• cha_ohmygodbooks
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : editor_omg@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-04
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 2673
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
more
thinking
สังเกตุ สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของเรื่องรอบๆตัว
Permalink : http://www.oknation.net/blog/chaohmygodbooks
วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2551
กับดักแห่งความเคียดแค้นและผู้มีส่วนรับผิดชอบ กรณี 6 ตุลา 19
Posted by cha_ohmygodbooks , ผู้อ่าน : 188 , 12:40:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


          

ถ้าเทียบกันในทางประสบการณ์ชีวิตกับตัวเลขอายุของผม คงถือได้ว่ายังอ่อนด้อยพอสมควร แต่โชคดีที่ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือและหนังสือประวัติศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมสนใจ

                สมัยเรียนที่ธรรมศาสตร์ ถึงแม้ผมจะจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ แต่ในทุกภาคการศึกษาผมก็มักพบตัวเองนั่งอยู่ในชั้นเรียนประวัติศาสตร์

                ถือเป็นโชคดีของผมที่อาจารย์หลายท่านที่ผมเคยเป็นลูกศิษย์ในวันนั้น  มาวันนี้กำลังโลดแล่นอยู่ในภาคการเมือง ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทั้งหมดล้วนมีความคิดที่หลากหลาย บางกลุ่มเห็นคล้ายกัน บางส่วนเห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งหมดในระหว่างที่ผมใช้ชีวิตอยู่ในมหาลัย ผมเพียงแต่รับรู้ถึงความแตกต่างในเชิงความคิดแต่ไม่เคยรู้สึกถึงการ “เผชิญหน้า” จากความเห็นที่แตกต่าง

                ความแตกต่างที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ผมถือว่าเป็นสิ่งดีที่ก่อให้เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และหาจุดร่วมกันในเชิงสร้างสรรค์ หลายเรื่องการหาจุดร่วมเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี และในช่วงเวลาของการแสวงหาจุดร่วมอย่างสร้างสรรค์นั้น ความโกรธแค้นชิงชัง ล้วนเป็นส่วนเกินในสมการนี้

                ทุกวันนี้ในสังคมไทยของเรา โดยเฉพาะบรรยากาศในภาคการเมือง กลับทำให้ผมรู้สึกถึงแต่ความเคียดแค้น ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่บอกว่าตัวเองมี “ธรรม” นำหน้า และฝ่ายที่เรียกตัวเองว่ามีความชอบธรรมในระบบรัฐสภา ล้วนแสดงออกซึ่งการพยายามทำร้ายทำลายกัน

                ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล หรือ อ.เสก ที่ผมเคารพ เคยกล่าวกับผมและเพื่อนประโยคหนึ่งว่า “คุณจะเห็นต่างกันหรือต้องวิพากษ์วิจารณ์กันก็ไม่เป็นไร แต่คุณจำเป็นต้องอาศัยความ “เมตตา” นำหน้า”

                ครับ “ความเมตตา” คือสิ่งที่ผมมองไม่เห็นบนเวทีการเมืองไทยทุกวันนี้

                หลายครั้งในระหว่างเดินอยู่ในธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ผมมักนึกถึงภาพการเข่นฆ่านักศึกษาในอดีตที่ผมเห็นจากหนังสือประวัติศาสตร์ แต่ละภาพที่นึกถึงล้วนไม่น่าจดจำ แต่ผมเชื่อว่ามันก็เป็นบาดแผลที่สังคมไทยไม่อาจลืมและไม่ควรที่จะลืมมันเป็นอันขาด

                ผมมักตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่าเหตุใดความอำมหิตเลวร้ายอย่างในกรณี  6 ตุลาคม 19 ถึงได้เกิดขึ้นได้ในสังคมไทย ผมเชื่อว่าคำตอบมันคงไม่ได้ง่ายๆเหมือนอย่างที่หลายคนพยายามสรุป

                โดยส่วนตัวผมพบว่า หลังเหตุการณ์นองเลือดข้อสรุปไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นผู้ร้าย และอีกฝ่ายเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกระทำ  แน่นอนว่าผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับการเยียวยา และผู้ที่ลงมือกระทำควรต้องรับผิดชอบ 

แต่ในระดับที่มากกว่านั้นผมมองว่า ความโหดร้ายที่เกิดขึ้น สังคมไทยโดยรวมล้วนมีส่วนสร้างมันขึ้นมา

            แม้กระทั่งคนที่นั่งฟังข่าวอยู่ที่บ้านก็มีส่วนต้องรับผิดชอบกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้น

                ใช่หรือไม่ว่า หลายคน ณ เวลานั้น หลังจากได้รับฟังข่าวที่บิดเบือนจะมากจะน้อยย่อมเกิดความโกรธขึ้นในใจพร้อมๆกับการปล่อยให้อารมณ์นั้นเข้ามาครอบงำอยู่เหนือเหตุผล ผมเคยอ่านพบจากหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับในยุคนั้นด้วยซ้ำว่า หลังเหตุการณ์ใหม่ๆ หลายคนในสังคมยังรู้สึกว่าเป็นการเหมาะสมแล้วที่ต้องมีการเข่นฆ่าเกิดขึ้น

