• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : faaksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 73
  • จำนวนผู้ชม : 28394
  • จำนวนผู้โหวต : 95
  • ส่ง msg :
~*...ยินดีต้อนรับครับ ++ เสดพีร์ ภูษิต...*~
...บางส่วนของความคิดคำนึง และข้อสังเกตเกี่ยวกับชีวิตตนเอง สิ่งรอบข้าง ปรากฏการณ์ ต้นไม้ สายลมแสงแดด ฯลฯ ที่เกื้อกูลต่อความดี ความงาม และความจริง...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chao
วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน 2550
ค้นหาเหตุผลที่คนชายแดนใต้ (บางกลุ่ม) ไม่พูดภาษาไทย
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 576 , 15:56:47 น.   | หมวดหมู่ : สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว  
พิมพ์หน้านี้


ภาษานั่นฤา  <+-+> คือสื่อเปิดใจ  ให้ ร้  เขตแดน


พ่ อแม่ผมย้ายจากหมู่บ้านในย่านรอยต่อระหว่างอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มาตั้งรกรากในเขตอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วให้กำเนิดผมในถิ่นที่ย้ายมาใหม่ บริเวณนั้นมีคนจากหลากหลายถิ่นฐานย้ายไปอยู่อาศัย แต่ที่บ้านและคนในละแวกเดียวกันพูดภาษาถิ่นใต้ ส่วนสำเนียงภาคกลางพูดกันไม่ค่อยจะเป็น แม้จะเจอคนพูดต่างสำเนียงกัน ต่างคนต่างก็พูดภาษาของตัวเอง แต่ก็สื่อสารกันรู้เรื่อง และอยู่ร่วมกันได้

ต่อมาถึงวัยเข้าโรงเรียน ต้องใช้ภาษาสำเนียงภาคกลางสื่อสารเมื่ออยู่ในโรงเรียน ครั้นโตขึ้นอีกวิถีชีวิตทำให้ต้องโยกย้ายไปเรียนทั้งในต่างถิ่นและต่างแดน เป็นเหตุให้ได้เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาฮินดี ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต (เฉพาะภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เรียนนานและเรียนมากจนขั้นใช้การได้ครบทั้ง ๔ ทักษะ คือ ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ส่วนภาษาอื่นๆ เรียนแค่งูๆ ปลาๆ – นอกจากนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง พึงทราบว่าภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต ถูกจัดเป็นภาษาที่ตายแล้ว เหมือนกับภาษาละติน เนื่องจากภาษาหยุดวิวัฒนาการ และไม่มีใช้การสื่อสารจริงในโลกปัจจุบัน แต่ที่มีการเรียนการสอนกันเพราะทั้ง ๒ ภาษานี้ ซึ่งเป็นภาษาในตระกูลอินโดยุโรป [Indo-European] เป็นรากฐานของภาษาต่างๆ มากมาย รวมทั้งภาษาไทยด้วย แม้ว่าภาษาไทยจะจัดอยู่ในอีกตระกูลภาษาก็ตาม ส่วนพระเรียนกันเพราะเป็นภาษาที่ใช้จารึกคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา คือพระไตรปิฎก ดังที่ทราบกันคือ ภาษาบาลีใช้จารึกคัมภีร์ของเถรวาท และภาษาสันสกฤตใช้จารึกคัมภีร์ของมหายาน)

สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) ที่น้ำตกไนแองการ่า (Niagara Falls)

เชื่อมระหว่างแคนาดา (ซ้ายมือในภาพ) กับอเมริกา

การเรียนภาษาของคนอื่นๆ นอกจากภาษาของผู้บังเกิดเกล้า ซึ่งเป็นภาษาแรกที่ได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ (ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ต่างภาษากันยิ่งมีข้อได้เปรียบเพิ่มเติม คือได้เรียนรู้มากกว่าหนึ่งภาษาโดยวิธีธรรมชาติเช่นกัน) ทำให้คนเรามีโลกทัศน์กว้างไกลขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็สังเกตเห็นลักษณะของแต่ละภาษา เช่น พหูพจน์ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ๓ สิ่งขึ้นไป เพราะภาษานี้มี ๓ พจน์ คือ  เอกพจน์ ทวิพจน์ (dual) และพหูพจน์ หรือ ตัวอักษร A ในภาษาเยอรมันไม่อ่านออกเสียงว่า “เอ” อย่างภาษาอังกฤษ แต่อ่านว่า “อา” เป็นต้น 

