• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : faaksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 43230
  • จำนวนผู้โหวต : 111
  • ส่ง msg :
~*...ยินดีต้อนรับครับ ++ เสดพีร์ ภูษิต...*~
**“ความเจริญด้วยญาติ..โภคทรัพย์..ยศเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา’**
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chao
วันเสาร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2551
มองให้กว้าง คิดให้ไกล ใฝ่ให้สูง
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 480 , 12:57:42 น.   | หมวดหมู่ : สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว  
พิมพ์หน้านี้



นวงการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง คำตัดพ้อต่อว่าถึงนักการเมือง ระดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ที่ได้ยินเสมอมาคือ หลังได้รับเลือกไปแล้ว เมื่อบุคคลเหล่านี้จะตัดสินใจเรื่องใดๆ ผู้ที่นักการเมืองรับฟังในการตัดสินใจประเด็นต่างๆ หาใช่เสียงของประชาชนอีกต่อไปไม่ แต่เสียงที่มีน้ำหนักมากที่สุดกลับเป็นเสียงของหัวหน้าก๊ก หัวหน้ามุ้ง หรือหัวหน้าพรรค ที่คอยชี้นิ้วบงการ อย่างที่รับรู้กันว่าเรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นดังที่ว่ากัน จนไปปรากฏเป็นลายลักษณ์อยู่ในคำวินิจฉัยที่ ๓-๕ /๒๕๕๐ ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ “...จนยากที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง” แต่จะไปมองที่ตัวนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกต้องนัก ควรย้อนกลับมามองตัวเราเองด้วยว่าการตกลงใจเลือกใครคนใดคนหนึ่งให้เป็นผู้แทนของเราในการบริหารกิจการบ้านเมือง เราใช้หลักอะไรในการตัดสินใจลงคะแนนเลือก

ประชาธิปไตย ไม่ยาก ถ้าอยากได้

ในทางพระพุทธศาสนาเรียกหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจของบุคคลว่าอธิปไตย คือ ความเป็นใหญ่ ภาวะที่ถือเอาเป็นใหญ่ มี ๓ อย่าง ได้แก่

๑.อัตตาธิปไตย  ความมีตนเป็นใหญ่ ถือตัวเป็นใหญ่ เอาผลประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ กระทำการด้วยปรารภตนเป็นประมาณ ในกรณีเลือกตั้งก็ตัดสินใจลงคะแนนโดยเอาผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้เป็นหลัก ท่านชี้หนทางไว้ว่าผู้มีลักษณะนี้ (อัตตาธิปก) พึงใช้สติให้มาก

๒.โลกาธิปไตย ความมีโลกเป็นใหญ่ ถือโลกเป็นใหญ่ กระทำการด้วยปรารภความนิยมของโลกเป็นประมาณ ในการเลือกตั้งก็ตัดสินใจตามกระแสเสียงนิยม ไม่มีหลักของตนเอง ไหลตามคนอื่นๆ ผู้มีลักษณะนี้ (โลกาธิปก) พึงมีปัญญาครองตน

๓.ธรรมาธิปไตย ความมีธรรมเป็นใหญ่ ถือธรรมเป็นใหญ่ กระทำการด้วยปรารภความถูกต้อง ชอบด้วยเหตุผล เป็นจริง สมควรตามธรรมเป็นประมาณ  เมื่อเลือกตั้ง จะเลือกใครก็ตรวจสอบเรื่องราว สืบค้นความจริง หาข้อมูลให้ชัดเจนถ่องแท้ว่าผู้สมัครที่กระทำโดยสุจริต มีความรู้ความสามารถ มีปัญญา มุ่งเพื่อประโยชน์ของสังคม การตัดสินใจด้วยข้อนี้ย่อมยากกว่า ๒ ข้อแรกเพราะต้องใช้ปัญญาในการพิจารณาเป็นอย่างมาก ผู้มีลักษณะนี้ (ธรรมธิปก) พึงประพฤติให้ถูกหลักธรรม ผู้เป็นหัวหน้าหมู่เป็นนักปกครองพึงถือธรรมาธิปไตย (๔ : ตัวเลขในวงเล็บคือหมายเลขหนังสือในหมายเหตุตอนท้าย)

