• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : faaksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 79
  • จำนวนผู้ชม : 37356
  • จำนวนผู้โหวต : 102
  • ส่ง msg :
~*...ยินดีต้อนรับครับ ++ เสดพีร์ ภูษิต...*~
**“ความเจริญด้วยญาติ..โภคทรัพย์..ยศเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา’**
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chao
วันอังคาร ที่ 20 มีนาคม 2550
ต้นธารแห่งการขัดแย้ง ....๐{-
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 466 , 16:15:34 น.   | หมวดหมู่ : สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว  
พิมพ์หน้านี้



ริ่มพุทธศักราช 2550 ในขณะที่รอยแผลแห่งความแตกแยกในสังคมไทยเองยังไม่สมานดี ร่องรอยแห่งการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายยังคงมีให้เห็น...

วงการความบันเทิง ต้นเดือนมกราคมหนังเรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร” ภาคแรก ตอน “องค์ประกันหงสาวดี” เข้าฉาย เนื้อหานำอารมณ์และความรู้สึกของคนดูย้อนกลับไปช่วงสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับหงสาวดี และเกร็ดชีวิตพระนเรศวรหรือ “องค์ดำ” เมื่อทรงพระเยาว์ ซึ่งพระเจ้าหงสาวดีได้ขอไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรม หนังเรื่องนี้ได้รับการตอบรับจากสังคมอย่างล้นหลาม เห็นได้จากรายได้รวมจากทั่วประเทศสูงถึง 325 ล้านบาท (มติชน 17 กุมภาพันธ์ 2550)

วงการทูต ห้วงเวลานั้นความบาดหมางกันด้านการเมืองระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ที่คุกรุ่นมาจากกรณีที่อดีตผู้นำขายหุ้นบริษัทของตนเองและครอบครัว (แต่เป็นสัมปทานของประเทศ) ให้แก่ Temasek Holdings ตั้งแต่ปีต้น 2549 ต่อเนื่องมาถึงกรณีที่สิงคโปร์ละเลยมารยาททางการทูต ยอมให้อดีตผู้นำประเทศไทยคนเดียวกันไปใช้สิงคโปร์เป็นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองภายหลังถูกคณะทหารยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน

วงการกีฬา ในรายการ ASEAN Football Championship (ชื่อทัวร์นาเมนท์เดิมคือ ไทเกอร์คัพ จัดการแข่งขันมา 5 ครั้ง คือปี 2539, 2541, 2543, 2545 และ 2547) ที่เริ่มแข่งขันรอบแรกมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2549 เป็นความบังเอิญอีกครั้งที่ทีมฟุตบอล 2 ทีมสุดท้ายที่เอาชนะทีมคู่แข่งในรอบแรก และรอบที่ 2 แล้วมาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศตามระบบเหย้า-เยือนเป็นไทยกับสิงคโปร์!

ผลจากการให้ลูกโทษของผู้ตัดสินชาวมาเลเซียในเขตโทษของทีมชาติไทย ซึ่งค้านสายตาคนดูในการแข่งขันในนัดเยือนบนเกาะสิงคโปร์เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2550 ส่งผลให้เกิดกระแสเสื้อเหลืองล้นหลามสนามศุภชลาสัยในนัดเหย้าในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550 และจบลงด้วยทีมที่ได้ชูถ้วยรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันคือทีมจากดินแดนเดียวกันกับ Temasek Holdings หลังจบการแข่งขันคนเชียร์อาจรู้สึกเจ็บใจนิดๆ แต่ไม่ได้ก่อความวุ่นวายประเภท “ขี้แพ้ชวนตี” ใดๆ ขึ้น ประโยค “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” ยังคงให้สติและทำหน้าที่ในจิตสำนึกของผู้คนได้ดีอยู่