มากไปกว่านั้น การเรียนรู้ภาษาอื่นเพิ่มคุณค่าให้แก่มนุษย์ดังคำกล่าวของ Charles V ที่ว่า “ท่านมีค่าเป็นจำนวนคนเท่ากับจำนวนภาษาที่ท่านรู้ (You are worth as many as men as you know languages.)” (ในหนังสือ “คำคมบ่มชีวิต” โดย อาจารย์กรุณา กุศลาสัย) แน่นอนว่าภาษาที่รู้และทัศนคติที่เปิดกว้างเป็นเครื่องมือติดตัวขั้นพื้นฐานให้คนเราติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมโลก ไม่กลัวการออกเผชิญโลก และเปิดกว้างรับการเรียนรู้สิ่งใหม่

ต่อมาพอได้เรียนรู้ลักษณะของภาษาไทย ทำให้รู้ความจริงว่าอันที่จริงแล้ว คนไทยในดินแดนแหลมทองที่พวกเราอาศัยอยู่แห่งนี้เกิดจากการผสมผสานทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ที่หลากหลาย ภาษาที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้จึงมีรากฐานและวิวัฒนาการมาจากภาษาต่างๆ ของคนที่มารวมกันบนผืนแผ่นดินนี้ เช่น คำไทยแท้ เขมร จีน ชวา ญวน ญี่ปุ่น บาลี เบงกาลี ฝรั่งเศส มลายู มอญ ละติน สันสกฤต อังกฤษ ฮินดี ภาษาถิ่น ฯลฯ แต่เมื่อคนไทยส่วนมากนับถือศาสนาพุทธกันมายาวนาน ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต จึงส่งอิทธิพลทางภาษามากกว่าภาษาอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม โดยข้อเท็จจริงคำศัพท์เหล่านี้บางครั้งก็ไม่ตรงกับภาษาเดิมทีเดียว เพราะคำภาษาอื่น ๆ เช่น บาลี สันสกฤต เขมร ที่นำมาใช้ในภาษาไทย โดยมากลดพยางค์บ้าง เปลี่ยนอักขระบ้าง เปลี่ยนเสียงบ้าง เช่น ธมฺม (บาลี) ธรฺม (สันสกฤต) ไทยใช้ว่า ธรรม โปฺรส (เขมร) ไทยใช้ว่า โปรด (คำชี้แจงหลักการจัดทำและวิธีใช้ ใน “พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒”)

ในทำนองเดียวกัน ในภาษาถิ่นใต้ก็มีอิทธิพลภาษามลายู (พึงทราบตามที่ ดร. โมหัมมัด อับดุลกาเดร์ อธิบายไว้ใน พจนานุกรมไทย-มลายู มลายู- ไทย ว่า Melayu ไม่ใช่ภาษาเฉพาะของชาวมาเลเซีย แต่ใช้เป็นภาษาทางการบ้าง หรือภาษาพูดบ้าง ในมาเลเซีย [เรียก Bahasa Malaysia - ภาษามาเลเซีย], อินโดนีเซีย [เรียก Bahasa Indonesia - ภาษาอินโดนีเซีย], ทางใต้ของไทย [เรียก Jawi - ภาษายาวี แปลว่าภาษาของคนชวา], ในบรูไน, สิงคโปร์, ทางใต้ของฟิลิปปินส์, บางท้องถิ่นในเขมร, ซาอุดีอาระเบีย, พม่า) อยู่มากมาย สมัยเด็กๆ เคยได้ยินคนรุ่นปู่ย่าตายายพูดกันหลายคำ เช่น เรียกสับปะรดว่ายานัด ซึ่งมาจาก nanas, เรียกอินทผลัมว่าลูม่า มาจาก khurma (แต่ย่าผมเรียก “หูหมา”), เรียกถังตักน้ำว่า “หมา” เสียงกร่อนมาจากคำ timba, ตอนเด็กๆ ก่อนจะเริ่มเล่นเกมต่างๆ จะมีชันชีหรือการตกลงกติกากัน มาจากศัพท์ว่า janji ฯลฯ (พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ บรรจุ ๒ ศัพท์หลังนี้พร้อมที่มาไว้ด้วย) 

