พิมพ์หน้านี้
|
ว าสนาเป็นไม้ต้นเดี่ยวขึ้นเป็นลำตรง ไม่มีกิ่งก้าน แต่มีข้อลำต้นถี่มากจนเกือบจะติดกัน ใบออกถี่ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ไปตามข้อต้น ใบยาวรูปหอก เกลี้ยงไม่มีจัก เป็นไม้ประดับยอดนิยมที่มีอยู่เกือบทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน ร้านอาหาร ในห้างสรรพสินค้า ในสำนักงานบางแห่งพนักงานเช็ดใบเสียมันวับ สาเหตุที่นิยมปลูกกันคงเป็นเพราะรูปทรงสวยงาม ปลูกง่าย เพียงแค่ตัดลำต้นแก่เป็นข้อๆ มาปักชำไว้ชั่วระยะเมื่อรากงอกก็นำลงดิน และดูแลก็ง่ายเช่นกัน แถมในหน้าหนาวบางปีวาสนาออกดอกยามค่ำคืนส่งกลิ่นหอมเย็นจากดอกสีขาวบริสุทธิ์ให้แก่บริเวณข้างเคียงอีกด้วย เมื่อ 4-5 ปีก่อน ผมเอาต้นวาสนาจากบ้านญาติที่เขาตัดไว้มา 2 ท่อน ปลูกไว้ที่บ้านต่างจังหวัด ท่อนแรกผมนำปลูกลงในดิน อีกท่อนหนึ่งผมปลูกในกระถาง ด้วยความคิดว่าจะสามารถยักย้ายเพื่อตกแต่งหรือประดับตามมุมบ้านได้ ระยะหลังที่ผมกลับไปบ้านเกิด (แต่ไม่มีรักเก่านะครับ) ผมสังเกตเห็นว่าต้นวาสนา 2 ต้นที่มีจุดกำเนิดมาจากพันธุ์ต้นเดียวกัน นำมาปลูกวันเดียวกัน มีความแตกต่างกันทั้งในด้านความสูง และความโตของลำต้น ต้นที่ปลูกในกระถางแตกแขนงจากลำต้นที่ปลูกขึ้นมา 3 ต้น ยอดสูงไม่ถึงไหล่ของผม (อย่าคิดว่าผมสูง 200 เซนติเมตรนะครับ ส่วนสูงของผมก็ขนาดมาตรฐานชายไทยทั่วไป) ลำต้นวัดโดยรอบได้ประมาณ 3 นิ้ว เรียกว่าไม่ต่างจากไม้แคระ ส่วนต้นที่ปลูกไว้ในดินนั้นสูงท่วมหลังคาบ้าน วัดรอบลำต้นได้ตั้ง 11 นิ้ว ต่างกันลิบลับกับต้นที่ปลูกในกระถาง (ไม่พูดถึงว่าถ้าปลูกต้นวาสนาเป็นไม้ประดับต้องไม่ปล่อยให้สูงมาก ตัดลำต้นแล้วปล่อยให้แตกใบขึ้นมาใหม่จะสวยมากกว่าปล่อยให้สูงชะลูด)
เมื่อผมยกต้นที่ปลูกในกระถางมาวางเทียบกันกับต้นที่ปลูกในดิน ถ้าคนที่ไม่ได้ปลูกมากับมือเองคงจะนึกไม่ถึงว่าต้นวาสนา 2 ต้นนี้มีจุดกำเนิดมาจากที่เดียวกัน และปลูกพร้อมกัน (ดูภาพที่ผมยกต้นที่ปลูกในกระถางมาวางเทียบกัน) ต้นวาสนา 2 ต้นนี้ทำให้ผมคิดเปรียบเทียบถึงเรื่องการเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน หรือ วาสนา ของคน คนเราถ้าได้ทำงานที่ชอบ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนส่งเสริมให้เติบโตได้ไม่มีขีดจำกัดก็จะเติบโตได้เต็มที่ตามศักยภาพของตนเอง เพราะรากสามารถชอนไชและดูดซึมอาหารมาหล่อเลี้ยงตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับวาสนาต้นที่ถูกจำกัดอยู่ในกระถาง ทั้งอาหาร น้ำ ปุ๋ย ล้วนมีขอบกระถางกันไว้ รากไม่สามารถชอนไชออกไปไกลกว่านั้นได้ หากคนปลูกละเลยไม่ใส่ดินหรือปุ๋ยบำรุงเพิ่มเติมก็คงจะเป็นต้นไม้แกรนต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เหมือนกับไม้ใหญ่จำพวกต้นโพธิ์ ต้นไทร มักจะไม่ยอมรับข้อจำกัดของสถานที่ ใช้รากทะลุแทงกระถาง ทำลายขีดจำกัดเพื่อเปล่งศักยภาพของตัวเองตามใจปรารถนา
ไม้ใหญ่จำพวกต้นโพธิ์ ต้นไทร หรือต้น Banyan เช่นในภาพ ไม่ยอมรับข้อจำกัดของสถานที่ ผมคิดว่าคนเราน่าจะมีหนทางหรือวิธีการเพื่อจะทะลุออกนอกกรอบหรือเส้นขีดที่มีอยู่ (Breakthrough) ด้วยวิธีการอย่างไรผมไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าการศึกษาเรียนรู้ และการฝึกฝนตนเองน่าจะเป็นหนทางหนึ่งในการแทงทะลุหรือทุบ กระถาง ให้ตัวเองได้ ต้นวาสนา 2 ต้นนี้พาผมย้อนกลับไปคิดทบทวนถึงคำพูดที่เคยได้ยินจากนักพูดชาวสิงคโปร์คนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน บนเวทีวันนั้นเขาถามขึ้นว่าโค้กกระป๋องในซูเปอร์มาร์เก็ตราคาเท่าไหร่? 12 บาท คนฟังตอบ โค้กเหมือนกันขายที่ร้านขายของชำละกระป๋องละเท่าไหร่? 13 บาท แล้วในร้านอาหารดีๆ หน่อยละ? 20 บาท ในโรงแรมระดับ 3 ดาวละเท่าไหร่? 30 บาท ในโรงแรม 5 ดาวละกระป๋องละเท่าไหร่? 100 บาท เขาถามว่าโค้กกระป๋องในซูเปอร์มาร์เก็ต และในโรงแรม 5 ดาวมีปริมาตรต่างกันหรือไม่? ผู้ฟังตอบเหมือนกันว่า เท่ากัน เขาถามให้คิดว่าโค้กทุกกระป๋องมีปริมาตรเท่ากัน กระป๋องสีเหมือนกัน แต่ทำไมราคาจึงต่างกัน? นักพูดท่านนั้นทิ้งท้ายให้คิดว่าเราเปลี่ยนราคาตัวเองไม่ได้ แต่เปลี่ยนตลาดหรือ สถานที่วาง กระป๋องซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ราคาได้ ต้นวาสนาอีกเช่นกันที่ทำให้ผมนึกถึงหัวข้อธรรมที่ชื่อว่า มงคลสูตร คือ สิ่งที่ทำให้มีโชคดี, ธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ พระพุทธองค์ตรัสไว้เมื่อ 2,500 กว่าปีมาแล้วว่าการอยู่ในที่เหมาะสมกับตัวเอง (ปฏิรูปเทสวาสะ อ่านว่า ปะ-ฏิ-รู-ปะ-เท-สะ-วา-สะ) เป็นมงคลอันประเสริฐอย่างหนึ่งในมงคล 38 ประการ พระบรมศาสดาทรงสรุปไว้ในตอนท้ายว่า เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายทำมงคลเช่นนี้แล้ว เป็นผู้ไม่ปราชัยในข้าศึกทุกหมู่เหล่า ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน นี้เป็นอุดมมงคลของเทวดาและมนุษย์เหล่านั้น นอกจากปฏิรูปเทสวาสะเป็นมงคลข้อหนึ่งแล้ว ยังเป็นธรรมข้อหนึ่งใน จักร 4 หมวดธรรมนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ดุจล้อรถนำไปสู่ที่หมาย ซึ่งมี 4 อย่าง คือ 1. ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในถิ่นที่ดี มีสิ่งแวดล้อมเหมาะ 2. สัปปุริสูปัสสยะ สมาคมกับคนดี 3. อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ, ตั้งจิตคิดมุ่งหมายนำตนไปถูกทาง และ 4. ปุพเพกตปุญญตา ได้ทำความดีไว้ก่อน, มีพื้นเดิมดี, ได้สร้างสมคุณความดีเตรียมพร้อมไว้แต่ต้น สิ่งเหล่านี้บอกว่าคนเราต้องเพียรพยายามแสวงหาสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อความรุ่งเรือง หาใช่ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแต่อย่างเดียว แล้วไม่ลงมือทำอะไรเลยไม่ สุดท้ายก็ต้องใคร่ครวญว่าอยากจะเป็นต้นไม้ในกระถางหรือในดิน จะเป็นโค้กกระป๋องที่วางอยู่ตรงไหน รวมถึงการแสวงหาปฏิรูปเทสวาสะ หรือจะให้ล้อหมุนมุ่งสู่ทิศทางใด ใช่หรือไม่ว่าล้วนแล้วแต่ต้องถามตัวเราเอง? |
| ....SaNd...FaNtAsY..... | ||
"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |