• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : faaksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 37277
  • จำนวนผู้โหวต : 102
  • ส่ง msg :
~*...ยินดีต้อนรับครับ ++ เสดพีร์ ภูษิต...*~
**“ความเจริญด้วยญาติ..โภคทรัพย์..ยศเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา’**
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chao
วันพุธ ที่ 9 เมษายน 2551
ประเทศไทยย่อมเป็นไปตามพฤติกรรมของคนไทย
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 358 , 11:07:36 น.   | หมวดหมู่ : สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว  
พิมพ์หน้านี้



ระพุทธองค์ทรงชี้ทางสว่างให้มนุษย์ไว้ในมงคลสูตรหมวดแรกว่า สิ่งที่นำความสุขความเจริญให้เกิดแก่ผู้ปฏิบัติตาม สิ่งที่ทำให้มนุษย์เราโชคดี คือ ๑.ไม่คบคนพาล (อเสวนา จ พาลานํ) ๒.แล้วหันไปคบหาบัณฑิต (ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา) และ ๓.ยกย่องเชิดชูบุคคลที่ควรเคารพยกย่อง (ปูชา จ ปูชนียานํ) ถ้าผู้ใดเริ่มประพฤติตนเช่นนี้ได้ อุดมมงคลและความสุขความเจริญก็จะเกิดขึ้นแก่ชีวิต เป็นเสมือนการตั้งเข็มทิศชี้ทางที่ถูกต้องในการแล่นสู่จุดหมายของนาวาชีวิต

แต่สังคมไทยปัจจุบันเป็นดังที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ในหนังสือ “เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง” ว่า “สังคมทุกวันนี้ไม่มีหลัก ถ้าสังคมไทยมีหลักแค่ ๓ ข้อต้นของมงคลสูตร สังคมก็ไปรอดแล้ว แต่คนไทยในปัจจุบัน ๓ ข้อต้นของมงคลสูตร ก็ยังไม่ได้ จะไปรอดได้อย่างไร นอกจากจะไม่ได้ยังไปทางตรงข้าม สวนทางไปเสียอีก แล้วจะพ้นอัปมงคลได้อย่างไร” (หนังสือเรื่องนี้ตามคำปรารภในเล่ม เกิดขึ้นจากช่วงก่อนหน้าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ มีผู้ทุกข์ใจเพราะการเมืองไปกราบเรียนปรึกษาปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการเห็นนักการเมืองกลุ่มเดิมๆ หน้าเดิมๆ ที่เคยมีประวัติไม่ดีไม่งาม กำลังจะกลับมามีบทบาท จนหวาดหวั่นใจว่าพวกเขาจะมีอำนาจ และจะนำพาบ้านเมืองไปสู่วิกฤติซ้ำรอยเดิม)

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)


สุภาษิตไทยบทหนึ่งเตือนสติไว้ว่าให้ระวังการคบหา “หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์” เพราะการคบหากับผู้มีลักษณะเช่นนั้นอาจนำภัยมาสู่ตนได้ พระท่านเตือนไว้ว่าจะคบคนพาลก็ต่อเมื่อมีใจกรุณาจะช่วยเหลือเขาเท่านั้น แต่ต้องดูกำลังตนเองก่อนว่ามีกำลังเหนือเขาหรือไม่ มิฉะนั้นอาจจะถูกดึงลงไปด้วยก็ได้ จากสองเรื่องที่กล่าวถึง ผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าจะต่อเติมสุภาษิต “หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์” อีกวลีหนึ่งว่า “...นักการเมืองสามพรรค” พอจะใช้การได้หรือไม่? ด้วยเหตุผลพื้นๆ ว่านักการเมืองที่เคยย้ายมาแล้ว ๓ พรรค น่าจะเข้าข่ายเหลาะแหละโลเล ขาดความตั้งใจมั่น ความเด็ดเดี่ยว ความมั่นคงแน่วแน่ในทางดำเนินและจุดมุ่งหมาย เพราะพฤติกรรมเช่นนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าจะเอาอะไรแน่นอนได้กับคนที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้จัก เพราะไหนๆ จะเสียสละตัวเองอาสาทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อส่วนรวมแล้ว ไยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีว่าจะสังกัดพรรคการเมืองไหน ที่เข้ากับอุดมคติของตัวเองในช่วงที่ทำกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งถ้าทำตามอุดมคติได้ก็เท่ากับอุทิศชีวิตของตนให้กับงานพัฒนาสังคม พัฒนาคุณภาพคน มุ่งมั่นขับเคี่ยวให้ประชาชนมีจิตใจและมีปัญญาที่ถึงธรรม จัดเป็นบัณฑิตเลยทีเดียว หรือว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “นักการเมือง” หลายคนเขาไม่เคยคิดถึงสิ่งนี้กันเลย? อาจจะคิดเพียงแค่ว่าพรรคไหนมีทีท่าจะได้ร่วมรัฐบาล ก็ย้ายไปสังกัดพรรคนั้น!!