แต่เมื่อย้อนมองเลยไปในอดีตไกลก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างใด เพราะในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึง ๑๖ อาณาจักรศรีวิชัยเคยยิ่งใหญ่ มีอาณาเขตครอบคลุมมลายู เกาะชวา เกาะสุมาตรา ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และบริเวณภาคใต้ของไทย ในยุคนั้นศาสนาพุทธมหายานเคยรุ่งเรืองอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ ตอนเจริญมากแผ่คลุมจากอินโดนีเซีย ขึ้นมาถึงภาคใต้ของประเทศไทย อย่างน้อยถึงสุราษฎร์ธานี ดังมี บุโรพุทโธ (บรมพุทโธ) บนเกาะชวา และพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประจักษ์พยาน

เมื่อมองไปที่ภาษามลายู เป็นธรรมชาติของภาษาที่ต้องมีการรับ การแลกเปลี่ยนกันกับภาษาอื่นๆ หรือบางครั้งอาจมีสิ่งใหม่ที่หาคำศัพท์ในภาษาเดิมไม่ได้ก็หยิบยืมคำศัพท์จากภาษาที่มีอยู่แล้ว ภาษามลายูก็ไม่อาจฝืนความเป็นธรรมดาของภาษาไปได้ จึงมีคำยืมจากภาษาอื่นๆ เช่น จีนฮกเกี้ยน ดัตช์ ทมิฬ เปอร์เซีย โปรตุเกส สันสกฤต อังกฤษ อาหรับ ฮินดี ฯลฯ อยู่มาก ผมไม่แน่ใจ (เพราะยังไม่ได้เรียนรู้หมดทุกภาษาเลยไม่กล้าสรุปให้ชัดลงไป) ว่าในโลกนี้มีภาษาใดที่บริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ปราศจากอิทธิพลของภาษาอื่นๆ บ้าง?

ผมลองเปิด “พจนานุกรมมลายู-อังกฤษ” (รวบรวมโดย คุณไพฑูรย์ มาศมินทร์ ไชยนรา) พบคำที่มาจากภาษาสันสกฤตมากมาย เช่น anik – มาก, หลาย (อเนก), bahasa – ภาษา (ภาษา), duta – ทูต (ทูต), guru – ครู (คุรุ), jiwa – ชีพ (ชีว), kala – เวลา (กาล), maha – ยิ่งใหญ่ (มหา), manusia - มนุษย์ (มนุษฺย), negara – เมือง (นคร), puspa – ดอกไม้ (ปุษฺป), raja - พระราชา (ราชา), sama – เสมอกัน, เท่ากัน (สม), tiga – สาม (ติก), utara – ทิศเหนือ (อุตฺตร) เป็นต้น ในวงเล็บนั้นเป็นศัพท์สันสกฤตอันเป็นที่มาที่ผมเติมให้

สาเหตุที่ผมพรรณนาถึงประสบการณ์จากการเรียนรู้ทั้งจากบรรพบุรุษและจากการศึกษาในระบบเสียยืดยาวนี้ เพราะแปลกใจที่ได้อ่านหนังสือ “แบบเรียนพระพุทธศาสนา กับปัญหาภาคใต้” เขียนโดย คุณเด่น ต. เนตรโรจน์ ซึ่งให้รายละเอียดว่า เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๘ พลเรือเอก ปรีดา กาญจนรัตน์  ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ผู้อ้างว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับคนไทยมุสลิมภาคใต้ ประมาณ ๔๓ ปี ทำจดหมายเรื่อง “หนังสือเรียนเรื่องพระพุทธศาสนาชั้น ม.๑ ทำให้คนไทยมุสลิมภาคใต้เกิดความรู้สึกขมขื่นใจ” ถึงคุณอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ในยุครัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  เสนอข้อคิดเห็นถึงสาเหตุของปัญหาหลายๆ อย่างในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นจากหนังสือเรียนเล่มดังกล่าวตามทัศนะของผู้ทำจดหมาย (รายละเอียดทั้งหมดปรากฏในหนังสือ)