พอ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร” ภาคแรกจบ ผู้คนก็ใจจดใจจ่อ ตั้งหน้าตั้งตารอดูภาค 2 ตอน “ประกาศอิสรภาพ” ที่กำหนดลงโรงกลางเดือนกุมภาพันธ์ คณะผู้สร้างคาดว่ารายได้จากภาค 2 ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้ปลุกอารมณ์ความรักชาติรักผืนแผ่นดินไทย และทำให้คนดูติดตามชมอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นหนัง 3 ตอนจบ (ไตรภาค) ก็ตาม และพอจบภาค 2 สิ่งที่เกิดขึ้นก็เช่นเดียวกันกับหลังจบภาคแรก ผู้คนก็รอดูภาค 3 ตอนจบ ซึ่งทิ้งช่วงจังหวะนานกว่าระยะเวลาระหว่างภาคที่ 1 และ 2 คราวนี้ปลายปี 2550 ถึงจะถ่ายทำเสร็จและเข้าฉาย

จังหวะเดียวกันกับที่ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร” ภาค 2 ซึ่งได้รับการตอบรับจากทุกฝ่ายไม่น้อยไปกว่าภาคแรกกำลังกระหึ่มอยู่ในโรง กระแสเรียกร้องให้ทวงคืนกิจการดาวเทียม ซึ่งถูกจัดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติคืนจาก Temasek Holdings ก็ดังก้องนอกโรงหนัง!!

เหตุการณ์ที่ลำดับมาหลายๆ อย่างดูช่างเป็นความบังเอิญที่เสมือนกับมีการวางพล็อตให้ผู้คนในภูมิภาคเดียวกันหมางเมินกันเอง ประหนึ่งธรรมชาติวางเค้าโครงนิยายเรื่องเยี่ยมไว้ให้ตัวละครเล่นตามบทบาท และอะไรจะบังเอิญเช่นนี้!! คู่กรณีคู่แรก หนังนำโครงเรื่องในอดีตมาทบทวนและกระตุ้นสติคนไทยให้เห็นภาพแจ่มชัดแก่ใจ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีก่อน เป็นความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านที่อาณาเขตตั้งอยู่ชิดติดกัน มีการกระทบกระทั่งกันเป็นระยะๆ และเป็นปกติดั่งลิ้นกับฟันแม้จนถึงทุกวันนี้ ครั้งนั้นกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า เพราะมีคนไทยด้วยกันเองเป็น “ไส้ศึก” แต่ความระหองระแหงของคู่กรณีคู่หลัง เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ นอกโรงหนัง แม้ดินแดนไม่ได้ติดต่อกัน แต่ผิดใจกันเรื่องผลประโยชน์หลายเรื่อง รวมถึงบนฟากฟ้าอวกาศที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนก็มาจาก “เนื้อในตน”

กล่าวโดยกว้างๆ แล้ว ความไม่ลงรอยกันทั้งหลาย ทั้งส่วนตัวและในสังคมทุกระดับทั้งในอดีตและในทุกวันนี้มีรากเหง้ามาจากจุดกำเนิดเดียวกัน ดังที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) กล่าวไว้ใน “มองสงครามอเมริกา-ทาลิบัน ตอนที่ 3B” (ซีดี “ธรรมะจากเหตุการณ์ ปี 2544”) ว่า ต้นเค้าที่ทำให้มนุษย์แตกแยก รบราฆ่าฟัน จนถึงทำสงครามกันมาจากสาเหตุ 3 อย่าง ได้แก่

1.  ตัณหา ความทะยานอยาก ความปรารถนาที่จะบำรุงบำเรอปรนเปรอตน ความอยากได้อยากเอา เพื่อบำรุงบำเรอผลประโยชน์

2.  มานะ ความถือตัว ความสำคัญตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่ ถือสูงถือต่ำ ยิ่งใหญ่เท่าเทียมหรือด้อยกว่าผู้อื่น ความอยากเด่นอยากยกชูตนให้ยิ่งใหญ่