คนที่มีลักษณะโลเลพระท่านเรียกว่าเป็นคนไร้ “อธิษฐานธรรม” คือธรรมเป็นที่มั่น ธรรมอันเป็นฐานที่มั่นคงของบุคคล ธรรมที่ควรใช้ประดิษฐานตน เพื่อให้สามารถยึดเอาผลสำเร็จสูงสุดอันเป็นที่หมายได้ โดยไม่เกิดความสำคัญตนผิด และไม่เกิดสิ่งมัวหมองหมักหมมทับถมตน มี ๔ อย่าง คือ ๑. ปัญญา ความรู้สิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง  ๒. สัจจะ ความดำรงมั่นในความจริงที่รู้ชัดด้วยปัญญา เริ่มแต่จริงวาจาจนถึงปรมัตถสัจจะ  ๓. จาคะ ความสละสิ่งที่เคยชิน สิ่งที่เคยยึดถือไว้ และสิ่งที่ผิดพลาดจากความจริงเริ่มตั้งแต่วัตถุสิ่งของจนถึงสิ่งที่ทำให้จิตเศร้าหมอง  ๔. อุปสมะ ความสงบระงับจากสิ่งที่ทำให้จิตเศร้าหมอง

ท่ามกลางความเป็นไปของสังคมปัจจุบัน ที่ผู้คนสับสนขาดความมั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ขอนำความในซีดีธรรมกถา เรื่อง “ธรรมาลัย” ที่พระพรหมคุณาภรณ์ (บันทึกเพื่อ) แสดงในพิธีไว้อาลัยท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ มาเพื่อเป็นคติเตือนใจ เป็นฐานที่มั่นให้เรามีที่ตั้งอันมั่นคง ไม่วอกแวก หรือไหลตามกระแสที่ไหลบ่าท่วมทับสังคมไทยอยู่ทุกชั่วขณะ คติ ๓-๔ ข้อนั้น คือ

๑. “คนใดที่ทำสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ไว้ ก็ควรได้รับการยกย่องเชิดชู ท่านเรียกว่า ‘บูชา’  บูชามิใช่มีความหมายแต่ไปยกย่องคนนั้นเท่านั้น แต่ว่าเรามองให้ลึกลงไป บูชาคนดีก็คือบูชาความดีที่มีในตัวคนดี หรือบูชาความดีที่ทำให้เขาเป็นคนดี เพราะฉะนั้นจุดหมายปลายทางของการบูชาคนดีก็คือ บูชาธรรมะที่ทำให้คนเป็นคนดี หรือธรรมะที่มีในคนนั้นนั่นแหละ ถ้าหากว่าสังคมมนุษย์ยังเชิดชูคนดี ซึ่งหมายถึงเชิดชูความดี เชิดชูธรรมะอยู่ สังคมนั้นก็มีหลักและมีทางที่เจริญมั่นคงต่อไปได้ แต่สังคมใดไม่เชิดชูคนดี ไม่ยกย่องคนดี สังคมนั้นก็เสื่อม” (นาทีที่ ๑๖.๕๐)

๒. “เวลานี้ปัญหาสำคัญมากของสังคม ก็คือเราจะเสียหลัก เราไม่บูชาคนดี ไม่ยกย่องคนดี ก็คือไม่บูชาธรรม ไม่เคารพธรรม ไม่ยกย่องเชิดชูธรรม เมื่อสังคมไม่เอาธรรมะเป็นหลัก ไม่นับถือธรรม ไม่ให้ความสำคัญแก่ธรรมแล้ว สังคมนั้นเองก็จะเสื่อมสลาย” (๑๘.๒๐)