หนึ่งในประเด็นที่นำเสนอสรุปเป็นใจความได้ว่าสาเหตุที่คนไทยมุสลิม (บางกลุ่ม) ในจังหวัดภาคใต้ไม่พูดภาษาไทย ทั้งที่ฟังภาษาไทยรู้เรื่อง เพราะมีเหตุผลว่าการพูดภาษาไทยจะเป็นบาป เนื่องจากภาษาไทยเป็นภาษาทางพระพุทธศาสนา และภาษาไทยมีรากฐานมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต  พล.ร.อ. ปรีดาคัดค้านว่าภาษาไทยส่วนมากไม่ได้มีรากฐานมาจากภาษาบาลีสันสกฤตด้วยเหตุผลต่างๆ  ประเด็นที่ผมจะหยิบยกขึ้นมาพูดถึง มิใช่จะโต้แย้งทัศนะของอดีตนายทหารหาญของชาติท่านนี้ แต่เกิดคำถามว่าถ้าคนกลุ่มเดียวกันที่ใช้เหตุผลเดียวกันในการไม่พูดภาษาไทยเพราะมีอิทธิพลของภาษาบาลี และภาษาสันสกฤตอยู่ในภาษาไทย

แทนที่เราจะคิดเดาเอาเอง เข้าใจเอาตามกระแส หรือยอมรับตามคำกล่าวอ้างโดยไม่ศึกษาหาความจริง เราลองหาความรู้มาพิสูจน์หาความจริงกันดีกว่า  ประกอบกับแรงบันดาลใจจากข้อสงสัยของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ที่ฝากไว้ในหนังสือ “จักรใด ขับดันยุคไอที” ว่าลองไปสืบค้นดูว่าในภาษาไทย กับในภาษามลายู รวมทั้งภาษายาวีที่พูดกันในภาคใต้ของเรา อันไหนจะมีภาษาบาลี ภาษาสันสกฤตปนอยู่มากกว่ากัน เพราะในภาษายาวี แม้แต่คำบอกชื่อกันก็พูดว่า “Nama saya (ฉันชื่อ).....” ก็เป็นสันสกฤตทั้งประโยค!  ท่านยกตัวอย่างว่าในขณะที่ภาษาไทยบัญญัติศัพท์ว่า “จานบันทึก” แทนศัพท์เดิม “disk” ในภาษาอังกฤษ แต่ภาษามลายูเรียก disk ว่า “จักร” (เพราะมีลักษณะเป็นวงกลมเหมือนล้อ) เช่น เรียก floppy disk ว่า “จักระ-Felopi” เรียก hard disk ว่า “จักระ- Keras” เรียก CD และ DVD ว่า “จักระ- Padat”

แผนที่อาณาจักรศรีวิชัย

ท่านกล่าวว่าตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมศรีวิชัยฝังลึกในดินแดนมลายู ภาษาสันสกฤตเข้าไปอยู่ในภาษามลายูมากมาย การที่ชาวมลายูรับเอาภาษาสันสกฤตเข้าไปในภาษาของตนนั้น ก็เนื่องมาจากการนับถือพระพุทธศาสนา เป็นการตั้งใจรับเอาไปใช้จนถึงขั้นเป็นค่านิยม โดยวิถีของศาสนาและการศึกษา ตลอดจนแม้แต่วิถีชีวิตในครอบครัว เช่น ชอบตั้งชื่อลูกเป็นภาษาสันสกฤต การที่ภาษาหนึ่งจะรับเอาอีกภาษาหนึ่งเข้าไปใช้เป็นภาษาของตน ถ้าไม่ใช่มาจากความนิยมนับถือในทางศาสนาและการศึกษาแล้ว ถึงแม้จะติดต่อค้าขายกัน คบหากันนานแสนนานก็รับเข้าได้น้อย อย่างเช่นภาษาจีน คนไทยทำมาค้าขายกันกับคนจีนมาเนิ่นนาน แต่ภาษาไทยมีคำจีนที่รับเข้ามาใช้ไม่กี่คำ และส่วนมากก็เป็นแค่คำศัพท์ชาวบ้าน ยิ่งภาษาสันสกฤตด้วยแล้ว (ภาษาบาลีก็เช่นกัน) ไม่ใช่ภาษาที่พ่อค้าและชาวบ้านจะใช้พูดจาสื่อสารกัน แม้แต่ในอินเดียหรือชมพูทวีปเอง สันสกฤตก็เป็นภาษาชั้นสูง ใช้แต่ในศาสนาและวรรณคดีเท่านั้น คนอินเดียมาค้าขายที่สุมาตรา ชวา และมะละกา ไม่ได้พูดสันสกฤต แต่สันสกฤตมากับศาสนาพุทธ กลายเป็นว่าคนมลายูและคนไทยใช้ภาษาชั้นสูงของชมพูทวีป ซึ่งไม่ใช่ภาษาของสามัญชนคนอินเดียทั่วไป

