พิมพ์หน้านี้
|
ธ รรมกถา เรื่อง ธรรมาลัย โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) บันทึกเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เพื่อแสดงในพิธีไว้อาลัย ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ระยะ ๒-๓ เดือนหลังนี้ ผมฟังธรรมกถาเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่น้อยกว่า ๑๐ รอบ เพื่อตอกย้ำคติธรรมที่องค์ธรรมกถึกกล่าวสอนไว้ คติธรรมในเรื่องนี้ แม้จะแสดงในงานของท่านผู้หญิงพูนศุข แต่ก็ให้คติกับสังคมโดยรวมได้ ผมฟังแล้วก็เก็บคติเหล่านี้มาคิดในใจ ไม่ได้เผยแพร่ต่อ แต่เหตุการณ์ในระยะ ๒-๓ สัปดาห์นี้ ทำให้ผมจำต้องนำธรรมกถาเรื่องนี้ออกเผยแพร่ เพื่อสังคมจะได้มีหลักยึดบ้าง ไม่ไหลไปตามกระแสที่มีผู้ปั่นหรือสร้างให้สังคมไหลตาม จนดูเหมือนผู้คนไม่น้อยจะไร้หลักยึดว่าจะเคารพยกย่องใคร? เพราะเหตุอะไร? เพื่อเป้าหมายอันใด? ด้วยวิธีการอย่างไร?
ดังที่ผมจะยกตัวอย่างมาพอเป็นกระสาย คนใดที่ทำสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ไว้ ก็ควรได้รับการยกย่องเชิดชู ท่านเรียกว่า บูชา บูชามิใช่มีความหมายแต่ไปยกย่องคนนั้นเท่านั้น แต่ว่าเรามองให้ลึกลงไป บูชาคนดีก็คือบูชาความดีที่มีในตัวคนดี หรือบูชาความดีที่ทำให้เขาเป็นคนดี เพราะฉะนั้นจุดหมายปลายทางของการบูชาคนดีก็คือ บูชาธรรมะที่ทำให้คนเป็นคนดี หรือธรรมะที่มีในคนนั้นนั่นแหละ ถ้าหากว่าสังคมมนุษย์ยังเชิดชูคนดี ซึ่งหมายถึงเชิดชูความดี เชิดชูธรรมะอยู่ สังคมนั้นก็มีหลักและมีทางที่เจริญมั่นคงต่อไปได้ แต่สังคมใดไม่เชิดชูคนดี ไม่ยกย่องคนดี สังคมนั้นก็เสื่อม (น.๑๖.๕๐)
เวลานี้ปัญหาสำคัญมากของสังคม ก็คือเราจะเสียหลัก เราไม่บูชาคนดี ไม่ยกย่องคนดี ก็คือไม่บูชาธรรม ไม่เคารพธรรม ไม่ยกย่องเชิดชูธรรม เมื่อสังคมไม่เอาธรรมะเป็นหลัก ไม่นับถือธรรม ไม่ให้ความสำคัญแก่ธรรมแล้ว สังคมนั้นเองก็จะเสื่อมสลาย (น.๑๘.๒๐) เรามีคนดีไว้เป็นแบบอย่างมากเท่าไหร่ สังคมก็มีทิศทางเดินไปในทางที่ดีมากเท่านั้น ขณะนี้สังคมของเราน่ากลัวว่าจะไม่มีจะทิศทาง กำลังจะเลื่อนลอย ขาดหลัก ไม่เฉพาะจะไปถึงธรรมะ แม้จะไปเจอแค่คนดีก็ชักจะไม่ค่อยเจอชัด พอไปถึงคนดี คนดีก็เป็นรูปธรรมที่ไปแสดง เป็นประจักษ์พยาน เป็นหลักฐานที่จะโยงเราเข้าไปหาตัวธรรมะ ตัวความดี เพราะฉะนั้นคนดีนี้เป็นสื่อถึงธรรมะ หรือความดีนั่นเอง (๒๙.๑๖) ถ้าไม่มีคนที่ตัวคนที่มองเห็นให้เดินตาม สังคมก็แย่ ตอนนี้เราต้องมาถามว่าเรามีตัวคนที่จะให้เดินตามมั้ย? ถ้ามีก็อุ่นใจได้หน่อยหนึ่ง ฉะนั้น ทุกคนมีหน้าที่ หนึ่งคือ ต้องประพฤติตนที่จะให้เป็นแบบอย่างแก่สังคม โดยเฉพาะเพื่อหวังประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง ท่านผู้เป็นผู้ใหญ่จะต้องยึดถือหลักอันนี้ แง่ที่ ๒ ที่คู่กันคือ มองที่ผู้อื่น ต้องช่วยกันเชิดชูบูชาบุคคลที่มีคุณความดี จนกระทั่งถึงกับบูชาธรรมะ ถ้า ๒ อย่างนี้ได้ ก็ครบ สังคมก็ดำเนินไปได้ด้วยดี (น.๓๒.๔๐) ขอเชิญรับฟังส่วนที่เหลือให้จบ เพื่อเราจะได้มีหลักยึด และตั้งมั่นอยู่ในคุณความดีในการดำเนินกิจกรรม ในการดำเนินชีวิตต่อไป ไม่เกรงกลัวต่อการคุกคามใดๆ ของกลุ่มคนที่ใช้อำนาจแต่ปราศจากธรรม เราต้องไม่โอนอ่อนให้อธรรม ทั้งภายในเราและภายนอก... |