• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : faaksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 36600
  • จำนวนผู้โหวต : 102
  • ส่ง msg :
~*...ยินดีต้อนรับครับ ++ เสดพีร์ ภูษิต...*~
**“ความเจริญด้วยญาติ..โภคทรัพย์..ยศเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา’**
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chao
วันพฤหัสบดี ที่ 3 มกราคม 2551
ไซดักความเชื่อ
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 343 , 17:05:15 น.   | หมวดหมู่ : สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว  
พิมพ์หน้านี้



ารบวชเรียนในพรรษาที่วัดญาณเวศกวัน เป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อกระบวนการพัฒนาปัญญาของกุลบุตรเป็นอย่างมาก ประการแรก ความพร้อมของกัลยาณมิตร ทั้งปราชญ์ผู้รอบรู้ และตำราทางพระพุทธศาสนา  ประการต่อมา ได้เล่าเรียนปริยัติ และเจริญจิตตภาวนา ประการที่ ๓ สภาพแวดล้อมหนุนให้ไตร่ตรองใคร่ครวญ แล้วนำไปสู่การวางท่าทีและปฏิบัติให้ถูกหลักในประการสุดท้าย

ด้านการศึกษา นอกเหนือจากเรียนวิชาตามหลักสูตรทั่วไป คือ ธรรมะ พุทธประวัติ เรียงความแก้กระทู้ธรรม วินัย และศาสนพิธี ก็ยังมีวิชาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา และหนังสือพุทธธรรม เสริมด้วยธรรมนิพนธ์โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ให้อ่านนอกเวลาอีกหลายเล่ม รวมทั้งซีดีธรรมบรรยาย ชุด “ตามพระใหม่ไปเรียนธรรม” ๒ แผ่น รวม ๕๔ ชั่วโมง ซึ่งเป็นคำบรรยายเกี่ยวกับพื้นฐานและหลักการที่สำคัญๆ ของพระพุทธศาสนา ตั้งแต่จุดมุ่งหมายของการอุปสมบท ความสัมพันธ์ของพระสงฆ์กับสังคม ภูมิหลังของชมพูทวีปกับการเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนา การฝึกฝนพัฒนาตนเองตามหลักไตรสิกขา หลักเกี่ยวกับความสุข ฯลฯ

พระนวกะ (พระใหม่, พระที่มีพรรษายังไม่ครบ ๕) แสดงความเคารพพระอุปัชฌาย์ก่อนและหลังการอบรมสั่งสอน  (ภาพโดย คุณทองสุข ช่างวิชชุการ)

หลังการเรียนการสอนตามรูปแบบแล้ว สิ่งพิเศษที่หาค่ามิได้ก็คือ “การ (นั่งพับเพียบ) พูดคุยกันแบบสบายๆ” ระหว่างพระพรหมคุณาภรณ์ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์กับศิษย์บนกุฎี เป็นการพบกันรายสะดวกในช่วงค่ำ เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณ ๑ ชั่วโมง แม้ว่าสุขภาพจะไม่ค่อยเอื้ออำนวย แต่ท่านก็ยังเมตตาไม่ละเลยการอบรมสั่งสอนกุลบุตรผู้มีศรัทธาขออุปสมบทในสำนัก นับเป็นโอกาสอันเลิศให้พระนวกะได้ฟังธรรมโดยตรงจากปราชญ์ผู้มีความรอบรู้ ความลึกซึ้ง ความทรงจำ และความจัดเจนในหลัก รวมทั้งเปิดกว้างให้ซักถามปัญหาต่างๆ เป็นการสร้างเสริมความรู้ ความกระจ่างในพระศาสนาได้อย่างดีเยี่ยม

(ภาพโดยคุณกฤษดา อนุนาท)

ครั้งหนึ่ง ท่านสอนว่าปัจจัยที่ไม่เป็นไปเพื่อความเจริญของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย คือการเชื่อถือหลักการของพระธรรมวินัยสืบต่อๆ กันมา โดยไม่ใช้ปัญญา ไม่ศึกษาให้ถ่องแท้ เมื่อรับฟังสืบต่อกันมาก็เพี้ยนได้ง่าย จนดูเหมือนความเชื่อเหล่านี้จะเป็นความเชื่อของพระพุทธศาสนาไป และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่เพียงผู้ไม่ได้สนใจพระศาสนาเท่านั้น แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคม ผู้ที่นับถือกันจริงจัง หรือคนมีความรู้ก็เข้าใจหลักผิด ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ชีวิตตนเอง สังคม และศาสนาพุทธ

หลายเรื่องที่ท่านเน้นย้ำยกขึ้นมาปรารภเพื่อสร้างความเข้าใจหลักที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อน เพี้ยน เช่น ความเชื่อเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่น จึงปล่อยปละละเลย, สิ่งทั้งหลายเป็นอนิจจัง จึงมีชีวิตอยู่แบบปล่อยเวลาให้หมดไปวันๆ, แล้วแต่กรรมเก่า จึงก้มหน้ารับกรรม (เก่า) แล้วไม่ขวนขวายแก้ไข, นอนคอยโชคจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ ความเชื่อถือเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยแห่งความอ่อนแอภายในของพระศาสนา ตลอดถึงพุทธบริษัทในเมืองไทยเอง และนำไปสู่การไม่กระทำ ตรงกับความเชื่อของลัทธินอกพระพุทธศาสนาในยุคพุทธกาลที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในติตถายตนสูตร (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๐) ๓ ลัทธิ คือ

๑. ปุพเพกตเหตุวาท ลัทธิกรรมเก่า ที่ถือว่าสุข ทุกข์ หรือไม่ทุกข์ ไม่สุข ที่คนได้รับทั้งหมดล้วนแต่มีกรรมที่ทำไว้ในปางก่อนเป็นเหตุ

๒. อิสสรนิมมานเหตุวาท ลัทธิพระเป็นเจ้า ที่ถือว่าสุข ทุกข์ หรือไม่ทุกข์ ไม่สุข ที่คนได้รับทั้งหมดล้วนแต่เกิดจากการเนรมิตของพระเป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

๓. อเหตุอัปปัจจัยวาท ลัทธิแล้วแต่โชคชะตา ที่ถือว่าสุข ทุกข์ หรือไม่ทุกข์ ไม่สุข ที่คนได้รับทั้งหมดล้วนแต่ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย

“การนั่งพูดคุยกันแบบสบายๆ” ระหว่างพระพรหมคุณาภรณ์ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์กับศิษย์บนกุฎี

(ภาพโดยคุณกฤษดา อนุนาท)

ความเชื่อตามลัทธิเหล่านี้ไม่ชอบด้วยเหตุผล เป็นไปเพื่อข่มได้ มัวหมอง ถูกตำหนิ ถูกผู้รู้คัดค้านได้ ถูกซักไซ้ไล่เลียงเข้าก็อ้างการถือสืบๆ กันมา เป็นลัทธิที่เป็นไปเพื่อการไม่กระทำ (อกิริยวาท) เท่ากับการปฏิเสธกฎแห่งกรรม หากยึดถือเข้าย่อมให้เกิดโทษ คือ ไม่เกิดความเพียรพยายามในการทำกิจที่ควรทำ และไม่แก้ไขปรับปรุงสิ่งที่ควรแก้ไข เป็นปฏิปักษ์กับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เคยมีมาในอดีต ที่จะอุบัติขึ้นในอนาคต และพระองค์ผู้เป็นพระศาสดาของพวกเรา พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ล้วนแล้วแต่ตรัสเรื่อง “กรรมวาท (การกระทำมีผลจริง) กิริยวาท (ทำแล้วเป็นอันทำ) และ วิริยวาท (ต้องลงมือทำด้วยความเพียร)” หลักการนี้ยืนยันว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการกระทำ ศาสนาแห่งความเพียร ไม่ใช่ศาสนาแห่งการหยุดนิ่งเฉยเฉื่อยชา

เพื่อความกระจ่างแจ้งจะขอยกหลักกรรมซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของพระพุทธศาสนามาเป็นตัวอย่าง เพื่อจะแยกให้เห็นความแตกต่างของหลักกรรมในพระพุทธศาสนาและลัทธิกรรมเก่าของพวกเดียรถีย์

หลักกรรมของชาวพุทธ คือหลักที่สอนว่าผลสำเร็จเกิดจากการกระทำเหตุและปัจจัย เท่าที่มนุษย์จะมีเรี่ยวแรงความเพียรพยายามทำได้ ส่วนประเภทของกรรมมีทั้งกรรมเก่า กรรมปัจจุบัน และกรรมที่จะทำในอนาคต ถือว่ากรรมเป็นเพียงกระบวนการแห่งเหตุปัจจัยดำเนินต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา และเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ไม่ใช่เป็นไปตามกรรมเก่าอย่างเดียว

สำหรับกระบวนการของกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะตัดมาเฉพาะตอนใดตอนหนึ่งไม่ได้ กรรมในอดีตทำคืนไม่ได้ แต่สามารถปรับปรุงได้ด้วยการทำปัจจุบัน เป็นต้นว่า เคยทำอกุศลกรรมก็เลิกมาทำกรรมที่เป็นกุศลแทน เป็นการสร้างกรรมใหม่ เข้ากระบวนการพัฒนาตนเองด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา ตามหลักไตรสิกขา (คือ อธิสีลสิกขา การฝึกด้านความประพฤติ ความเป็นอยู่ที่เกื้อกูลท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้มีชีวิตดีงาม เป็นพื้นฐานที่ดีต่อการพัฒนาคุณภาพจิตและการเจริญปัญญา  อธิจิตตสิกขา การพัฒนาจิตใจให้มีคุณภาพดี สมรรถภาพสูง และสุขภาพสมบูรณ์  อธิปัญญาสิกขา การรู้และเข้าใจตามความเป็นจริง ทำให้มีจิตใจเป็นอิสระ – ผู้สนใจทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างละเอียดและครบวงจร ศึกษาได้ในหนังสือ “พุทธธรรม” บทที่ ๑๖) แต่ถ้ารอผลกรรมเก่าก็ถือว่าหยุดพัฒนาตนเอง ตีบตันและตกอยู่ในการปล่อยปละละเลยไม่เอาธุระ เปรียบเสมือนคนที่ตายแล้ว

หนึ่งในหนังสือที่พระนวกะ รุ่นในพรรษา ๒๕๕๐ ร่วมกันพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน

พระพรหมคุณาภรณ์กล่าวไว้ในหนังสือ “ลักษณะแห่งพระพุทธศาสนา” ว่า พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนหลักกรรมคู่กับความเพียรก็เพื่อให้เห็นว่า ๑. คนไม่ได้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด (ตามความเชื่อเดิมของศาสนาพราหมณ์) แต่ประเสริฐเพราะการกระทำและความประพฤติ ๒. ให้รู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และ ๓. ให้รู้จักพึ่งตนเอง (ด้วยการฝึกฝนพัฒนาตนเองเพื่อทำตนให้เป็นที่พึ่งที่หาได้ยาก) ไม่ให้หวังผลดลบันดาลจากการอ้อนวอนนอนคอยโชค

กล่าวโดยสรุปว่าพระพุทธศาสนาถือว่าลักษณะความเชื่อที่เข้ากับความเชื่อถือของทั้ง ๓ ลัทธิดังกล่าวเป็นความเชื่อที่ผิด ทำให้ผู้เชื่อถือถูกครอบงำไว้ ดังพุทธพจน์ในตอนท้ายของเกสกัมพลสูตร (พระไตรปิฎก เล่มเดียวกัน) ว่าลัทธิความเชื่อแบบนี้ “เป็นเหมือนไซดักมนุษย์ เกิดขึ้นมาในโลก เพื่อไม่เกื้อหนุน เพื่อทุกข์ เพื่อความฉิบหาย เพื่อความพินาศของสัตว์เป็นจำนวนมาก เปรียบเหมือนบุคคลวางไซดักปลาไว้ที่อ่าว เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความฉิบหาย เพื่อความพินาศของปลาเป็นจำนวนมาก”

ใช่หรือไม่ว่า ถึงคราวที่ชาวพุทธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ต้องสำรวจตรวจสอบตัวเองว่าติดอยู่ใน “ไซ” ทางความเชื่อหรือไม่? ~+~




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18
Duplex วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Duplex

ขอให้มีความสุขตลอดปี แวะมาทักทาย อ่านแล้วมีคติดี
ความคิดเห็นที่ 17
Duplex วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/Duplex

ขอให้มีความสุขตลอดปี แวะมาทักทาย อ่านแล้วมีคติดี
ความคิดเห็นที่ 16
วิตามินบี วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 22.30 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม

"คนไม่ได้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด (ตามความเชื่อเดิมของศาสนาพราหมณ์) แต่ประเสริฐเพราะการกระทำและความประพฤติ "

มาเก็บเกี่ยวคำสอนอีกรอบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 15
feng_shui วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เชื่อในข้อ๑. ปุพเพกตเหตุวาท ลัทธิกรรมเก่า ค่ะ
ขอบคุณค่ะ ที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน
ความคิดเห็นที่ 14
tanatach วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 00.13 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

น่าเสียดาย....ที่เราเข้าวัด...ชักชวนคนเข้าวัด..ให้ทำบุญ..แล้วจะได้โน้น..ได้นี้...
.........แทนที่จะ....
เข้าไปเรียนรู้..ปฎิบัติธรรม...เพื่อให้เกิดปัญญา
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 13
กนิษฐ์ วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 22.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ธรรมมะเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ฟังเมื่อใดก็อิ่บเอิบใจ..สาธุจ้าคุณเชาว์
ความคิดเห็นที่ 12
กิต วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 19.52 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้


ความคิดเห็นที่ 11
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 18.50 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ยังไม่กลับบ้านอีกหรือครับ ผมพึ่งขายรถไปเดี๋ยวนี้เอง
ความคิดเห็นที่ 10
Lyrics วันที่ : 06/01/2008 เวลา : 05.50 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

นอนมะหลับแวะมาอ่านเรื่องดีๆค่า


...............................................................................
มารยาเด็กนั่งดริ้ง..กับเรื่องจริงที่ผู้ชาย(ไม่ฉลาด)ควรอ่าน..
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/01/06/entry-1
ความคิดเห็นที่ 9
poyluang วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 23.34 น.
http://www.oknation.net/blog/poyzone

หลวงพ่อเป็นพระที่ทันสมัย และเก่งมากๆ เลยค่ะ เคยอ่านหนังสือของท่าน เยี่ยมยอดสุดๆ
ความคิดเห็นที่ 8
วิตามินบี วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


"ถ้ารอผลกรรมเก่าก็ถือว่าหยุดพัฒนาตนเอง ตีบตันและตกอยู่ในการปล่อยปละละเลยไม่เอาธุระ เปรียบเสมือนคนที่ตายแล้ว"

สาธุ จะจดจำคอยเตือนสติตนเองอยู่เสมอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
Thaihippy วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 19.34 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

แวะมาอีกรอบ อยากเชิญไปใช้สิทธิ์ โหวต content of the year หมวดเรื่องสั้น เชิญอ่าน เรื่อง..ดั่งฝันร้าย !!
:http://www.oknation.net/blog/Thaihippy/2007/12/24/entry-1
แล้วไปโหวตที่ แวดวง OK บล็อกปิรันย่า..ถ้าคิดว่าผมเขียนเข้าท่านะ..
ความคิดเห็นที่ 6
น้ำอมฤต วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณเสดพีร์

เป็นสุขใจเช่นเดียวกันนะคะ


ความคิดเห็นที่ 5
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 15.02 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

สวัสดีปีใหม่ครับ

หลักธรรมยอดเยี่ยม

น้องกาญจน์กับแม่พึ่งไปตักบาตรทำบุญที่วัดนี้อีกครั้งเมื่อปีใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
Thaihippy วันที่ : 04/01/2008 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..สาธุ..12 ม.ค. นี้ จะมีการทำบุญครบรอบวันเกิด พระพรหมคุณาพร ที่ ชาติภูมิสถาน ตลาดศรีประจันต์..ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
แม่น้องฯ วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 23.30 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD



สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ถ้ามีโอกาสวาสนาก็อยากมีโอกาส ได้ไปกราบนมัสการหลวงพ่อพระพรหมคุณาภรณ์บ้าง

ขอบคุณที่นำธรรมะมาเป็นข้อคิด เตือนใจ อย่างสม่ำเสมอ
แวะมาบล็อกนี้แล้วจิตใจร่มเย็นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
สอนสุพรรณ วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 19.47 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

อ่านแล้ว... อยากกลับไปบวชใหม่ครับ เพราะว่าตอนที่ผมบวชนั้น ก็บวชตามประเพณีโดยทั่วไป ยังไม่ได้ศึกษาหลักธรรมให้มากเท่าที่ควรเลยครับ...

ขออนุโมทนา ในวิทยาทานที่นำมาเสนอครับ...
ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

หลวงพ่อท่าน

ชี้แนวทางได้ดีจริงครับ


ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันรู้นะครับ


สวัสดีปีใหม่


ขอความสุขจงมีแก่ เจ้าของบล๊อกด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วย
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
11 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
7 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
10 คน
VDO Clips
3 คน

  โหวต 31 คน