บุโรพุทโธ พุทธสถานของนิกายมหายาน บนเกาะชวา

คำสำคัญๆ ชาวมลายูยังนิยมหาคำสันสกฤตมาใช้ เช่น “ภูมิปุตรา” ใช้กันเป็นคำทางการ ทั้งในอินโดนีเซีย และในมาเลเซีย (“ภูมิปุตรา” เป็นคำแสดงสถานะที่ชื่นใจอยู่ในกฎหมายของมาเลเซีย เวลาเขียนด้วยตัวอักษรโรมัน เป็น bumiputra บ้าง bumiputera บ้าง) พระพรหมคุณาภรณ์กล่าวว่า “ชาวมลายูในอินโดนีเซีย ถึงแม้ปัจจุบันตัวเองจะเป็นมุสลิม แต่อาจจะเป็นเพราะยังภูมิใจในอารยธรรมของบรรพบุรุษ ดูเหมือนว่าจะนิยมใช้คำที่มาจากสันสกฤตมากเป็นพิเศษ ดังที่พระสงฆ์ไทยผู้ไปอยู่ที่นั่นเล่าว่าถึงจะเป็นมุสลิม พอมีบุตร ก็มีผู้มาขอชื่อบาลีสันสกฤตจากพระ รถยนต์เกาหลีใต้ ยี่ห้อ Hyundai รุ่น Elantra เข้าไปขายในอินโดนีเซีย ตั้งชื่อให้เข้ากับค่านิยมทางภาษาที่นั่นว่า ‘พิมันตระ จักระ’ (Bimantara Cakra)”

รูปปั้นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะสมัยศรีวิชัย พบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

(ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

กล่าวถึงที่สุดแล้ว ภาษามีไว้เพื่อให้มนุษย์ติดต่อสื่อสารถึงกัน ช่วยให้จิตใจและปัญญาของมนุษย์กว้างไกล มีบทบาทสำคัญให้วัฒนธรรมของมนุษยชาติเจริญงอกงาม สำหรับภาษาเองที่เจริญงอกงามส่วนหนึ่งก็เกิดจากการแลกเปลี่ยนกันระหว่างภาษา การพูดการเรียนรู้ภาษาอื่นไม่ได้สร้างความเสียหายต่อคุณภาพ สมรรถภาพ และสุขภาพภายในจิตใจของกัลยาณชนแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะนำมาเป็นข้ออ้างในการสร้างกำแพง หรือขึงลวดหนามกางกั้น ให้เกิดการรังเกียจเดียดฉันท์ แบ่งแยกกัน หรือว่าเข่นฆ่าทำลายกัน ใช่หรือไม่?

ดังนั้น แทนที่จะคิดเพื่อหาข้อขัดแย้งจากความต่าง น่าจะหันกลับมาพิจารณาความเป็นจริงว่าเราต่างก็ เป็นคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินรูปขวานทองเหมือนกัน เป็นคนเอเชียเช่นเดียวกัน อาศัยอยู่ในโลกเดียวกัน เป็นมนุษย์เหมือนกัน เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายไม่ต่างกัน เมื่อพิจารณาเห็นความเป็นจริงเหล่านี้แล้ว ก็ควรจะมุ่งมั่นร่วมมือร่วมใจร่วมไมตรี เพื่อความเป็นอยู่อย่างสันติสุข ซึ่งจะเป็นโอกาสและพื้นฐานอันดีที่เอื้อให้ทุกคนพัฒนาชีวิตของตนไปสู่จุดมุ่งหมายได้

ขอจบบทความนี้ด้วยคติที่พระพรหมคุณาภรณ์ฝากไว้ในธรรมบรรยายเรื่อง “มลายู สู่แหลมทอง” ในซีดีชุด “ทันโลก ถึงธรรม 2548” ว่า “เวลานี้โลกมีความขัดแย้งมากอยู่แล้ว ศาสนาเป็นเครื่องหมายของความดีงาม ต้องเป็นผู้นำในทางสันติ ถ้าศาสนาไม่มาช่วยในทางสันติ กลับไปก่อความขัดแย้งเสียเอง แล้วโลกนี้จะอยู่ได้อย่างไร? โลกนี้จะมีความหวังจากที่ไหนเล่า? เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในศาสนาต้องคิดในทางนำศาสนามาเป็นสื่อในการสร้างความสามัคคี ในการสร้างสันติ ในการอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข มีอะไรไม่สบายใจก็พูดกัน ไม่ใช่อะไรๆ ไม่พอใจแล้วไปสร้างความรุนแรง”  (สนใจฟังคำบรรยายทั้งหมด เชิญเปิดไปได้ที่ http://www.oknation.net/blog/chao/2007/06/15/entry-1)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21
จันทร์วารี วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 14.37 น.
http://www.oknation.net/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

