• ชานบ้านชานเมืองทัวร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanbaan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 26259
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
ปั้นมนุษย์แต่ยังเด็กๆ

บทความที่เขียนเพื่อตามรอยธรรมชาติ

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



คนเลวควรมีธรรมประจำใจหรือไม่
ควร
5 คน
ไม่ควร
0 คน

  โหวต 5 คน
วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน 2551
อย่างไรก็ขอให้ได้โปรดช่วยเราเถิดชาวอีสาน
Posted by ชานบ้านชานเมืองทัวร์ , ผู้อ่าน : 127 , 00:11:06 น.   | หมวดหมู่ : ปัญหาสังคม   เรื่องเก่านำมาเล่าใหม่  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อเขาถือว่าชาวอีสานเป็นเจ้าของประเทศ ก็ขอให้ได้โปรดช่วยเราด้วย

าณาจักรหนึ่งในสาม ที่เป็นตัวเชื่อมกันทางประวัติศาสตร์

อย่างเช่น สุโขทัย ล้านนา ล้านช้าง จะเป็นเพียงแค่ร่องรอยที่ทำให้เรามองเห็นว่า เรากำลังบอกว่า ยุคสมัยนี้ เราไม่จำเป็นต้องมีประวัติศาสตร์ เพราะเรากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์กันใหม่ ไม่รู้ว่า จะพูดกันอย่างไรดี เมื่อชาติมีภัยถึงหลายครั้งหลายครา ทั้งการปฏิวัติ 2475 ที่ทำลายโครงสร้างของความเป็นไทยอันมีแผ่นดินสยามนั้นเป็นดินแดนสำคัญเรื่อยมา เมื่อสิ่งหนึ่งกำลังเกิดขึ้นนั้นก็คือ การแห่คนไปทั่วเมือง ไม่ใช่แห่ไปประจาน แต่แห่ไปเหมือนยังกับเป็นเจ้า แถมที่สำคัญยังได้รับการคุ้มครองเหมือนอย่างกับกษัตริย์ในประเทศเนปาล ก็ไม่รู้ว่า บ้านนี้เมืองนี้ยังหลงเหลือรากเหง้าของความเป็นชาติอยู่หรือไม่

หลายคนเคยบอกกระผมว่า ชาตินี้เมืองนี้ มีเพียงชาวอีสานเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของประเทศ เพราะมีชนเผ่ารากลึกหลายเผ่าพงษ์เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศ และยังมีพรรคกพวกเป็นชาวลาวอีกมากในฝั่งลาวที่พร้อมจะช่วย ซึ่งสามารถจัดตั้งประเทศขึ้นมาเองเลยก็ได้ ไม่ต้องง้อไทย

ฟังแล้วก็ต้องคิดทบทวนตามคำพังเพยของไทยที่ว่า "ฟังหูไว้หู" ไม่รู้ว่าเรียกผิดหรือเปล่า เพราะก็สับสนเหมือนกันระหว่างคำสุภาษิต กับคำพังเพย แม้ว่าจะมีคู่มือนะแต่ก็คงเป็นไรเพราะว่า สับสนเหมือนกันระหว่าง "ความดี กับความเลว " ที่เปรียบดังคำพังเพยที่ว่า "เห็นกรงจักรเป็นดอกบัว" อะไรทำนองนั้น ก็อยากบอกว่าในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ คงมีแต่คนหันมาใช้ชีวิตแบบอัตคัด คือ ไม่ใช่พอเพียง แต่ทำชีวิตให้จนยิ่งกว่าจน คือมีก็ไม่ใช้ ใช้ในสิ่งที่ปะทังชีวิต เหลือเงินเอาไว้ปะทังชีวิตต่อในวันหน้าเผื่อว่าประเทศชาติจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งโกลาหน

ก็พูดถึงเรื่องบัวสี่เหล่าไปแล้ว อ้างอิงให้สักนิดนะ http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel/2008/04/22/entry-2 

