช้าง จึงเป็นการสร้างแหล่งอาหารให้ช้างอีกวิธีหนึ่ง
กิจกรรมต่อจากนั้นเป็น การสร้างฝายกั้นน้ำ อันเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ทฤษฎีการพัฒนาและฟื้นฟูป่าไม้ โดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่รอดของป่าไม้ ปัญหาสำคัญที่เป็นตัวแปรของความอยู่รอดของป่าไม้ คือ น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทรงแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ที่ได้ผลดีโดยวิธีสร้าง ฝายกั้นน้ำ หรือเรียกว่า CHECK DAM หรืออาจเรียกว่า ฝายชะลอความชุ่มชื้น ก็ได้เช่นกัน
CHECK DAM เป็นสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ ใช้กั้นลำห้วยลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ หากช่วงใดน้ำไหลแรง ก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปทับถมลำน้ำตอนล่าง เป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ดีมากวิธีหนึ่ง รูปแบบและลักษณะฝายนั้น ได้พระราชทานพระราชดำรัสว่า ให้พิจารณาดำเนินการสร้างฝายราคาประหยัด โดยใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น
วัสดุที่ใช้จึงเป็นวัสดุที่มีอยู่ในป่า
ทั้งดินที่เราต้องช่วยกันขุดใส่ถุงปุ่ย เพื่อใช้วางเป็นชั้น
ไม้ที่ใช้กั้นก็หาเอาในป่า เถาวัลย์นำมาผูกกับไม้ ก้อนหินตามลำธาร..นำมาวางซ้อนทับกันจนเป็นฝายในที่สุด
และนี่คงเป็นคำตอบเพียงพอแล้วว่า ทำไมฉันต้องมาปลูกต้นไม้ไกลถึงในป่า แทนที่จะปลูกอยู่ที่บ้านของตัวเอง .....แต่ฉันเองกลับสงสัยต่อไปอีกว่า เวลามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ทำไมคนไม่เคยโทษตัวเอง แต่คนมักโทษคนอื่น โทษป่า โทษช้าง โทษทุกอย่างรอบตัว เจ้าช้างป่า ที่ไม่รู้ประสา ก็คงจะงง และคงนึกอยู่ว่า...
อาหารที่เคยหากินง่าย ก็ต้องเดินไกลขึ้น คนพวกนี้มาจากไหนกันนะ มาอยู่ในบ้านของฉัน พอฉันจะกินอาหาร ก็จัดการกับพวกฉันด้วยวิธีแปลก ๆ และโหดร้าย
ที่พูดกันว่า คนมีเมตตาจิตสูงนั้น ฉันอยากรู้จัง คนพวกนั้นอยู่ที่ไหน...? จริงสินะ คนอย่างที่ว่าอยู่ที่ไหนกัน .? ก็คนยังทำร้ายคนด้วยกันเอง นับประสาอะไรกับช้างป่า ที่หมดสิทธิเรียกร้องความมีสิทธิเสรีภาพของช้างไปนานแล้ว วันดีคืนดีคนอีกเหมือนกันที่จับช้างขึ้นเครื่องบิน ข้ามโลกไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง กลายเป็นช้างส่งออกซะอย่างนั้น ....!
ร่วมกันคืนธรรมชาติให้ผืนป่า คืนชีวิตให้ผืนดิน หยุดทำลาย หยุดเอาเปรียบธรรมชาติเสียที * * * * * เรื่อง / ภาพ : "ชาลี" พุธ 4 กรกฎาคม 2550 : 18:00
ขอบคุณ...คุณต้น fat_kj http://www.oknation.net/blog/area ที่ช่วยหาเพลงถูกใจใช้ประกอบเรื่องค่ะ |