ตอนนี้กำลังจะหัดเรียนภาษาบาลีค่ะ ไม่รู้เค้าจะยอมสอนหรือไม่ แต่ชอบภาษาค่ะ ยิ่งภาษาพื้นบ้านยิ่งมักหลาย
ความคิดเห็นที่ 20
Sudteerak วันที่ : 29/11/2007 เวลา : 14.23 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


ตอนนี้คนใต้ บางคนก็เริ่มใช้ทะเบียนรถของต่างจังหวัดแล้วนี่คะ....แย่เลยนะคะชีวิตแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 19
ปี๊นปี๊น วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 21.05 น.
http://www.oknation.net/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว"

ผมคนพุทธครับ กำลังจะหัดเรียนภาษามาลายูอยู่
หวังว่าคงไม่บาปนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18
รุสสกี้ วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 20.42 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

ถ้าเอาแบบง่ายๆ ก็คือต้องเรียกชาวบ้านมาถามถึงเหตุผล แล้วสรุปรวม

แต่ผมว่าใครจะพูดภาษาอะไร ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ ถ้าอยากจะพูดในภาษาที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ซึ่งจะมีผลต่อการลดทางเลือกในการประกอบสัมมาอาชีพ และกิจการต่างๆของตัวเอง ก็เป็นเรื่องที่จะตัดสินใจเลือกกันเอาเอง

แต่ที่ต้องหาทางแก้ไข ก็คือการสื่อสารกับทางการไม่เข้าใจ

ดังนั้น เอกสารกิจการงานใดที่สำคัญ จึงสมควรทำออกมาในทั้งสองภาษา
ความคิดเห็นที่ 17
ผมทำจริง วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/Go888
ผมทำจริง นายต้นไม้ ครับ  หรือ ยูบู๊ดฮ่า เกิดมาทำ

ได้แง่คิดดีครับ ภาษาธรรม สร้างสรรค์สันติสุขของชาวโลก
โลก มี หลายๆประเทศ อยู่ด้วยกันโดยธรรม เพื่อธรรม และ โลกธรรม เพื่อชาวโลกประชาธรรม
ความคิดเห็นที่ 16
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

โอ............
ท่านเสดพีร์กลับมาแล้ว
ผมลืมสนิทใจเลย ขอต้อนรับสหายธรรมร่วมโลกียะครับ
การกลับมาครั้งนี้ดูเหมือนพายุลูกใหญ่แห่งความเข้าใจพุทธแท้ของท่านจะพัดกระหนำนะครับ
มาอ่านสองเรื่องแล้วผมยิ่งละอายใจ อดีตนักพรตเก่าเช่นผม หลงลืมหลักธรรมเกือบสิ้น ไหนจะไม่นำพาเสนอแนวทางพุทธให้สาธารณะในฐานะบริษัทหนึ่งในสี่ ยังไม่ค่อยได้ทำเลย ได้แต่พร่ำบทกวีไปวันๆ

อนุโทนานะครับ ที่ท่านมีความเพียรต่อการนำแนวคิดจากพระสุปฏิปันโนแห่งยุคออกมาเผยแผ่
นับว่าได้บุญกุศลผู้อ่านเช่นผมก็ได้ด้วย

คลื่นพายุหนนี้แรงครับ ไฟในการสร้างสรรค์คุกรุ่นจริงๆ นับถือ
ลูกศิษย์หลวงพ่อปยุตโต เนี่ย ขึ้นชื่อในการวิพากษ์วิจารณ์ในแนววทาง วิภัชวาที มองโลกรอบด้าน ทุกแง่มุมอย่างเข้าใจ ให้เกียรติผู้อื่น ด้วยเมตตาโดยแท้
หายากนักปราชญ์ในยุคนี้

นักวิชาการปัจจุบันควรมองไว้เป็นแบบอย่างครับ
ความคิดเห็นที่ 15
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