ธรรมาธิปไตยไม่มา จึงหาประชาธิปไตยไม่เจอ (จุดบรรจบ : รัฐศาสตร์ กับ นิติศาสตร์)

พึงสังเกตว่าในยามเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองหรือแม้ในยามปกติ มักจะมีผู้เรียกร้องให้เปลี่ยนระบอบการปกครองจาก “ประชาธิปไตย” ไปเป็น “ธรรมาธิปไตย” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวก็สับสน คลุมเครือ และไม่ชัดเจนในความหมายของคำว่า “ธรรมาธิปไตย” ดังที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ว่า “ธรรมาธิปไตยไม่ใช่ระบบการปกครอง เพราะแม้แต่ระบบการปกครองของสงฆ์ก็ไม่มีระบบธรรมาธิปไตย” (๒) ผลก็คือ เมื่อมีผู้ออกมาเคลื่อนไหวทีไรจึงไร้ผลตอบรับจากสังคม หรือไม่อาจกระตุกสติสังคมได้เลย เพราะเริ่มต้นด้วยความพร่ามัว

เมื่อมองไปที่ผู้ที่เป็นส่วนสำคัญเบื้องต้นในกระบวนการประชาธิปไตย อันได้แก่ประชาชนที่เป็นผู้ตกลงใจว่า ๑. จะให้ใครเข้าไปทำหน้าที่ในสภาในการจะผลักดันกฎหมาย ตรวจสอบการบริหารของรัฐบาลแทนตัวเรา ๒. จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคอยตัดสินใจแทนตัวเราว่าจะนำพาประเทศไปทางทิศใด ก็เริ่มจากการตัดสินใจที่ตัวเรา หากปัจจัยสำคัญที่ผู้เลือกตั้งนำมาพิจารณาเป็นอันดับแรกๆ คือ เราจะได้ประโยชน์อะไร เขาจะช่วยเหลือเราอย่างไร ใครสนิทกับเรา คนอื่นๆ เลือกใคร ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้ว เป้าหมายของการเลือกตั้งล้วนแต่มุ่งผลประโยชน์เฉพาะหน้าจากนักการเมืองโดยตนเองไม่ต้องลงมือทำ ไม่ต้องใช้ความพยายามเป็นหลักใหญ่ ไม่ต่างจากลักษณะนิสัยการหวังผลดลบันดาล และหวังพึ่งการอ้อนวอนนอนคอยโชคจากการบูชาสิ่งที่เรียกว่า “วัตถุมงคล” กัน

เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง

ยิ่งมาในยุคหลังๆ นี้ คนจำนวนไม่น้อยเสพติดนโยบายปรนเปรอประชาชนเฉพาะหน้าของพรรคการเมืองที่เข้าถึงก้นบึ้งความต้องการของประชาชนกัน จนพรรคอื่นๆ ต้องเดินตาม เพราะถ้าไร้นโยบายปรนเปรอประชาชน ถึงจะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหนก็คงไร้คนเหลียวแล จนประชาธิปไตยไทยทุกวันนี้ไม่ต่างจาก “การตามใจ เอาอกเอาใจ ปรนเปรอ และประจบประชาชน” จึงเกิดข้อสงสัยตามมาว่าสังคมเราตำหนิคนที่ประจบสอพลอผู้เป็นใหญ่หรือผู้มีอำนาจเพื่อให้ได้ลาภยศสรรเสริญ ในกรณีนี้ นักการเมืองที่ประจบสอพลอประชาชนเพื่อให้ได้รับเลือกตั้ง จะต่างกันตรงไหนกับคนที่ประจบสอพลอคนมีอำนาจ? สมควรโดนตำหนิด้วยหรือไม่?