                โดยรวมแล้วผมเชื่อว่าบรรยากาศในสังคม ณ วันนั้น ล้วนเต็มไปด้วยการเผชิญหน้าที่ปล่อยให้ อารมณ์เป็นตัวครอบงำ

                บรรยากาศในสังคมวันนี้ ผมพบว่าแทบไม่ต่างกัน

                ฝ่ายที่อ้างว่า มี “ธรรม” นำหน้าหากไม่ตระหนักเรื่องอารมณ์ให้ดี แล้วใช้อำนาจของสื่อที่มีอยู่ในมือมาชี้นำมวลชน ล้วนไม่ยากเลยที่จะพาสังคมย้อนกลับไปสู่ วันที่ 6 ตุลา 19

                ส่วนฝ่ายที่อ้างว่าตนเองมีความชอบธรรมทางรัฐสภา ล้วนยิ่งต้องระวังให้ดี เพราะแต่ละท่านที่มีบทบาทอยู่ ณ ขณะนี้ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในอดีต ใครเคยทำอะไรไว้หากไม่เรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้น สังคมไทยคงได้นองเลือดอีกครั้ง

                ผมว่า ในบรรยากาศเช่นนี้ นอกจาก “ความเมตตา” ที่ทุกคนในสังคมพึงมีต่อกันแล้ว ข้อคิดหนึ่งจากปากผู้นำนักศึกษาสมัยนั้น ผู้พร้อมจะแตกหักกับทุกผู้คนที่เห็นต่าง มาวันนี้ในวันที่ “ถอดหมวก” แล้วมองสังคมและเพื่อนมนุษย์ต่างออกไปอย่าง อ.เสก ที่บอกว่า

“การขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสังคม จะต้องระวังไม่ไปติดหล่มกับดักแห่งความเคียดแค้น จะต้องไม่ไปยึดถือป้ายประกาศทางการเมืองเป็นเรื่องขาวล้วนดำล้วนมากเกินไป...เพราะมันจะนำไปสู่ความสุดขั้วทางการเมืองที่เป็นโศกนาฏกรรมทั้งสิ้น โศกนาฏกรรมนี้ ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการด่าทอฝ่ายตรงข้ามจนเกินจริง และลดฐานะศัตรูทางการเมืองให้ต่ำกว่าความเป็นคน...”

ผมว่าสังคมไทยควรตระหนักถึงข้อนี้ไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นแล้ว ความโหดร้ายและการทำร้ายทำลายกันอย่างอำมหิตดังเช่นในกรณี 6 ตุลา  ถ้ามันต้องเกิดขึ้นอีก เราทุกคนล้วนต้องรับผิดชอบครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
PluralGuy วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 23.07 น.
http://www.oknation.net/blog/pluralworld

นักการเมืองนี่ก็นะ จะอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้ กะอีแค่ทำเพื่อประเทศกันซักนิดซักหน่อยล่ะจะเป็นจะตาย หืม ไม่รู้เป็นอะไรกัน ไม่ต้องมากก็ได้ อ่ะ ขอแค่ให้พวกรัฐมนตรีทำเพื่อชาติกันแค่คนละครั้งต่อการเป็นรัฐมนตรีหนึ่งครั้งนะ ก็สร้างเรื่องดีๆ ให้ชาติได้ตั้งสิบกว่าเรื่อง ทำไมมันดูยากเหลือเกินน้อ อยากจะบ้า

น่าจะมีลงขันคนละพันบาท 60 ล้านคนก็ 60000 ล้าน เอาให้มันไปแบ่งกัน แล้วให้ทำงานเพื่อชาติไปเลย ไม่ต้องไปหาโกงที่ไหนอีก เฮ้อ
ความคิดเห็นที่ 3
havana วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/delamancha
The Best Is Yet To Come

สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา

ผู้จัดการต้องทบทวนวิธีการของตัวเองด้วย จะคิดแต่ว่ากูเจตนาดี กูรักชาติ แล้วกูจะทำอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ไม่ผิด คิดอย่างนั้นไม่ได้ ตอนนี้ผู้จัดการเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไม่น้อยไปกว่าที่เป็นส่วนหนึ่งของทางแก้

ปล.ไม่เกี่ยวอะไรกับรักแร้ของคห.1
ความคิดเห็นที่ 2
LampOfGod วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/LittleWing

ความรุนแรงคือสัญญาณของความอ่อนแอของอะไรสักอย่าง

เห็นด้วยเขียนดีครับ
ความคิดเห็นที่ 1
เที่ยวไปตามตะวัน วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 13.25 น.
http://www.oknation.net/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 


เขียนดีจังพี่ท่าน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31