3.  ทิฐิ ความคิดเห็น ความเชื่อถือ ลัทธิ ทฤษฎี อุดมการณ์ต่างๆ ที่ยึดถือไว้โดยงมงายหรือโดยอาการเชิดชูว่าอย่างนี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นเท็จทั้งนั้น เป็นต้น ทำให้ปิดตัวแคบ ไม่ยอมรับฟังใคร ตัดโอกาสที่จะเจริญปัญญา หรือคิดเตลิดไปข้างเดียว ตลอดจนเป็นเหตุแห่งการเบียดเบียนบีบคั้นผู้อื่นที่ไม่ถืออย่างตน ความยึดติดในทฤษฎี ฯลฯ ถือความคิดเห็นเป็นความจริง

Jim Thompson House & Museum

หลักธรรมนี้มีชื่อเรียกว่า “ปปัญจธรรม” หมายถึง กิเลสเครื่องเนิ่นช้า กิเลสที่เป็นตัวการทำให้คิดปรุงแต่งยืดเยื้อพิสดาร ทำให้เขวห่างออกไปจากความเป็นจริงที่ง่ายๆ เปิดเผย ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ และขัดขวางไม่ให้เข้าถึงความจริงหรือทำให้ไม่อาจแก้ปัญหาอย่างถูกทางตรงไปตรงมา (พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม)

ปราชญ์ท่านนี้เห็นว่าการต่อสู้กันที่มีต้นเงื่อนมากจากตัณหาและมานะจะยืดเยื้อน้อยกว่าสาเหตุข้อที่ 3 ที่ใช้เวลานานกว่าจะยุติลงได้ ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น สงครามเย็นระหว่างค่ายเสรีประชาธิปไตยกับค่ายคอมมิวนิสต์ที่ยืดเยื้อถึงเกือบ 50 ปี (ระหว่างปี ค.ศ. 1940-1990) หรือสงครามครูเสดระหว่างศาสนาคริสต์กับอิสลามที่ยืดเยื้อเกือบ 200 ปี (ระหว่าง ค.ศ. 1095-1271) หรือแม้แต่เรื่องใกล้ตัวกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราเองที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติ เป็นต้น

ท่านสรุปไว้ว่าถ้ากำจัดสิ่งเหล่านี้ได้สันติสุขในโลกจะเกิดขึ้น หากมีน้อยความขัดแย้งก็จะบรรเทาเบาบางลง จนบาดแผลแห่งความขัดแย้งเลือนจางหายไป




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
W_T_Y_S_L วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 03.39 น.
http://www.oknation.net/blog/whattookyousolong


แวะมาฟัง ปู่หนวด kitaro ... เพลงเก่งเค้าเลยนี่ครับ
ต้องไปปัดปัดแผ่นมารื้อฟื้นกันหน่อยแล้ว
ความคิดเห็นที่ 6
อะหนึ่ง วันที่ : 10/05/2007 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

มองสายกลาง มองสองด้าน ไม่รักจนหลง ไม่เกลียดจนลืมหูลืมตา ปัญหาแห่งความขัดแย้งก็เบาบางลง แต่คงไม่หมดไป เพราะ(ประเทศ)เราหยุด แต่(ประเทศ)คนอื่นไม่หยุด ก็ได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 5
supergene วันที่ : 20/03/2007 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/2gether4ever

สงคราม...คือต้นเหตุของคำว่า " อวสานของโลก..."
ความคิดเห็นที่ 4
pukpik วันที่ : 20/03/2007 เวลา : 16.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

ใครมีใน 3 ข้อนี้ ยกมือขึ้น!!!
ความคิดเห็นที่ 3
chompoopookha วันที่ : 20/03/2007 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ไม่ใช่เป็นไปได้ยาก แต่เป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 2
NooKsa วันที่ : 20/03/2007 เวลา : 16.27 น.
http://www.oknation.net/blog/nooksa

กรณีภาคใต้เนี่ย มองไม่เห็นจุดจบจิงๆค่ะ เป็นอะไรที่ยากมากจิงๆกับการแก้ไข
ความคิดเห็นที่ 1
naive วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 23.34 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

อนิจจัง ทุกขขัง อนัตตา
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วย
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
11 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
7 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
10 คน
VDO Clips
3 คน

  โหวต 31 คน