หลังจากที่ทบทวนเรื่องราวอยู่นานก็คิดว่า เมื่อเขาถือว่าชาวอีสานเป็นเจ้าของประเทศแล้ว และถือว่าประชาธิปไตยก็คือ เสียงของประชาชน ไม่ใช่เสียงของธรรม หรือเหตุผล เราก็ว่า คงต้องพึ่งชาวอีสานแล้ว เพราะเขาถือว่าชาวอีสานเป็นเจ้าของประเทศ เราก็เห็นเป็นเช่นนั้น เพราะบุญคุณชาวอีสานที่ช่วยให้ไทยนั้นได้เป็นเศรษฐีข้าว จนได้ทำธุรกิจมากมายได้เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี จากฝีมือชาวอีสานก็มากอยู่หลายคน ดังนั้นจะไม่ไปพึ่งชาวอีสานก็เห็นว่าไม่ถูก เพราะชาวอีสานนั้น ไม่ใช่คนเลวร้าย ไม่ใช่คนที่จะถูกซื้อได้ด้วยเงิน ดังนั้น เราเห็นว่าชาวอีสานก็ควรเป็นที่พึ่งของคนในประเทศนี้ได้เป็นอย่างดี


ภาพจาก www.ezytrip.com

ภาคอีสานนั้น เคยอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ก็เห็นว่าเป็นแหล่งที่อุดมสมบรูณ์ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปอยู่ในพุงใครเขาเข้า ซึ่งคนไทยนิยมบอกว่า คนรวยจะลงพุ่งเราก็เห็นว่าเราควรมีพุ่งกับเขาบ้าง จะได้ดูรวย อาจจะต้องมีทีมฟุตบอลอังกฤษสักทีมเอาไว้สร้างภาพให้ดีว่ารวย เอาไว้ให้ต่างชาติดูว่าเราสามารถช่วยเหลือผู้คนได้ เราน่าจะมีดาวเทียม เขาว่าดาวเทียมนี้ดีมากชื่อว่า "ไทยคม" เราก็ว่า น่าจะซื้อหาเอาไว้ เห็นว่า เสียก็ทิ้ง เดียวก็มีคนเอามาเปลี่ยนให้ ไม่ต้องลงทุนอะไร ตอนนี้ ก็คิดว่า หากมีมูลนิธิไทยคม เอาไว้ก็คงดี ไม่รู้ว่าชื่อนี้ มีใครเอาไปใช้แล้วหรือยัง เราก็ยังไม่ทราบได้

ภาคอีสานนั้นเคยมีป่ามีน้ำ แต่ว่าตอนนี้แล้งแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดจากใครกัน อันนี้อยากให้ชาวอีสานช่วยคิด เพราะว่าเห็นเดี่ยวนี้หัวดำหัวแดงปนกันจนไม่รู้ว่าลูกหลายชาวไหนเข้ามาอยู่มายึดแผ่นดินอีสานกัน อันนี้ก็อยากให้ชาวอีสานช่วย หากชาวอีสานเป็นเจ้าของประเทศอย่างที่เขาประกาศให้ไว้กัน ท่านทั้งหลายก็ควรช่วยเหลือแผ่นดินนี้เอาไว้ เพราะท่านคือเจ้าของประเทศ คงไม่หนีนา มาประท้องท้องหน้าบ้านป๋าเปรมนะ เพราะเราเห็นว่าเวลาเจ้านายวานให้ป๋าเปรมไปทำธุระแทนนั้น เห็นทีจะไม่ปลอดภัย ขนาดผู้แทนพระองค์ยังไม่ปลอดภัย เราเห็นว่า ท่านนั้นต้องช่วยเรา เพราะว่า พ่อเหนือหัวนั้น ทรงเศร้าพระราชหฤทัยมากมาย หลายเรื่องแล้ว หลายเรื่องก็ดีขึ้น ท่านก็มีหลานชายที่น่ารัก ท่านก็รักของท่าน เราเองก็มีหลานกันแล้ว แต่ว่าไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องแบก อันนี้ก็อยากให้ชาวอีสานช่วยแผ่นดินนี้ เพราะท่านมีเสียงมาก เห็นว่าการมีเสียงมากจะได้พบชัยชนะมิใช่หรือ อันนี้ท่าจะจริง เราของให้ท่านช่วยแผ่นดินนี้เอาไว้ด้วย ถือว่าทำเพื่อรากเหง้าของพวกเราเองทั้งนั้น