ประการต่อมา เมื่อประชาชนใช้อัตตาธิปไตย และโลกาธิปไตยเป็นหลักใหญ่ในการเลือกตั้งเป็นลำดับแรก ผลที่ต่อเนื่องคือ ในแวดวงการเมืองไทยจึงอุดมไปด้วยนักการเมืองที่ได้รับเลือกมาด้วยการตัดสินใจโดยหลักอธิปไตย ๒ ข้อแรก และนักการเมืองเหล่านั้นก็ใช้หลักอธิปไตย ๒ ข้อนี้ในการใช้อำนาจตัดสินชะตาการบริหารประเทศไทยเป็นลำดับถัดมา ใช่หรือไม่ว่าผู้แทนเป็นอย่างไรก็สะท้อนไปถึงประชาชนที่เลือกมาด้วย คุณภาพของผู้แทนก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนเลือก “คนที่เป็นนักการเมืองก็คือ บางคนในประชาชนนั้นแหละมาเป็น” คุณภาพประชาธิปไตยจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชน (๓) “ในเมื่อคนไม่มีหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจ มันก็ไปตามกระแสหมด ตอนนี้ประชาชนจับหลักอะไรไม่ได้ มันพร่าไปหมด” (๒) คำกล่าวของนักปราชญ์ท่านนี้ดูเหมือนจะสรุปภาพรวมประชาธิปไตยไทยในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

สลายความขัดแย้ง สังคมศาสตร์ที่หยั่งถึงธรรมชาติ

ด้วยปฐมเหตุที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยในกระบวนการคิดตัดสินใจเพียงแค่นี้ ส่งผลโดยรวมให้ประชาธิปไตยในบ้านเราเดินย่ำอยู่ในวังวนที่ยังค้นหาจุดลงตัวไม่ได้สักที วนเวียนอยู่ในวงจร การประท้วงเพื่อให้รัฐสนองความต้องการของตน (แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตนได้มีส่วนร่วมในการนำศักยภาพที่มีอยู่ของตนในการสร้างสรรค์ สนับสนุนสังคมบ้างหรือไม่) การกู่ก้องร้องเรียกหาจริยธรรมจากนักการเมือง (โดยไม่ย้อนดูเบื้องลึกว่าเราเลือกเข้าไปด้วยเหตุผลหรือข้อจูงใจใด) และการรณรงค์ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง ไม่รับเงิน (แต่ขาดกระบวนการพัฒนาคน ด้วยการให้ความรู้ การศึกษา เพิ่มพูนปัญญา) ประการหลังนี้ ตั้งแต่ผมจำความได้ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง (ไม่ว่าภายหลังการเกิดรัฐประหารล้มรัฐธรรมนูญหรือรัฐบาลสิ้นสุดลงตามกลไกกฎหมาย) เราก็ตกอยู่ในวังวนของการรณรงค์ให้เลือกคนดี ไม่ให้ซื้อสิทธิขายเสียงกันทุกคราไป หลังจากนั้นก็ไร้ผู้ให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยแก่ประชาชน จนกว่าจะถึงฤดูการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะเริ่มรณรงค์ส่งสัญญาณกรอกหูกรอกตาประชาชนไม่ให้ซื้อสิทธิขายเสียงกันแบบเดิมๆ ทุกวันนี้รูปแบบและเนื้อหาก็ยังไม่ก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ และยังไม่เห็นวี่แววว่าจะหลุดออกไปจากวัฏจักรนี้ได้เลย “ถ้ามีพลเมืองที่ขาดๆ พร่องๆ ทางปัญญาบ้าง ทางเจตนาบ้าง ประชาธิปไตยก็ขาดๆ พร่องๆ ไม่มีหลักประกัน แล้วก็คงเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารอย่างที่เป็นอยู่นี้ สรุปว่า ถ้าเจตนาดีแล้ว มีปัญญาด้วย ก็ตัดสินใจได้ผลดี” (๒)