๓. “เรามีคนดีไว้เป็นแบบอย่างมากเท่าไหร่ สังคมก็มีทิศทางเดินไปในทางที่ดีมากเท่านั้น ขณะนี้สังคมของเราน่ากลัวว่าจะไม่มีจะทิศทาง กำลังจะเลื่อนลอย ขาดหลัก ไม่เฉพาะจะไปถึงธรรมะ แม้จะไปเจอแค่คนดีก็ชักจะไม่ค่อยเจอชัด พอไปถึงคนดี คนดีก็เป็นรูปธรรมที่ไปแสดง เป็นประจักษ์พยาน เป็นหลักฐานที่จะโยงเราเข้าไปหาตัวธรรมะ ตัวความดี เพราะฉะนั้นคนดีนี้เป็นสื่อถึงธรรมะ หรือความดีนั่นเอง” (๒๙.๑๖)

๔. “ถ้าไม่มีตัวคนที่มองเห็นให้เดินตาม สังคมก็แย่ ตอนนี้เราต้องมาถามว่าเรามีตัวคนที่จะให้เดินตามมั้ย? ถ้ามีก็อุ่นใจได้หน่อยหนึ่ง ฉะนั้น ทุกคนมีหน้าที่ หนึ่งคือมองที่ตนเอง ต้องประพฤติตนที่จะให้เป็นแบบอย่างแก่สังคม โดยเฉพาะด้วยหวังประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง ท่านผู้เป็นผู้ใหญ่จะต้องยึดถือหลักอันนี้  แง่ที่สองที่คู่กันคือมองที่ผู้อื่น ต้องช่วยกันเชิดชูบูชาบุคคลที่มีคุณความดี จนกระทั่งถึงกับบูชาธรรมะ ถ้า ๒ อย่างนี้ได้ ก็ครบ สังคมก็ดำเนินไปได้ด้วยดี” (๓๒.๔๐)

คติเหล่านี้อาจจะให้สติเราตั้งมั่นอยู่ในคุณความดีในการดำเนินชีวิตต่อไป อย่างน้อยเป็นตัวหน่วงสังคมไว้ไม่ให้เลื่อนไหลไปตามกระแสเร็วเกินไป ถ้าใครมีกำลังมาก มีอำนาจหน้าที่เพื่อใช้ในการส่งเสริมสร้างสรรค์สังคมก็อาจจะฉุดรั้งสังคมไว้ได้บ้าง มีพุทธพจน์บทหนึ่งในวาเสฏฐสูตร (พระไตรปิฎกเล่ม ๑๓) ว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” (กมฺมุนา วตฺตติ โลโก) อรรถกถาขยายความว่าสังคมโลก หรือหมู่สัตว์ย่อมเป็นไปตามอาชีพการงาน คือเจตนาตัวบังเกิดการงาน มีกสิกรรม เป็นต้น อันเป็นปัจจุบันและอดีต หาได้มีพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังไม่ ย่อลงมาที่ประเทศไทย พฤติกรรมของคนไทยย่อมทำให้ประเทศไทยเป็นไปในทิศทางแนวทางที่กระทำ และย่อมเป็นไปเพราะการกระทำในปัจจุบันที่กำลังดำเนินการอยู่และการกระทำที่สั่งสมมาในอดีต ดังนั้นประเทศไทยจะก้าวหน้า ถอยหลัง รุ่งเรือง หรือล่มสลาย และจะเป็นไปฉันใด หรือจะเดินไปในทิศทางใด ก็เนื่องมาจากการกระทำของคนไทยเอง หาใช่เพราะอิทธิพลจากเทพเจ้าองค์ใดดลบันดาลไม่

ขอส่งท้ายบทความนี้ด้วยคติที่พระพรหมคุณาภรณ์เตือนสติไว้แรงๆ อีกครั้งในการบรรยายเรื่อง “ฟื้นฟูสุขภาวะยามสังคมวิกฤติ” แก่คณะผู้จัดการประชุมวิชาการประจำปี ๒๕๕๑ ของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เมื่อต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ (ทั้งที่ท่านเคยเตือนซ้ำแล้วซ้ำอีกมานับครั้งไม่ถ้วน) ว่า

“สังคมเรามีปัญหามานานแล้ว วิกฤติมานานแล้ว แต่เราไม่เอาประโยชน์จากสิ่งเตือนสติมาตั้งหลัก มาใช้ปัญญาหาทางแก้ไขกัน ยังอยู่ในความประมาท เมื่อประมาทก็ยิ่งเลื่อนไหลลงไปทุกทีๆๆ...สภาพสังคมที่เป็นปัญหาทั้งหมดนี้เป็นผลกรรมของสังคมนี้ที่สั่งสมมานาน สังคมไทยได้รับผลที่สมกับกรรมของตนเองทำมา...กรรมคือเหตุปัจจัยที่เป็นไปในแง่ของคน สะสมกันมายาวนาน จนสังคมผุกร่อน จนบางอย่างเหลือแต่ซากแล้ว...พอสังคมหน่วยใหญ่ป่วย แต่ละคนต้องพลิกกลับมาตั้งหลัก ต้องอาศัยคนไปรักษา ถ้าคนมัวแต่ท้อแท้ หดหู่ ห่อเหี่ยว หงอย เซื่องซึม หม่นหมอง ขุ่นมัว คับแค้นใจอยู่ ถ้าคนเป็นอย่างนี้เสียเอง แล้วสังคมจะคืนดีได้อย่างไร? ตอนนี้คนต้องตั้งหลักกลับไปรักษาสังคมป่วย คนป่วยเป็นรายๆ ไป สังคมต้องช่วยกันแก้ แต่ถ้าสังคมป่วยเอง คนต้องตั้งหลักช่วยกันแก้ ทุกท่านต้องชวนกันช่วยรักษาสังคม”

เชิญฟังปาฐกถา เรื่อง “ธรรมาลัย” ได้ที่ http://www.oknation.net/blog/chao/2008/02/29/entry-1




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35
ธมลวรรณ วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

เรื่องของท่านเข้าคุณมีสาระและจริงเสมอ
สังคมดีไม่ดีอยู่ที่คนในสังคมจริงๆ ใช่ว่าจะได้จากการพึ่งพิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะคะ
และเราก็ควรเร่งยกย่องคนดีๆให้เห็นเด่นชัดเพื่อเดินตามและเป็นแบบอย่างกันมากขึ้นนะคะ



ความคิดเห็นที่ 34
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 22.24 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


พอสังคมหน่วยใหญ่ป่วย แต่ละคนต้องพลิกกลับมาตั้งหลัก ต้องอาศัยคนไปรักษา ถ้าคนมัวแต่ท้อแท้ หดหู่ ห่อเหี่ยว หงอย เซื่องซึม หม่นหมอง ขุ่นมัว คับแค้นใจอยู่ ถ้าคนเป็นอย่างนี้เสียเอง แล้วสังคมจะคืนดีได้อย่างไร? ตอนนี้คนต้องตั้งหลักกลับไปรักษาสังคมป่วย คนป่วยเป็นรายๆ ไป สังคมต้องช่วยกันแก้ แต่ถ้าสังคมป่วยเอง คนต้องตั้งหลักช่วยกันแก้ ทุกท่านต้องชวนกันช่วยรักษาสังคม”
ความคิดเห็นที่ 33
อะหนึ่ง วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 19.49 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

ตอนนี้ผมก็ เบื่อ...นักการเมือง : เรื่องขุ่นใจ "หลัง" เลือกตั้ง

ครับ
ความคิดเห็นที่ 32
ดีเจพะโล้ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 03.05 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo

อำนาจ วาสนา บารมี
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ความคิดเห็นที่ 31
วิตามินบี วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 00.45 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


สังคมกำลังอาการหนักมาก
ไม่รู้ว่าจะช่วยกันรักษาทันหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 30
โปะข้าวแห้ง วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/mupa

ช่วยอัพบล๊อกหน่อยเสดผีเอ้ยเสดพี
ความคิดเห็นที่ 29
เป๊ปซี่ วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 16.10 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


โบว์เอ๋ยโบว์ลิ่ง ลูกมันกลิ้งหลุนหลุนไปตามลู่


เป้าหมายข้างหน้าคือลงรู ล้างท่อให้ดูสะอาดดี


ใหม่ใหม่เล่นไม่เป็นก็มีบ้าง ยังวางท่าวางทางไม่ได้ที่


แต่พอจับเริ่มขยับให้เข้าที แชมป์จะหนีเราไปไหนได้เอย.
ความคิดเห็นที่ 28
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 14/04/2008 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn



ความคิดเห็นที่ 27
วิตามินบี วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 22.58 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


บีเอาน้ำโรยดอกมะลิหอมๆ
มารดน้ำดำหัว
พร้อมกราบขอพร
ในวันสงกรานต์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 26
feng_shui วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 19.53 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui


ปีใหม่ไทย ขอให้สุข สโมสร
ทุกถ้อยพร อำนวยด้วยจิตตั้ง
อายุ วรรณะ สุขะและพลัง
สมดังหวัง ด้วยไมตรีมีให้เทอญฯ

สงกรานต์ปีนี้ ขอให้ อายุ วรรโณ สุขัง พลัง นะคะ
ความคิดเห็นที่ 25
อะหนึ่ง วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 12.24 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..


มารดน้ำ คุณเสดพีร์ ผ่านบล็อก
โอม...จงเปียก...จงเปียกๆๆๆ
---------------------
ตอบคำถาม “นักการเมืองสามพรรค” ไปแล้ว
มีรางวัลหรือเปล่าครับ...ทวง
---------------
แต่ที่นี่ มีรางวัลให้ลุ้นแน่นอน ฉลอง ะ1 ปี
http://www.oknation.net/blog/mindhand/2008/04/07/entry-1
ความคิดเห็นที่ 24
naijoe วันที่ : 11/04/2008 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

คนในสังคมต้องช่วยกัน...




ความคิดเห็นที่ 23
auguzzy วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 19.55 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ขออนุญาตมาตอบคำถามนะครับ

เราหลายคนอาจมองข้ามว่าได้ทำอะไรดีๆ ได้เป็นตัวอย่างบ้างหรือเปล่า ผมว่านั่นยังไม่ใช่ประเด็นเท่ากับการที่เราทำชั่วเป็นตัวอย่างให้ใครทำตามหรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ 22
โปะข้าวแห้ง วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 19.06 น.
http://www.oknation.net/blog/mupa

สาธุ ......... โลกนี้วุ่นวายหนอ โลกนี้ขัดข้องหนอ
ความคิดเห็นที่ 21
เป๊ปซี่ วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

"นักการเมืองสามพรรค" ...แหม...ก็พรรคเก่าเขาไม่เอาแล้วนี่...ทำไงได้ล่ะ...มันก็ต้องร่อนเร่หาพรรคใหม่ไปเรื่อย...เรียก "นักการเมืองสัมภเวสี" ดีกว่าไหม...ฮาๆๆ
ความคิดเห็นที่ 20
BlueHill วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

นั่นซิครับ บางคนไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมของเขา กำลังทำลายชาติ พวกนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ความคิดเห็นที่ 19
paedophile วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 18
m วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 17.53 น.

คนไทยบวชเป็นพระ แล้วศึกษาหาความรู้ รู้แล้วถ่ายทอดสิ่งที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา อย่างที่ท่าน ป.อ. ปยุตฺโต , พระพุทธทาส , พระปัญญานันท , และอีกหลายต่อหลายท่านที่ใช้วิธีเดียวกับพระบรมศาสดา คือ ใช้วิธีสอน ไม่ใช่วิธีเสก แล้วล่ะก็ ความเสื่อม คงจะยังห่างจากสังคมไทย

แต่นี่ไม่ใช่ พระไทยส่วนใหญ่ หลงทาง ไปกันคนละทงกับพระบรมศาสดา จึงเห็นปัญหามากมายเกิดขึ้นในปัจจุบัน

มีสิ่งดีๆ แต่ใช้ไม่เป็น ไม่รู้จักเข้าหาสิ่งดีๆ
ความคิดเห็นที่ 17
ปรีเปรม วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/preprem

เห็นด้วยครับ...
สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม...
ความคิดเห็นที่ 16
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 15.55 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

ในปัจจุบันส่วนมากนักการเมืองต้องการผลประโยชน์ของตัวเอง การเปลี่ยนพรรคบ่อยๆ ก็เพื่อแสวงหาประโยชน์ใส่ตัวเหมือนกัน

เฮ้ย.. เบื่อเรื่องการเมืองจริงๆ
ไม่อยากแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองเลย


ความคิดเห็นที่ 15
นายสิบหมื่น วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 15.36 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

“หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์”
“...นักการเมืองสามพรรค”
ขอหลีกไกลดีกว่าเนาะ...
ความคิดเห็นที่ 14
ครูหลังเขา วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 23.55 น.
http://www.oknation.net/blog/parding



ความคิดเห็นที่ 13
นารถ_บูรพา วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

ปัญหาทุกวันนี้ ผมคิดว่าสังคมไม่มีจุดยืน จุดร่วมที่ชัดเจนนัก คนไทยไม่ค่อยมีหลัก มีแต่หลักทรัพย์ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ วัตถุนิยม-บริโภคนิยมนำพาผู้คนไปสู่หล่มหลุมแห่งการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น เพื่อหมายครอบครองทรัพยากรให้ได้มากที่สุด
ความคิดเห็นที่ 12
ย่าดา วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 15.38 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ได้แต่หวังว่า นักการเมืองคงจะเห็นแก่ชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง เรียกว่าหวังมากไปหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 11
roselobster วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 13.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

เอ..สังคนเราตอนนี้ป่วนกันไปหมด

แก้ไขตรงไหนก่อนดีหน๊อ..

ไม่รุจะเริ่มตรงไหนก่อน

งั้นเริ่มจากคนใกล้ ๆตัวเราก่อนเน้อ
ความคิดเห็นที่ 10
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 13.26 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ทางการเมือง ใครเป็นคนดี มีธรรมมะ เขาถือว่าโง่
คนที่ไต่จากการเมืองท้องถิ่นถึงระดับชาติ มิใช่ธรรมดา
คนดีอยากเป็นนักการเมืองมั่ง ก็ได้แค่สมัคร แต่ประชาชนไม่เลือก
ประชาชนเลือกเงินและผู้มีชื่อเสียง โนเนมดีแสนดีเขาก็ไม่เลือก
เพราะนี่เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของคนไทย
คนไทยนิยมผู้มีอำนาจวาสนาบารมี สองนิยมคนรวย
คนดีนี่น่าจะอยู่บ๊วยสุด
นี่เป็นการวิจัยทางสังคมที่เชื่อถือได้ของประเทศไทย วิจัยโดยฝรั่งนานห้าสิบกว่าปีมาแล้ว
เนื่องจากที่เกิดวัฒนธรรมทั้งหมด เพราะระบบอุปถัมน์700กว่าปีของไทยเราเอง
การทำลายระบบอุปถัมน์ต้องใช้การพัฒนาและข้อมูลข่าวสาร มาทำลายความเชื่อกฏแห่งกรรมและอุปถัมน์
นั่นหมายถึงการหมิ่นเหม่ในพุทธศาสนาเลยทีเดียว
ดังนั้นการพัฒนาและข้อมูลข่าวสาร จะเป็นตัวกำหนดเองโดยอัติโนมัติ
ยิ่งประเทศชาติเจริญ ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น คนก็จะค่อยๆคลายความเชื่อกฏแห่งกรรม หันมาใช้หลักวิทยาศาสตร์มากขึ้น
แต่เนื้อแท้แล้ว กฏแห่งกรรมก็คือวิทยาศาสตร์เราดีๆนี่เอง
แต่คนไทยยังขาดความรู้จริงของศาสนาพุทธ ที่เป็นวิทยาศาสตร์แท้ๆ
เป็นสัจจธรรมของจริง
เพราะเรามัวหลงในกระพี้มากกว่าแก่นนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 9
ไทยแท้ วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 12.12 น.
http://www.oknation.net/blog/scblock

ปัจจุบันสังคมไทยกำลังป่วยจริงๆ และไม่ใช่ป่วยธรรมดาแต่อยู่ในขั้นวิกฤตทีเดียว เพราะสังคมไทยกำลังถูกครอบงำให้เคารพนับถือคนแค่เปลือกนอก พิจารณากันแค่ความมีฐานะทางสังคมหรือฐานะทางเศรษฐกิจเท่านั้น ใครที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีก็จะมีฐานะทางสังคมดีไปด้วย เพราะได้รับการยกย่องจากผู้คนทั่วไปว่าเป็นคนดี มีบุญวาสนา เป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนทั่วไป จนแทบไม่มีใครพยามค้นหาที่มาที่ไปของการมีฐานะทางเศรษฐกิจดีของคนคนนั้นว่าได้มาอย่างถูกต้อง สุจริตและชอบธรรมหรือไม่ ตราบใดที่เรายังยกย่อง ให้เกียรติแก่ผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีโดยไม่แยกแยะ แบบที่เป็นกันอยู่เช่นนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะพัฒนาสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพได้มากกว่านี้
ความคิดเห็นที่ 8
Thaihippy วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..ขอบคุณมากครับ ที่นำคำสอนดี ๆของหลวงพี่ประยุติมาให้ชาวบล็อก ได้อ่านเห็นทางสว่าง

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ปราโมทย์ วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pramote

ช่วยกันสร้างความสามัคคีทดแทนบุญคุณแผ่นดิน
ความคิดเห็นที่ 6
อิมกุดั่น วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/im
ผูกมิตรด้วยอักษร

อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา
พระอาจารย์ให้ท่องตั้งแต่เด็กๆ
พอโตมา ผู้ใหญ่บอกว่า ถ้าเอาแต่หนี เราคงไม่มีพวกที่คิดแตกต่าง หากอยากเป็นใหญ่ ต้องมีพวกทั้งต่างความคิด และร่วมความคิด
คล้ายว่า ให้มองข้าม และให้ดึงมาเป็นพวกเป็นแรงสนับสนุน...ไม่สนใจดีเลว...สนใจแค่นำคนเหล่านี้มาใช้งานให้ได้...
แต่ก็ยังทำไม่ได้ และไม่อยากทำ จึงไม่เป็นใหญ่กะใครเขาได้หรอกนะท่านนะ
เป็นแบบนี้แหละ...ดีละ..
ความคิดเห็นที่ 5
สอนสุพรรณ วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

ช่วงนี้ผมเข้าวัดบ่อยครับ ได้ศึกษาศิลปวัฒนธรรม พุทธศิลป์ พุทธธรรมไปพร้อม ๆ กัน คติธรรมที่ยึดถือมาโดยตลอดและนำมาใช้ในการทำงาน ก็คือมงคลสูตรในหมวดแรกนั่นแหละครับ...

๑.ไม่คบคนพาล (อเสวนา จ พาลานํ) ๒.แล้วหันไปคบหาบัณฑิต (ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา) และ ๓.ยกย่องเชิดชูบุคคลที่ควรเคารพยกย่อง (ปูชา จ ปูชนียานํ)...

สบายดีนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 4
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.17 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

ตอนนี้ สังคมเรามีปัญหาหลายด้าน

ต้องตั้งสติกันให้ดี ๆ
ความคิดเห็นที่ 3
officemom วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

เริ่มกันที่ครอบครัวเราก่อน ครอบครัวไม่วิกฤต ก็ดีต่อสังคมแล้ว
ความคิดเห็นที่ 2
Reds วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Redsscouser
/ Born to be a liverpool support / You will never walk alone / *****

สังคมไทย เวลานี้ ตั้งเป้า .. ที่ " เข้าหาเงิน " .. " เข้าหาอำนาจ " .. และ " เข้าหาความสบาย " ซึ่งจะด้วยวิธีการไหนก็ได้ ขอให้ได้ 3 เข้านี้
ความคิดเห็นที่ 1
เนวะ วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 11.12 น.
http://www.oknation.net/blog/ngvs

อ่านแล้วเครียด
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....