เอาเป็นว่า ก็ขอให้ได้โปรดช่วยเราด้วยนะ ชาวอีสาน ช่วยเราได้พบกับความร่มเย็น อย่าให้เกิดภัยพิบัติอะไรจนเจ้านายเราต้องถูกบังคับทำนั้นนี้อีกเลยนะ เรารักกัน เรารักกัน มาสานสายสัมพันธ์กันเถิด เรารักกัน เรารักกัน ไทยลาวล้วนน้องพี่ อย่าทำร้าย อย่าย่ำยี เรารักกัน เรารักกัน ชาวอีสานช่วยเราเถิด

เรื่องโดย ชานบ้านชานเมือง
ข้อมูลอ้างอิงชนชาติลาว หรือชาวล้านช้างจาก http://larnbuddhism.net/buddha/Laocity/02.html

ต้นกำเนิดอาณาจักรล้านช้าง
ชนชาติลาวกับชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์
ร่วมกันมาตั้งแต่โบราณกาล
 

<>    แต่เดิมเมืองหลวงพระบางอยู่ในอำนาจของขอมพวกหนึ่ง เรียกว่า ขอมชวา จึงเรียกชื่อเมืองตามว่า เมืองชวา ( มีปรากฏในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงของไทยว่าในสมัยนั้น อาณาเขตจรดเมืองชวา ) ขุนลอ ราชโอรสองค์ใหญ่ของขุนบรม ได้ยกพลเข้าตีเมืองชวา ๒ ครั้งจึงสำเร็จ แล้วได้ปกครองบ้านเมือง

    ต่อมาเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า เชียงทอง หมายถึงเมืองแห่งความรุ่งเรือง ( คล้ายกับไทยเมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เข้าตีเมืองสุโขทัยขับไล่พวกขอม แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า สุโขทัย อันหมายถึง เมืองแห่งอรุณรุ่ง ) สืบต่อมาจนถึงสมัย พระยาสุวรรณคำผง หรือเจ้าฟ้าหลวงโงน ต่อมาสวรรคต เจ้าฟ้าเงี้ยว ราชโอรสขึ้นเสวยราชย์ มีโอรสองค์หนึ่งชื่อ เจ้าฟ้างุ่ม

   

ประสูติเจ้าฟ้างุ่ม

    เจ้าฟ้างุ่ม ประสูติในปีมะโรง พศ. ๑๘๕๙ เมื่อแรกคลอดออกมามีฟันครบ ๓๓ ซีก

    พวกเสนาอำมาตย์ลงความเห็นว่าจะนำภัยพิบัติมาสู่บ้านเมือง จึงพร้อมกันกราบทูลพระเจ้าเงี้ยว ขอให้นำไปลอยน้ำเสีย เจ้าฟ้างุ่มราชกุมารจึงถูกวางบนแพปล่อยลอยไปตามลำน้ำโขง แพไหลเรื่อมาก่อนจะถึงหลี่ผี (น้ำตก กลางลำน้ำโขง ) แพได้ลอยไปติดฝั่งเสียก่อน ภิกษุชาวขอมรูปหนึ่งนามว่า พระมหาปาสมัน ได้ลงอาบน้ำมาพบเข้า สังเกตดูรู้ว่าเป็นราชกุมารเชื้อเจ้า จึงนำมาเลี้ยงดูและสอนศิลปะวิทยาการให้ เป็นเรื่องแปลกของกุมารนี้อย่างหนึ่งคือ เวลานอนจะกรนดังเป็นเสียงดนตรี พอเจริญวัยได้ ๗ ขวบ พระมหาปาสมันเถระจึงนำไปถวายแก่พระเจ้าแผ่นดินขอม