CD ธรรมบรรยายชุด “ธรรมะสู่การเมือง”

กล่าวถึงที่สุดแล้ว การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่พึงปรารถนาต้องเริ่มที่ประชาชนแต่ละคนปกครองตัวเองได้ ประชาชนที่ปกครองตัวเองได้คือประชาชนที่มีธรรมาธิปไตย ถ้าเราปกครองตัวเองไม่ได้ ก็มาปกครองกันเองไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องพัฒนาคุณภาพของคนให้ปกครองตนเองได้ นอกจากนี้ ในระบบประชาธิปไตยต้องใช้ธรรมาธิปไตยเป็นหลักในการตัดสินใจในทุกระดับและทุกกิจกรรมไป ระบบประชาธิปไตยจึงจะก้าวออกจากวังวนแห่งอวิชชา ดังที่พระพรหมคุณาภรณ์เตือนสติไว้ว่า “ในการตัดสินใจ ถ้าเราไม่ให้การศึกษา ไม่พัฒนามนุษย์ เมื่อคนไม่มีความรู้ ไม่มีปัญญา ก็ง่อนแง่นคลอนแคลน โอนเอนไปตามกระแส ถูกชักจูงหรือแม้แต่หลอกได้ง่าย หรือไม่ก็เฮไปตามพวก หรือแม้กระทั่งตามเสียงเล่าลือ กลายเป็นโลกาธิปไตย ถ้าไม่เช่นนั้นก็เอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่ ถือทิฐิของตัว หรือมองอยู่แค่ที่ตัวจะได้จะเป็น กลายเป็นอัตตาธิปไตย การตัดสินใจของคนที่ขาดการศึกษา จึงมักอยู่กับอัตตาธิปไตย และโลกาธิปไตย” (๒)

นอกจากนี้ มีคนไม่น้อยที่เข้าใจผิด หรือแม้แต่มีผู้พยายามชักจูงให้ประชาชนเขวว่าเสียงข้างมากตัดสินความถูกต้อง ความดีงาม ความจริงได้ ซึ่งอันที่จริงแล้วเสียงข้างมากที่ไร้ธรรมาธิปไตยตัดสินความถูกต้องชอบธรรมไม่ได้ ทำได้เพียงตัดสินความต้องการว่าจะเอาอย่างไรเท่านั้น ดังนิทานอุปมาเรื่องฝูงลิงจะข้ามแม่น้ำ ทั้งฝูงเห็นตรงกันว่ากระสอบนุ่นเบาดี ควรนำมามัดติดตัวจะได้ลอยน้ำข้ามไปได้ ผลก็คือลิงเหล่านั้นตายยกฝูง จุดจบของความไร้หลักการเป็นไปตามสำนวน “อวิชชามหาชน คือหนทางมหาวินาศ” พระพรหมคุณาภรณ์ให้คติไว้ถึง “พวกมากลากไป” ว่า “แต่ถ้าประชาธิปไตยได้แค่ให้เสียงส่วนใหญ่เลือกตัดสินใจเอาสิ่งที่ต้องการ โดยไม่พัฒนาปัญญาให้รู้ว่า อะไรเป็นสิ่งดีงามที่ควรต้องการ อันนั้นก็อาจจะเป็นหายนะของสังคมประชาธิปไตย ซึ่งเวลานี้ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาอย่างยิ่ง คือ คนเลือกเอาสิ่งที่ตัวเองอยากได้อยากเอาเฉยๆ ทั้งที่มันเป็นโทษ ไม่ดีไม่งามไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์ที่แท้จริง” (๕)

ทั้งนักประจบประแจงและผู้รอรับการสอพลอพึงสำเหนียกข้อนี้ให้จงหนัก มิฉะนั้นแล้วหนทางข้างหน้าของคนไทยก็ไม่ต่างจากชะตากรรมของฝูงลิงมากนัก...ตื่ ถิ   ! ——

