พิมพ์หน้านี้
|
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ดูหนังเรื่อง The last castle ผมเคยดูเมื่อนานมาแล้ว บังเอิญว่าวันนี้ผมเปิดทีวีไปเจอ เลยนั่งดู ดูไปดูมา เห็นบทหนัง และเนื้อเรื่อง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ช่างสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองของเราในตอนนี้เลย เรื่องย่อๆหากใครที่จำไม่ได้ คือ นายพลบิ๊กเบิ้มระดับตำนานของกองทัพคนหนึ่งทำการตัดสินใจผิดพลาดในสนามรบ ส่งผลให้ต้องสูญเสียลูกน้องใต้บังคับบัญชาไปหลายนาย ถึงแม้ว่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องพยายามที่จะช่วยเหลือเพราะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยของการบังคับบัญชา แต่ด้วยสำนึกรับผิดชอบที่มีอยู่ทำให้นายพลท่านนี้ไม่สามารถฉวยโอกาสเอาตัวรอดได้ และยอมรับโทษทัณฑ์ด้วยการต้องติดคุกทหาร หลังจากเข้าไปอยู่ในคุกสิ่งที่เขาพบเห็นก็คือ การบังคับบัญชาที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรมของหัวหน้าเรือนจำ และปกครองบรรดานักโทษที่เป็นทหารด้วยการละเลยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และหลงลืมเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร สิ่งที่นายพลท่านนี้ทำคือการปลุกสำนึกแห่งความเป็นคน และปลุกตัวตนของทหารกล้าที่เต็มไปด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรีและความเคารพตัวเองที่บรรดานักโทษถูกระบบของคุกทำให้หลงลืมไป ผลก็คือหัวหน้าเรือนจำมองว่าการกระทำแบบนี้ถือเป็นการทำลายระบบการบังคับบัญชาของตัวเอง และยอมรับไม่ได้ที่จะถูกข้ามหน้าข้ามตาเรื่องการบังคับบัญชาเลยต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อควบคุมให้ท่านนายพลที่ตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในบรรดานักโทษต้องสยบยอม ท้ายที่สุดเมื่อการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบมาถึงขีดสุด เหล่าบรรดานักโทษรวมไปถึงนายพลก็วางแผนเพื่อปลดหัวหน้าเรือนจำแห่งนี้ ด้วยการพยายามก่อการจราจลในเรือนจำและชิงธงชาติมาเพื่อชักธงขึ้นเสาแบบกลับหัว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการร้องขอความช่วยเหลือจากการไม่สามารถควบคุมเรือนจำได้ ในฉากสุดท้ายเมื่อการจลาจลเกือบประสบผลสำเร็จ และมีการเผชิญหน้ากันอย่างเป็นระบบระเบียบระหว่างท่านนายพล ผู้ถือเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักโทษและหัวหน้าเรือนจำ ผู้มีกำลังทหารและอาวุธครบมือรวมถึงมีอำนาจในการที่จะใช้กระสุนจริงยิงนักโทษได้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีผู้คุมใต้บังคับบัญชาคนใดกล้าที่จะเหนี่ยวไกตามคำสั่ง และท่านนายพลก็เดินไปที่ธงชาติเพื่อชักธงขึ้นสู่ยอดเสา แต่ถึงกระนั้นหัวหน้าผู้คุมที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ก็ตัดสินใจชักปืนยิงท่านนายพลจากข้างหลังในขณะกำลังชักธงขึ้นเสา ยิ่งไปกว่านั้นธงที่ชักขึ้นไม่ได้กลับหัวแต่เป็นการชักธงตามปกติ !!! เป็นเรื่องย่อที่ยาวมากแต่พยายามสรุปให้สั้นที่สุด ประเด็นที่ทำให้ผมนึกไปถึงความสอดคล้องกับสถานการบ้านเมืองในตอนนี้ก็คือ อำนาจที่อ้างว่าเป็นความชอบธรรมตามกฎหมายนั้น จะไม่มีค่าอะไรเลยหากผู้ใช้อำนาจละเลยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อยู่ใต้อำนาจนั้นๆ หากเราสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ทุกวันนี้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองต่างแสดงให้เห็นถึงการกระทำที่ ลุแก่อำนาจ มากน้อยเพียงใด การรังแกกลั่นแกล้งคนดีๆจากระบบราชการ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องก็มีให้เห็นกันอยู่เกลื่อนกลาด การพยายามบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมก็มีให้เห็นอย่างเด่นชัด หรือแม้แต่การขาดภาวะผู้นำของหัวหน้ารัฐบาลที่เอาแต่ออกมาเกรี้ยวกราดใส่ผู้ที่เห็นต่าง สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่พอใจอันเป็นเชื้อที่ทำให้มีคนทนไม่ได้และเริ่มที่จะเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชุดนี้ ในหนังนั้นมีฉากนึงที่ผู้คุมเรือนจำ ไปหาท่านนายพลเพื่อพยายามเจรจาให้ทำอะไรต่างๆอย่างที่เคยพยายามห้าม เพื่อที่จะลดแรงกดดัน แต่ท้ายที่สุดก็ถูกตอกกลับไปว่า เวลาในการปกครองของคุณหมดแล้ว ทางที่ดีคุณควรจะลาออกซะ คุ้นๆไหมครับ รมว.มหาดไทยบ้านเราก็เคยออกมา แอ๊คอาร์ต บอกว่าชุมนุมกันตามสบายเลย ถ้าล้ำเส้นถึงจะจัดการ คำตอบก็แทบไม่ต่างอะไรจากในหนังว่าเวลาและความชอบธรรมของพวกท่านหมดลงแล้ว ทั้งหมดที่นักโทษในเรือนจำลุกขึ้นต่อสู้ ไม่ได้เป็นการต่อสู้เพื่อหลบหนีความผิดที่ตนกระทำ แต่เป็นการต่อสู้เรียกร้องถึงความชอบธรรมของการถูกปกครอง คงจะเป็นการง่ายเกินไปที่จะไปตัดสินว่าบรรดานักโทษเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ในการออกมาต่อสู้เพราะถือเป็นคนที่ ต้องโทษ ในชีวิตจริงก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามดิสเครดิตผู้ร่วมชุมนุมจากฝ่ายรัฐบาล แต่ถามหน่อยว่าใครบ้างไม่เคยมีบาดแผล ที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อรู้ว่ามีความผิดแล้วคนเหล่านั้นเลือกที่จะทำอย่างไร ในตอนจบของหนัง แม้ว่าในระหว่างการจลาจล จะต้องสูญเสียสิ่งปลูกสร้างและเกิดความวุ่นวายต่างๆนานา แต่ท้ายที่สุดธงที่ชักขึ้นเสา ไม่ใช่ธงที่กลับหัว และไม่ได้ถูกชักโดยฝ่ายผู้คุมที่อ้างว่ามีความชอบธรรม ครั้งนี้ก็เช่นกัน การยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับความฉ้อฉลและเพื่อกอบกู้ศักดิศรีความเป็นมนุษย์จากผู้ปกครองที่ไม่ชอบธรรม ผมเชื่อว่า คุ้มที่จะสู้ครับ!!!
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||