    พระเจ้าแผ่นดินขอมให้การชุบเลี้ยงอย่างดี ให้ได้รับการศึกษาศิลปะวิทยาการในพระราชสำนัก ประกอบกับเจ้าฟ้างุ่มมีความฉลาดหลักแหลมมาแต่เยาว์วัย พอเติบใหญ่ขึ้นเป็นหนุ่ม พระเจ้าแผ่นดินขอมจึงยกพระราชธิดาให้เป็นพระเทวี มีนามว่า “พระนางแก้วเกงยา”

    ( การที่พระเจ้าแผ่นดินขอม มีความเมตตาเลี้ยงดู เจ้าฟ้างุ่มจนถึงให้เป็นราชบุตรเขย ก็เพราะอาณาจักรขอมในตอนนั้นกำลังเสื่อมลง ถูกต่อต้านจากการลุกขึ้นสู้ของ พ่อขุนผาเมือง และพ่อขุนบางกลางท่าว แล้วตั้งอาณาจักรสุโขทัย ทางตอนบน และในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ได้แผ่อาณาเขตของไทยออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้พวกขอมต้องถอยล่นลงมาทางใต้ ส่วนด้านตะวันตกมีอาณาจักร กรุงศรีอยุธยา ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขยายอำนาจอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าแผ่นดินขอม ต้องการหยุดยั้งการขยายอำนาจของไทย จึงได้ชุบเลี้ยงเจ้าฟ้างุ่มโดยหวังจะอาศัยกำลังของลาวมาช่วยป้องกันนั่นเอง )

    ราว พ.ศ.๑๘๘๖ เจ้าฟ้าเงี้ยว พระบิดาเสด็จสวรรคต เจ้าฟ้าคำเรียวได้ขึ้นครองราชย์แทน เจ้าฟ้างุ่มอยู่ที่ขอมได้ทราบข่าว จึงกราบทูลต่อพระเจ้าแผ่นดินขอม เพื่อขอกำลังกองทัพยกขึ้นไปชิงเอาราชบังลังก์ พระเจ้าแผ่นดินขอมก็เต็มใจให้อย่างยิ่ง

    พ.ศ.๑๘๙๒ เจ้าฟ้างุ่มพร้อมด้วยพระนางแก้วเกงยาก็ทูลลาพระราชบิดา ยกเสนาโยธาหาญขึ้นมาตีเมืองรายทางได้รับชัยชนะโดยตลอด เจ้าเมืองที่ออกมาต่อต้านได้ถูกสังหารเสียชีวิตไปหลายคน บรรดาเมืองอื่นๆก็เกรงกลัวส่งส่วยทรัพย์สินเงินทองช้างม้ามาขออ่อนน้อม ทำให้กองทัพของเจ้าฟ้างุ่มยิ่งเข้มแข็งทวีขึ้นอีกมาก จนพระเจ้าแผ่นดินญวนที่มีดินแดนต่อติดกัน ต้องแต่งราชทูตพร้อมด้วยบรรณาการมาถวาย เพื่อขอเจรจาแบ่งปันเขตแดนและพลเมืองกัน โดยมีหลักการดังนี้

    ๑. พลเมืองที่อยู่เรือนมีร้านมีเสา ( คือเรือนที่ยกพื้น ) ให้ถือว่าเป็นพลเมืองลาว

    ๒. เขตแดนประเทศญวนนั้นให้นับแต่หินสามเส้าไปถึงน้ำเต้าสามแถว

    ๓. ให้ถือแนวสันเขา ถ้าฝนตกน้ำไหลลงมาทางลาวก็ให้ถือเป็นดินแดนของลาว ถ้าไหลไปทางญวนก็ให้เป็นดินแดนของญวน

    เมื่อตกลงเขตแดนเรียบร้อยแล้ว เจ้าฟ้างุ่มก็ยกพลไปตีเมืองเชียงทอง พระเจ้าคำเรียวก็เกณฑ์รี้พลออกต่อสู้แต่พ่ายแพ้กลับเมืองถึง ๓ ครา จนพลเมืองไม่คิดที่จะต่อสู้อีกแล้ว พระเจ้าคำเรียวเสียใจจึงเสวยยาพิษปลงพระชนม์ตนเองพร้อมด้วยมเหสี