มาอ่านด้วยความสงสัยเช่นกันค่ะ และทำความเข้าใจตามไปด้วย

อืมม์ ลึกซึ้งมากเลยนะค่ะเนี่ย

"หวาน"
ความคิดเห็นที่ 14
แม่น้องฯ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 20.39 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
  เรียนเชิญพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอา ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ขึ้นเยี่ยมชมเรือ คณิตศาสตร์ ณ เมืองGEISENHEIM ^_^

"การพูดภาษาไทยจะเป็นบาป เนื่องจากภาษาไทยเป็นภาษาทางพระพุทธศาสนา และภาษาไทยมีรากฐานมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต "

เฮ้อ ...บางศาสนาเขาก็เคร่งครัดเหลือเกิน แต่ในเมื่อ...
“Nama saya (ฉันชื่อ).....” ก็เป็นสันสกฤตทั้งประโยค!
แล้วคนที่พูดภาษายาวี จะมีคำอธิบายตรงนี้ว่าอย่างไรหนอ
ความคิดเห็นที่ 13
กนิษฐ์ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 20.03 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

สวัสดีจ้าคุณเชาว์

เพิ่งกลับมาจากสัมมนา..เหนื่อยจังเลยยยยยยยย

มีข้อมูลมาแฉกันอีกละ...โปรดรอสักครู่.. เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง ข้าราชการระดับสูงๆ ที่หากินเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความทุกข์ยากของประชาชน..
ความคิดเห็นที่ 12
ตำรวจแดนใต้ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 16.08 น.
http://www.oknation.net/blog/aek-police

แวะมาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 11
เป๊ปซี่ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ที่ไม่พูดไทยก็เพราะมีคนไทยอยู่น้อย....และอยู่กันเป็นกลุ่มๆต่างหาก....ทำให้ไม่ค่อยได้พบเจอะเจอคนต่างภาษา...เลยทำให้พูดไม่คล่อง....อายเมื่อจะต้องพูด...เหมือนคนไทยที่พูดอังกฤษไม่คล่องนั้นแหละครับ....ไม่เกี่ยวอะไรกับทางศาสนาหรอกครับ....ยกเว้นก็แต่ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีพยายามตีความโน้มเอียงไปให้ได้....แล้วก็พร่ำสั่งสอนลูกหลานเหลน....ให้แอนตี้คนต่างศาสนา....
ความคิดเห็นที่ 10
น้ำอมฤต วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 07.23 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

สวัสดียามเช้าที่สดใสค่ะคุณเสดพีร์


ความคิดเห็นที่ 9
สอนสุพรรณ วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 20.48 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

เป็นความรู้ใหม่ ที่ไม่เคยทราบมาก่อนเลย...

ขอบคุณครับ...
ความคิดเห็นที่ 8
บรรณาลัย วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 20.08 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

ภาษาเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเจริญของชนชาติ การเข้าใจถึงภาษาของเเต่ละประเทศแต่ละชนชาติจะนำมาซึ่งการได้เปรียบในปัจจัยหลายๆด้าน การไม่เข้าใจภาษาเสมือนประหนึ่งปิดกั้นตนเองจากการเรียนรู้บริบททางสังคม
ความคิดเห็นที่ 7
pimthipat วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 18.41 น.
http://www.oknation.net/blog/pim
L[love]  I {Imagination]   F {Fantasy}  E [End ]

แวะมาแอดไว้ค่ะ

กลับถึง กทม. จะกลับมาอ่านค่ะ เพราะอยากรู้เหตุที่ไม่พูดไทยค่ะ

เพราะแอบรู้ความจริงที่ถูกแกล้งลืมมาเหมือนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ลานเทวา วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 18.37 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ตามมาด้วยความสงสัย
ว่าทำไม ถึงเป็นเช่นนั้น
ครับผม
ความคิดเห็นที่ 5
น้ำอมฤต วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

มาอ่านแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความที่น่าสนใจ

มีความสุขนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

ครับดังนั้นคนในศาสนา
ต้องสอนให้คนและปฏิบัติ
เป็นตัวอย่างคือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ความคิดเห็นที่ 2
กิต วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.08 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้


ความคิดเห็นที่ 1
paedophile วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.05 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

จ้า


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วย
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
10 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
5 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
9 คน
VDO Clips
3 คน

  โหวต 27 คน