• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : faaksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 46268
  • จำนวนผู้โหวต : 117
  • ส่ง msg :
~*...ยินดีต้อนรับครับ ++ เสดพีร์ ภูษิต...*~
**“ความเจริญด้วยญาติ..โภคทรัพย์..ยศเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา’**
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chao
วันศุกร์ ที่ 9 มีนาคม 2550
ดูกีฬาแล้วอย่าลืมพิจารณาตัวเอง
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 611 , 14:47:11 น.   | หมวดหมู่ : สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว  
พิมพ์หน้านี้



 กี ฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่กาตาร์ประเทศเจ้าภาพทุ่มทุนจัดได้ยิ่งใหญ่ เป็นที่ประทับใจ ทั้งพิธีเปิด การดำเนินการแข่งขัน ตลอดถึงพิธีปิดการแข่งขัน

จบการแข่งขันนักกีฬาไทยทำได้ 13 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 26 เหรียญทองแดง ครองอันดับที่ 5 ในตารางเหรียญ แสดงให้เห็นว่าประเทศขนาดกลางอย่างไทยที่มีประชากร 64 ล้านคน ในด้านกีฬาเราก็อยู่ในอันดับต้นๆ ของเอเชีย แม้ว่าจำนวนเหรียญทองจะน้อยกว่าจีนที่ครองบัลลังก์แชมป์เหรียญทองถึง 12 เท่ากว่าๆ กล่าวคือ จีนได้ 165 เหรียญทอง 88 เหรียญเงิน และ 63 เหรียญทองแดง ในขณะที่ประชากรของจีนก็มีมากกว่าประเทศไทยถึง 20 กว่าเท่าเช่นกัน ดังสถิติปี 2548 จีนมีประชากร 1,307.6 ล้านคน มากที่สุดในเอเชียและในโลก (ดูตารางสรุปเหรียญ)

แต่ถ้าจะว่ากันโดยละเอียดแล้ว จำนวนประชากรไม่สามารถจะเป็นดัชนีชี้วัดถึงจำนวนเหรียญที่จะได้รับได้ เพราะอินเดียประเทศที่มีประชากร 1,107 ล้านคน (สถิติเดือนกรกฎาคมปี 2548) มากเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียและของโลก แต่ได้ครองอันดับเหรียญทองเป็นอันดับที่ 8 ได้เหรียญเพียง 10 เหรียญทอง 18 เหรียญเงิน และ 26 เหรียญทองแดง ในขณะที่คาซัคสถาน แม้จะมีประชากรเพียง 15 ล้านคน แต่ครองอันดับเหรียญทองเป็นอันดับที่ 4 ได้ทั้งหมด 23 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน และ 43 เหรียญทองแดง

ฉะนั้น พอจะสรุปได้ว่าจำนวนประชากรมากไม่ใช่ดัชนีบอกว่ามีนักกีฬาเก่งมากและจะได้เหรียญทองเยอะ เพราะจำนวนคนมากอาจจะมีตัวเลือกให้คัดเลือกได้มาก แต่ถ้าตัวเลือกไม่มีคุณภาพ หรือไม่พร้อม ก็ไม่สามารถแข่งขันกับคนที่เก่งกว่าได้จนถึงคว้าชัยชนะ เพราะจริงๆ แล้วนักกีฬาทุกคนไม่มีใครอยากพ่ายแพ้ ทุกคนล้วนอยากเป็นที่ 1 เพียงแต่ว่าใครจะทำได้ดังหวังหรือไม่เท่านั้น

สิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จน่าจะเป็นการฝึกซ้อมและการมีโค้ช (ครู) ที่ดี แล้วปฏิบัติตามหลักแห่งความสำเร็จ 4 ขั้นตอน คือ 1.ฉันทะ ฝึกซ้อมด้วยใจรัก 2.วิริยะ พากเพียรฝึกหัด เข้มแข็ง ไม่ท้อถอย 3.จิตตะ หมั่นตริตรองเอาใจใส่ และ 4.วิมังสา ใคร่ครวญหาข้อบกพร่อง หาวิธีแก้ไข จะว่าไปแล้วหลักอิทธิบาท 4 นี้ส่วนมากเราจะจำกันขึ้นใจ เพราะง่ายต่อการจำ ส่วนภาคปฏิบัตินั้นยากกว่าการท่องจำโดยไม่ต้องสงสัย

ภาพที่เราเห็นในสนามแข่งขันนักกีฬาประเภทต่างๆ ใช้เวลาในการแข่งขัน มีตั้งแต่ไม่กี่วินาทีอย่างเช่นวิ่ง 100 เมตร จนใช้เวลานานเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น คนดูก็เชียร์ให้นักกีฬาชาติตนชนะ ตัวนักกีฬาเองก็น่าจะต้องการชัยชนะมากกว่าคนเชียร์เสียอีก

แต่เบื้องหลังภาพที่เราไม่เห็น คือการฝึกซ้อมทุกวันเป็นแรมปี กีฬาบางอย่างต้องฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ จะพูดว่าฝึกมาทั้งชีวิตก็ไม่ไกลความจริง ต้องฝึกพละกำลัง สร้างความแข็งแกร่งของร่างกายความพร้อมของจิตใจ ฯลฯ เพื่อเอาชนะนักกีฬาชาติเดียวกันในรอบคัดเลือก ตระเวนแข่งรายการต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ สร้างความคุ้นเคย ก่อนจะลงสู่เวทีเอเชี่ยนเกมส์

ทำนองเดียวกันในชีวิตประจำวันของเรา ต้องหมั่นฝึกฝนตนเองเพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนศักยภาพของตัวเอง การนำหลักธรรมต่างๆ มาใช้ในชีวิตจริงก็เช่นกัน ต้องหมั่นฝึกหัดปฏิบัติ เมื่อเจอปัญหาเดือดเนื้อร้อนใจจึงจะสามารถรับมือกับปัญหาได้เป็นอย่างดี น่าจะพร้อมกว่าการรอให้เจอปัญหาก่อนแล้วค่อยไปหาแหล่งฝึกฝนเหมือนที่ผู้คนส่วนหนึ่งในสังคมทุกวันนี้เป็นกัน

สังคมไทยแต่โบราณสร้างกุศโลบายไว้ให้ชายไทยเมื่อถึงวัยอันควรก่อนจะมีครอบครัวได้บรรพชาอุปสมบทและศึกษาหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา หรือที่พูดกันติดปากว่า “บวชเรียน” และนิยมบวชเข้าพรรษากันอย่างน้อยหนึ่งพรรษา ก่อนจะออกไปเป็นผู้นำครอบครัว เราเรียกคนที่ผ่านการบวชเรียนว่า “ทิด” อันมีที่มาจากบัณฑิตนั่นเอง

 แต่เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไป เราเอาการงานเป็นที่ตั้ง หาทรัพย์สมบัติเป็นหลัก เราเริ่มละเลยและ “ไม่มีเวลา” ให้กับกุศโลบายดั้งเดิมของบรรพบุรุษ หลังจบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาแล้วก็ทำงานต่อ นิยมบวชกันตามประเพณีเพียงแค่คนละไม่กี่วัน 7 วันบ้าง 15 วันบ้าง น้อยคนนักที่จะ “มีเวลา” บวชเข้าพรรษา ด้วยวันเวลาอันน้อยนิดจึงไม่ค่อยได้เรียนรู้หลักคำสอนต่างๆ ท่องจำได้เพียงสัพพีติโยก็ลาสิกขาเสียแล้ว จึงไม่แปลกที่ชายไทยรุ่นใหม่ทุกวันนี้น้อยคนนักที่จะจำคำถวายสังฆทาน คำกรวดน้ำ ดังที่คนรุ่นปู่ตาย่ายายที่จำสิ่งเหล่านี้จนขึ้นใจ ผู้หญิงรุ่นย่ายายแม้จะไม่ได้บวชเรียนแต่ท่องจำจนขึ้นใจเพราะเข้าวัดบ่อย

เป็นที่น่าสังเกตว่าทุกวันนี้เริ่มเกิดค่านิยมใหม่ เริ่มนิยมบวชใกล้หรือหลังเกษียณอายุงาน ทั้งที่ถ้าบวชตอนต้นๆ อาจจะได้เรียนรู้หลักธรรมต่างๆ แล้วนำติดตัวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตหลังจากนั้น แต่ประเพณีใหม่อาจจะเหลือประโยชน์ไม่มาก เพราะวันเวลาและชีวิตที่ผ่านเลยไปอาจจะมากกว่าวันเวลาที่เหลือข้างหน้า ส่งผลให้ขาดเครื่องมือยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต เหมือนเรือไม่มีหางเสือ โอนซ้าย เอียงขวาไปตามกระแสน้ำ เรามักจะพูดกันว่าบวชหรือไม่บวช “อยู่ที่ใจ” แต่ในเมื่อใจไม่ได้รับการฝึกฝน ใช่หรือไม่ว่าใจเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรือจะทำอย่างไรเมื่อประสบปัญหา

พูดถึงเรื่องการฝึกฝนตนเอง พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) ปราชญ์ทางพุทธศาสนาท่านคงจะเห็นความสำคัญของคตินี้จึงได้สอนอยู่เสมอว่าพระพุทธศาสนาสรรเสริญการฝึกฝนตน มนุษย์มีศักยภาพ พุทธศาสนาเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ว่าเป็นสัตว์ที่ฝึกได้ ท่านบอกว่าสาเหตุที่มีคัมภีร์ชาดกกันมากมายหลายร้อยชาตินั้น จุดมุ่งหมายสำคัญก็เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการฝึกหัดอบรมตนหรือการพัฒนาตนของพระพุทธเจ้า ตั้งแต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นปุถุชน จนกระทั่งได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้า

ผมจึงไม่แปลกใจที่ด้านหลังเสื้อของคนทำงานที่วัดญาณเวศกวันจะมีข้อความ “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา บัณฑิตย่อมฝึกตน” ยิ่งพอได้เข้าชมห้อง “ญาณปยุตตธรรมนิจัย” อันเป็นที่แสดงผลงานและนิทรรศการถาวรแสดงชีวประวัติและผลงานของพระพรหมคุณาภรณ์ บนชั้น 3 ของอาคาร “ญาณเวศก์ธรรมสมุจย์” พอเปิดประตูเข้าไป ด้านขวามีพุทธพจน์เขียนกลับด้านไว้บนผนัง อ่านไม่ออก ต้องมองกระจกด้านตรงข้าม (ซ้ายมือ) ถึงอ่านได้ ซึ่งก็คือประโยคเหมือนกับด้านหลังเสื้อของคนทำงานวัดนั่นเอง

ดูกีฬาแล้วอย่าลืมนึกถึงพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ก็แล้วกัน

"ชาวนาย่อมไขน้ำเข้านา ช่างศรย่อมดัดลูกศร ช่างไม้ย่อมถากไม้ บัณฑิตย่อมฝึกตน"




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
pen วันที่ : 09/03/2007 เวลา : 15.21 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

“ชาวนาย่อมไขน้ำเข้านา ช่างศรย่อมดัดลูกศร ช่างไม้ย่อมถากไม้ บัณฑิตย่อมฝึกตน”

สรุปได้คมจริงๆครับ
----------------------------------------
แวะมาเยี่ยมและทักทายครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วย
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
12 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
9 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
10 คน
VDO Clips
4 คน

  โหวต 35 คน