    เหล่าเสนาอำมาตย์จึงพร้อมกันอัญเชิญเจ้าฟ้างุ่มขึ้นเสวยราชสมบัติในนครเชียงทอง เมื่อปีมะเส็ง พ.ศ.๑๘๙๖ ( ใช้เวลาต่อสู้อยู่ ๔ ปี ) และถวายพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าฟ้างุ่มแหล่งหล้าธรณี”

    ต่อมาอีก ๑ ปี พระเจ้าฟ้างุ่มยกพลโยธาออกตีเมืองต่างๆเพื่อขยายอาณาเขต จนกระทั่งมาถึงเมืองเชียงแสนของไทย ทัพเชียงแสนได้ออกต่อสู้อย่างกล้าหาญแต่เสียทีแม่ทัพถูกฟันเสียชีวิตบนคอช้าง ทัพเชียงแสนจึงแตกพ่าย พระเจ้าสามพระยาหรือท้าวผายูเจ้าเมืองเชียงแสนจึงยอมอ่อนน้อม ถวายส่วยและบรรณาการพร้อมด้วยพระราชธิดาให้ พระเจ้าฟ้างุ่มพอพระทัยจึงยกทัพกลับคืนนครเชียงทอง

   

    ขอแทรกเกล็ดความรู้เรื่องการเลือกชัยภูมิที่ดี สักเล็กน้อย

    สิทธิการิยะ ถ้าจะดูชัยภูมิที่จะตั้งบ้านเรือนให้อยู่เป็นสุข

    ถ้าที่เป็นรูปกลม (เหมือนพระอาทิตย์เต็มดวง) เรียกว่าที่พระอาทิตย์ อย่าอยู่เลยไม่ดี

    ถ้าที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ตรงมุมด้านใดด้านหนึ่งแหว่งไปเล็กน้อย อยู่แล้วดี ถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส (ด้านกว้างกับด้านยาวเท่ากัน) อยู่แล้วไม่ดี

    ถ้าที่เป็นรูปใบโพธิ์ เรียกว่า ที่พระพุธ อยู่แล้วจะดีมีลาภ

    ถ้าที่รีๆ (สี่เหลี่ยม ด้านกว้างกับด้านยาวไม่เท่ากัน) เรียกว่า ที่พระพฤหัส อยู่แล้วดีมีความอุดมสมบูรณ์

    ที่เป็นรูปปราสาท (คล้ายรูปโพธิ์ดำในไพ่ แต่ฐานล่างกว้างกว่าในรูปไพ่) เรียกว่า ที่พระศุกร์ อยู่แล้วจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข

    ที่เป็นรูปคันธนู (คล้ายพระจันทร์ครึ่งดวง) เรียกว่า ที่พระเสาร์ อยู่ไม่ดี

    ที่กิ่วกลาง (คล้ายฝักถั่วลิสง) เรียกว่า ที่พระราหู อยู่ไม่ดี

    ที่เป็นชายธง (คล้ายมีดควาญช้าง) เรียกว่า ที่พระเกตุ อยู่แล้วดี

    สิทธิการิยะ พระอินทร์ทรงถามกับพระฉลูกัน ว่าสถานที่ใดที่คนทั้งหลายอยู่แล้วดีอยู่เย็นเป็นสุข

    พระฉลูกันตอบว่า ที่ทางทิศตะวันออกต่ำและทางทิศตะวันตกสูง อยู่แล้วดีมีความสุข

    ที่ใดที่ตรงกลางต่ำ ขอบริมสูง (ที่แอ่งกระทะ) อยู่แล้วไม่ดี

    ถ้าที่ทางทิศใต้สูงทางทิศเหนือต่ำ เรียกว่า ศุภราช อยู่แล้วดี

    ถ้าที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ต่ำ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือสูง เรียกว่า สิทธิโชค อยู่แล้วดี

    ถ้าที่ทางทิศใต้สูงและทิศตะวันออกเฉียงเหนือต่ำ อยู่แล้วดีมีอำนาจ เอาไว้ดูชัยภูมิที่บ้าน

    หนังสือพงศาวดารโยนก บริเฉทที่ ๑๒ ว่าด้วยตั้งเมืองพะเยา

    สมัยพระยาลาวเงินแห่งเมืองหิรัญนครเงินยางมีความคิดว่าจะให้ราชบุตรออกไปตั้งเมืองขึ้นอีกแห่งหนึ่ง จึงได้แบ่งราษฏรให้ขุนจอมธรรมซึ่งเป็นราชบุตรเดินทางไปหาที่ตั้งเมืองใหม่ เมื่อขุนจอมธรรมพาหมู่บริวารมาถึงนครเก่าร้างมาแต่โบราณแห่งหนึ่ง ณ.เชิงเขาชมภู จึงสั่งให้อำมาตย์ราชครูโหราเข้าไปตรวจตราภูมิสถานว่าสมควรเข้าไปตั้งอยู่ได้หรือไม่ อำมาตย์ราชครูได้ตรวจดูเห็นศุภนิมิตชัยมงคล ๓ ประการคือ

    ๑. มีกำแพงเมืองล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านกว้าง ๑๐๐๐ วา ด้านยาว ๑๑๐๐ วา มีคูเมือง ๗ วา มีประตู ๘ ช่อง

    ๒. พื้นเบื้องตะวันตกเป็นที่สูง เบื้องตะวันออกต่ำ

    ๓. มีสระหรือหนองใหญ่อยู่หนอิสานและหนพายัพ

    จึงกราบทูลขุนจอมธรรมนั้นทุกประการ ท้าวเธอจึงให้สร้างนิเวศสถานในนคร แล้วเรียกเมืองนีว่า เมืองภูกามยาว แต่มาในสมัยนี้เรียกกันว่า เมืองพะเยา

    บริเฉทที่ ๑๘ ว่าด้วยตั้งเมืองเชียงใหม่

    สมัยพระยาเมงรายครองเมืองกุมกาม เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วก็เส็จประพาสไล่มฤค (กวาง) เล่น เสด็จมาที่ชายป่าคาแห่งหนึ่งเชิงเขาอุสุจบรรพต (ดอยสุเทพ) ได้ทอดพระเนตรเห็นที่ราบอันหนึ่งประกอบไปด้วยหญ้าแพรกและหญ้าแห้วหมู มีฟานเผือกสองตัวแม่ลูกอาศัยอยู่ในวงป่าคาที่ล้อมนั้น ครั้นเมื่อฟานทั้งสองออกจากลอมป่าคานั้นเพื่อจักไปหากิน ก็พบกับหมู่สุนัขไล่เนื้อเข้า สุนัขก็รุมกัด ฟานทั้งคู่ก็หนีกลับมาเข้าในลอมคาดังเก่า สุนัขทั้งหลายแล่นไปรอบลอมคา มิอาจเข้ากัดฟานนั้นได้ ฟานทั้งสองตัวยังสามารถแล่นออกมาไล่สุนัขได้เป็นคราวๆ สุนัขทั้งหลายสู้ไม่ได้ก็ถอยกลับไป พระยาเมงรายเห็นเป็นอัศจรรย์ จึงคิดว่าที่ลอมคานี้เป็นชัยภูมิอันดี เพราะที่ฟานทั้งสองได้ต่อสู้จนได้ชัยชนะเพราะอาศัยชัยภูมินี้ จึงคิดจะตั้งพระนครขึ้น โดยเอาที่ลอมคานี้ตั้งไว้เป็นใจกลางเมือง

    พระยาเมงรายเป็นสหายกับพระร่วงเจ้าเมืองสุโขทัย และพระยางำเมืองเจ้าเมืองพะเยา จึงได้เชิญพระยาทั้งสองมาปรึกษาเรื่องตั้งพระนครใหม่ด้วย