หมายเหตุ บทความเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจและแนวคิดจากธรรมนิพนธ์โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) หลายเล่ม ได้แก่ หนังสือ ๑.การสร้างสรรค์ประชาธิปไตย (ใน “ประชาธิปไตย ไม่ยาก ถ้าอยากได้”), ๒.ธรรมาธิปไตยไม่มา จึงหาประชาธิปไตยไม่เจอ (จุดบรรจบ : รัฐศาสตร์ กับ นิติศาสตร์), ๓.เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง, ๔.พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, ๕.รัฐศาสตร์แนวพุทธ : ตอน จริยธรรมนักการเมือง (ใน “สลายความขัดแย้ง สังคมศาสตร์ที่หยั่งถึงธรรมชาติ”) และ CD ธรรมบรรยายชุด “ธรรมะสู่การเมือง” ผสมกับการสังเกตเหตุบ้านการเมืองในระยะประมาณ ๒๐ ปีหลัง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27
indexthai วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/indexthai

จากเรื่อง..
พันธมิตรฯ กับแนวคิดการพัฒนาการเมืองรูปแบบใหม่
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/05/entry-1

แล้วมาถึง ธรรมะของท่าน ป.อ.ปยุตโต
เห็นด้วยกับ ป.อ.ปยุตโต ทุกประการ
แต่เราก็พูดเรื่องนี้กันมานานแล้ว.. แม้ไม่ใช่ท่าน ป.อ.ปยุตโต ก็พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน
แต่ก็เหมือนเดิม ..แตกต่างกันไม่มาก

ผมจึงเสนอ.. ให้เป็นเงื่อนไปเลย ..ดังกล่าว
ความคิดเห็นที่ 26
มะอึก วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 19.26 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ผมเข้าใจธรรมาธิปไตยครับ
.
เพียงแต่เสนอให้นายกแยกให้ออก...เพราะการพนันกับพุทธศาสตร์ ไปกันไม่ได้เลย
.
ความคิดเห็นที่ 25
วิตามินบี วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


โครงการโอเคเนชั่นสัญจรน้ำใจเพื่อน้องหนู..ก็โอเค
และทีมบล็อกเกอร์อาสาทำกิจกรรมทั้งหมด

ขอขอบพระคุณทุกท่าน
ที่ได้ร่วมปันน้ำใจในหลากหลายรูปแบบ
ให้กับเด็กน้อยผู้น่ารักที่จ.สระแก้ว

ขณะนี้น้ำใจของท่านได้ส่งมอบถึงมือเด็กๆเรียบร้อยแล้ว
"รอยยิ้มของเด็กน้อย"
คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ว่าเด็กๆมีความสุขมากมายเพียงใด

โครงการนี้สำเร็จได้ด้วย"พลังน้ำใจ"อันมหาศาล
ของชาวโอเคเนชั่นทุกท่านค่ะ

วิตามินบี ปชส.โครงการ
ความคิดเห็นที่ 24
ปราณชลี วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 12.49 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

หายง่วงเป็นปลิดทิ้งพลันที่ได้ยินลำนำเพลง 'ตื่นเถิดชาวไทย' นัยเพลงมีความหมาย ในความมีปรัชญาลุ่มลึก สมแล้วสำหรับ 'ท่านเชาว์' ศิษยานุศิษย์ของอัจฉริยปราชญ์แห่งสยาม 'ป.อ.ปยุตฺโต'
ความคิดเห็นที่ 23
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 01.05 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ไม่ได้เข้าบล็อกของเชาว์มานาแล้วหรือนี่ ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 22
กนิษฐ์ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 13.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


ธรรมะสวัสดีค่าคุณเชาว์
ความคิดเห็นที่ 21
กรวดแก้ว วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 12.30 น.
http://www.oknation.net/blog/tfriend
เพราะชีวิตคือสิ่งไม่แน่นอน แต่ฉันจะเป็นผู้สร้างความแน่นอนให้กับชีวิต

มาสวัสดีตอนบ่ายๆ ... สบายดีรึเปล่าคะ
ความคิดเห็นที่ 20
เสดพีร์ วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 10.34 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

ยินดีต้อนรับคุณธมลวรรณครับ ขอบคุณที่แวะมาตามคำแนะนำของพี่เป็ปซี่ครับ

ถ้าสนใจจะฟังพระพรหมคุณาภรณ์แสดงธรรม พรุ่งนี้วันมาฆบูชา (ถ้าสุขภาพท่านอำนวย) ท่านน่าจะลงแสดงธรรมฉลองศรัทธาญาติโยมที่ไปวัดกันนะครับ เชิญไปเที่ยววัดญาณเวศกวันได้เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 19
ธมลวรรณ วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 08.13 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

ขอทักทายสั้นๆก่อนค่ะ
ได้รับคำแนะนำจากพี่เป๊ปซี่ว่ามีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับพระพรหมคุณาภรณ์ ค่ะ
จะมาใหม่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
อิมกุดั่น วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/im
ผูกมิตรด้วยอักษร ...ปล่อยป่า...ปล่อยป่า...ปล่อยป่า...ป้าขอร้อง

การเมืองการปกครอง...รัฐศาสตร์...เศรษฐศาสตร์...
วิชาพวกนี้ แม้แค่ตัวพื้นฐานที่บังคับเรียน
ป้าอิมก็เรียนไม่เคยเข้าใจ ถึงเวลาเรียนก็ท่องบ่นในใจ...
พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์...แม่กูชื่อนางเสือง...พี่กูชื่อบานเมือง...

หนีมันมาจนปัจจุบันจ้ะ
ความคิดเห็นที่ 17
เป๊ปซี่ วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 21.09 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ตอนนี้ผมตกอยู่ใต้ระบอบ "ภรรยาธิปไตย" ครับเชาว์...แก้ไขอย่างไรดี...
ความคิดเห็นที่ 16
เป๊ปซี่ วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 14.49 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


Happy Valentine's Day.....ครับเชาว์
ความคิดเห็นที่ 15
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 21.24 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

สวัสดีตอนเย็นวันเสาร์ครับ
ความคิดเห็นที่ 14
เป๊ปซี่ วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ไม่ทราบว่ามีคนถือเงินสดเยอะๆ ขนาดนั้นหรือเปล่า? ถือเงินสดอันตราย - เสี่ยงต่อการถูกปล้นชิงวิ่งราวมากเลย สมัยนี้คนรวยนิยมใช้เงินพลาสติก (บัตรเครดิต) กันนะครับ
******************************************
มีครับเชาว์ส่วนใหญ่เป็นพวกค้าเงิน....สมัยอยู่ดอนเมือง....ยังเคยเจอคนเอาเงินดอลล่าร์ใส่กระเป๋าเสื้อผ้ามา..
.เปิดออกมาเต็มกระเป๋าเลย...ไม่น่าจะต่ำกว่าล้านดอลล่าร์นะนั่น.....
ความคิดเห็นที่ 13
YOKUJUNG วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/yokujung
 Follow your heart and your dreams will come true. 

กลับมาแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 16.23 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

สบายดีนะครับท่านเชาว์
ได้ข้อคิดเยอะ
จนปวดกระโหลกแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 11
Maruko วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 22.27 น.
http://www.oknation.net/blog/goly

"ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ" ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย
ความคิดเห็นที่ 10
อะหนึ่ง วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 23.51 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..


อธิปไตย (การตัดสินใจ) ของ ปชช. ก่อนเลือกตั้ง
อาจเป็นได้ทั้ง 3 ข้อ
อัตตาธิปไตย...โลกาธิปไตย...ธรรมาธิปไตย
เมื่อไม่มีคำตอบ (บทสรุป) ของ คนดี ที่ให้เลือก

สุดท้ายก็เลยเป็น ปิดตา(กา)ธิปไตย

ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น...ด้วยมือที่มองไม่เห็น
ความคิดเห็นที่ 9
นารถ_บูรพา วันที่ : 05/02/2008 เวลา : 15.07 น.
http://www.oknation.net/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

การเมืองไทย ยังไง ก็วนอยู่แค่ในอ่าง...
ความคิดเห็นที่ 8
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/soodkhet

ถ้าทำได้อย่างว่า ย่อมก้าวหน้าแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 7
วิตามินบี วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 03.29 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


@ การเป็นผู้ให้ในวันนี้ จะทำให้เราเป็นผู้รับในวันหน้า

การที่เราทำงานอะไรก็ติดขัด หรือเกือบจะสำเร็จแล้ว
แต่ก็มีอุปสรรคมาขัดขวางทุกคราวไป
ให้พลาดโอกาส ให้งานสะดุด ให้ความหวังหลุดลอย
ลองแก้ด้วยการให้ทานซิคะ ผลแห่งการให้ทานจะช่วย
ให้เราทำอะไรติดขัดน้อยลง

บีจึงมาบอกบุญชวนคุณร่วมบริจาคหนังสือสำหรับเด็ก เช่น หนังสือให้ความรู้ การ์ตูน พจนานุกรม ซีดีการ์ตูน สารคดี หรือจะเป็นอุปกรณ์การเรียนทุกชนิด ของเล่น(ของใหม่)

เพื่อนำไปมอบให้กับเด็กในโรงเรียนยากจนที่จ.สระแก้ว ซึ่งขณะนี้ยังขาดอีกเป็นจำนวนมาก คุณสามารถส่งไปตามที่อยู่ด้านล่างก่อนวันที่20 กพ.นี้ค่ะ
ขอให้บุญในคราวนี้ ส่งผลให้คุณได้รับสิ่งที่หวังและตั้งใจอย่างง่ายดายในเร็ววัน

ส่งได้ที่ คุณ ชาลี วาระดี (โอเคเนชั่นบล๊อก)
บ. เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชั้น 12A
1855 ถนน บางนา-ตราด
แขวงบางนา เขต บางนา
กทม. 10260
ความคิดเห็นที่ 6
เป๊ปซี่ วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


เชาว์พูดได้ตรงเป๊ะเลยครับ....เถียงอะไรไม่ได้เลย.....แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน.....!!!!
ความคิดเห็นที่ 5
แม่น้องฯ วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD


ผิดหวังกับผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมจังเลยค่ะ
การซื้อสิทธิ์ขายเสียงยังมีอยู่(เยอะมาก) แค่นี้ก็สะท้อนให้เห็นเกือบทุกด้าน
แล้ว ต้องทำอย่างไรคนไทยส่วนใหญ่จึงจะไม่ขายสิทธิ์ ไม่ขายเสียงของตนเอง

ความคิดเห็นที่ 4
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 18.21 น.
http://www.oknation.net/blog/nnnnnn
_ข้าพเจ้าเป็นสุขกับทางโลก...เสมอด้วยทางธรรม_


เป็นบทความที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาจริงๆ ค่ะ
โดยเฉพาะบทเพลงที่นำมาประกอบ
กิน "กล้วยบวชชี" กันดีกว่าค่ะ ท่านเสดพีร์
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 13.42 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ ...

ขอบคุณ .. สำหรับบทความ .. มีความสุขทุกวันในเดือนแห่งความรักนี้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
กิต วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 1
นายสิบหมื่น วันที่ : 02/02/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

สวัสดีครับท่าน
ผมค่อยๆอ่านค่อยๆพิจารณาครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29