พิมพ์หน้านี้
|
พ ระพุทธเจ้าทรงชี้ทางสว่างไว้ให้มนุษย์ในมงคลสูตรหมวดแรกว่า สิ่งที่ทำให้คนเราโชคดี คือ ๑. ไม่คบคนพาล (อะเสวะนา จะ พาลานัง) ๒. หันไปคบหาบัณฑิต (ปัณฑิตานัญจะ เสวนา) แล้ว ๓. ยกย่องเชิดชูบุคคลที่ควรเคารพยกย่อง (ปูชา จะ ปูชะนียานัง) ถ้าผู้ใดเริ่มประพฤติตนเช่นนี้ได้ อุดมมงคลและความสุขความเจริญก็จะเกิดขึ้นแก่ชีวิต เป็นเสมือนการตั้งทิศทางที่ถูกต้องให้แก่นาวาชีวิต ในสุภาษิตไทยบทหนึ่งเตือนสติว่าให้ระวังการคบหา หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์ เพราะการคบหากับคนเหลาะแหละโลเลอาจนำภัยมาสู่ตนได้ พระท่านเตือนไว้ว่าจะคบคนพาลก็ต่อเมื่อมีใจกรุณาจะช่วยเหลือเขาให้พ้นทุกข์เท่านั้น แต่ต้องดูกำลังตนเองก่อนว่าจะถูกดึงลงไปด้วยหรือไม่ จาก ๒ เรื่องข้างต้น ผมคิดเล่นๆ มาระยะหนึ่งแล้วว่า ถ้าจะต่อเติมสุภาษิต หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์ อีกนิดหนึ่งว่า หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์ นักการเมืองสามพรรค บ้างล่ะ? พอจะใช้การได้หรือไม่? ด้วยความคิดพื้นๆ ว่านักการเมืองที่เคยย้ายมาแล้ว ๓ พรรค น่าจะเข้าข่ายโลเลและเหลาะแหละหรือเปล่า? เพราะพฤติกรรมเช่นนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าจะเอาอะไรแน่นอนได้กับคนที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้จัก??? ไหนๆ จะอาสาทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อส่วนรวมสักที ใยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีว่าจะสังกัดพรรคทางการเมืองไหนดี ที่เข้ากับอุดมคติของท่านผู้อาสาในช่วงที่ทำกิจกรรมทางการเมือง?? หรือจะหาพรรคการเมืองที่มีท่าทางจะตั้งอยู่ได้นานสักหน่อย ไม่ยุบพรรคหนีสมาชิก? หรือว่าคนพวกนี้ไม่เคยคิดเลย?? พรรคไหนมีทีท่าจะได้ร่วมรัฐบาล ก็ย้ายไปสังกัดพรรคนั้นแหละ!!! จากสุภาษิตที่ผมต่อเติมนี้ ขอเชิญสมาชิกชาว oknation ๑.ร่วมแสดงความเห็นว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วยกับสุภาษิตดัดแปลงนี้? อย่างไร? ๒.ร่วมแสดงความรู้ ด้วยการลองอาศัยความทรงจำ หรือการค้นคว้าหาข้อมูลดู (เท่าที่ผมสังเกต ธรรมชาติอย่างหนึ่งของนักการเมืองประเภทชอบย้ายสังกัดพรรคนี้มักจะไม่ระบุพรรคการเมืองไว้ในประวัติของตนที่แจกตอนหาเสียง ซึ่งต่างกันกับนักการเมืองที่สังกัดพรรคเดียวมาตลอดชีวิต!!!) ลองสำรวจตรวจตราดูสิว่าในแวดวงการเมืองปัจจุบันนี้ มีนักการเมือง ผู้มีเกียรติ คนไหนบ้างที่เข้าข่าย หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์ นักการเมืองสามพรรค ?? ลองเสนอชื่อ และพรรคที่เคยสังกัดมาดูครับ ถ้าระบุชื่อเต็มๆ ไม่ได้ ให้ระบุอักษรย่อก็ได้ เชิญทุกท่านได้เลยครับ ผมขอมอบรางวัลแก่เพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ากิจกรรมครั้งนี้ด้วยคติเตือนใจจากมหาตมา คานธี บิดาแห่งชาติ (ราษฏรปิตา) ของอินเดีย ที่ชื่อว่า บาป ๗ ประการ ดังนี้ครับ
บาป ๗ ประการ เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ (ถอดความเป็นภาษาไทยโดย คู่ชีวิตนักประพันธ์ กรุณา - เรืองอุไร กุศลาสัย) Seven Social Sins Politics without principles. อาจารย์กรุณา อาจารย์เรืองอุไร กุศลาสัย หมายเหตุ (ตามธรรมเนียม) : ๑. กิจกรรมครั้งนี้มิได้มุ่งเพื่อจะลดเกียรติ (Discredit) ของใครทั้งสิ้น แต่มีเป้าหมายที่ให้คนไทย มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง และนำความทรงจำมาใช้ประโยชน์บ้าง เพื่อการเมืองไทยจะได้ขับเคลื่อนออกจากวัฏสงสารหรือวงจรเดิมๆ ได้ ๒. แถมเพลงให้ฟังเพลินๆ ระหว่างร่วมกิจกรรมครับ |