    ครั้นพระยาทั้งสองมาพร้อมแล้ว พระยาเมงรายจึงพาไปดูที่ชัยภูมิลอมคานั้น ขณะนั้นมีหนูเผือกตัวใหญ่ตัวใหญ่ตัวหนึ่งขนาดเท่าดุมเกวียน มีบริวาร ๔ ตัวแล่นตามกันออกมาจากชัยภูมินั้นไปทางหนบูรพาก่อน แล้วไปหนอาคเนย์ แล้วไปลงรูแห่งหนึ่งภายใต้ต้นนิโครธหรือไทร พระยาทั้งสามได้เห็นนิมิตดังนั้น จึงเอาเครื่องสักการะไปบูชาไม้นิโครธต้นนั้น แล้วให้ล้อมรักษาไว้ด้วยดี ไม้นั้นจึงปรากฏเป็นไม้เสื้อเมืองหรือศรีเมืองสืบมาจนทุกวันนี้

    พระยาทั้งสามให้กวาดแผ้วที่อันจะสร้างเมือง จึงให้ขึงเชือกระดับดูพื้นปฐพีนั้นปรากฏว่า พื้นเบื้องตะวันตกสูงเอียงไปตะวันออก พระยาร่วงกับพระยางำเมืองจึงกล่าวว่า เผือข้าได้เห็นชัยภูมิเมืองนี้ประกอบด้วยศุ ๓ นิมิตมงคล ๗ ประการคือ

    ๑. มีฟานเผือกแม่ลูกเข้าอาศัยในชัยภูมินี้ มีคนเป็นอันมากมาสักการบูชา

    ๒. ฟานเผือกทั้งสองได้อาศัยชัยภูมินี้ต่อสู้ฝูงสุนัขทั้งหลายได้ชัยชนะ

    ๓. ได้เห็นมหาเศวตมุสิกหนูเผือกตัวใหญ่กับบริวารทั้ง ๔ ตัวออกจากชัยภูมินี้

    ๔. พื้นภูมิสถานนี้สูงเบื้องตะวันตกเอียงหาตะวันออก

    ๕. มองเห็นน้ำตกแต่เขาอุสุจบรรพตคือดอยสุเทพไหลลงมา

    ๖. มีหนองน้ำใหญ่อยู่หนอิสาน

    ๗. มีน้ำแม่ระมิงค์อันเป็นแม่น้ำใหญ่กรายไปทางตะวันออกของเวียง

    พระยาเมงรายชอบใจมาก จึงสั่งให้สร้างพระนครขึ้น จนแล้วเสร็จกินเวลา ๔ เดือน ได้จัดงานสมโภชฉลองพระนครใหม่เป็นที่รื่นเริงทั่วหน้า พระยาทั้งสามจึงพร้อมกันขนานนามเมืองใหม่นี้ว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่

    สังเกตการตั้งเมืองสมัยโบราณ จะหาที่ตะวันตกสูงเอียงไปทางตะวันออกเหมือนกันทั้ง พะเยา กับ เชียงใหม่


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ไทบ้าน วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง

บมความนี้คุณภาพมากครับ อ่านไม่จบในช่วงสั้นๆจะกลับมาอ่าน ขอบคุณมากๆเด้อครับท่านชานบ้านชานเมือง
ความคิดเห็นที่ 1
สุวิริโย วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 00.44 น.
http://www.oknation.net/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

นายกจะมาจากพรรคไหนก็ดูจากอีสานนี่ละครับ คนอีสานเป็นคนจิตใจดี ซื่อตรง พระเถระที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่อยู่ทางอีสาน หลวงปู่มั่น หลวงปู่ชา ฯลฯ
แต่เกี่ยวกับการรับรู้ข่าวสารข้อมูลคนอีสานเสียเปรียบคนภาคอื่น เป็นช่องให้นักการเมืองไม่ดี ให้ข่าวสารข้อมูลที่บิดเบือน คนอีสานจึงได้รับข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากความจริง
ถึงได้เป็นอย่างนี้ คนซื่อคนดีที่ถูกนักการเมืองขี้โกงหลอก.....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน